แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกกระแทกลงบนพื้นโต๊ะทำงานกระจกใสจนเกิดเสียงดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันเสียจนแทบไม่ได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ เรนสะดุ้งเล็กน้อยแต่นัยน์ตากลับวาวโรจน์ขึ้นทันที เขามองหน้าชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นถึงประธานบริหารสูงสุดแห่งอาณาจักรธุรกิจพันล้าน ผู้ซึ่งกำลังยืนค้ำโต๊ะโน้มตัวลงมาหาเขาด้วยแววตาที่ดุดันราวกับพญาอินทรีจ้องจะขย้ำเหยื่อ
"คุณเสียสติไปแล้วหรือไง คุณคินน์?" เรนเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแววไม่ยอมแพ้แม้แต่น้อย "สัญญาบ้า ๆ นี่มันระบุชัดเจนว่าครบกำหนดสามเดือน และวันนี้... คือวันสิ้นสุดข้อตกลงระหว่างเรา!"
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเครือด้วยความโกรธปนอารมณ์บางอย่างที่เดือดพล่านอยู่ภายใน ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าดื้อรั้นของคนที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ สามเดือนที่ผ่านมา... ระยะเวลาสั้น ๆ ที่พลิกผันชีวิตอันสงบสุขของเขาให้กลายเป็นสนามอารมณ์แห่งความคลั่งรักที่เจ้าตัวไม่เคยคาดคิดมาก่อน
"สัญญาเหรอ?" คินน์ทวนคำ เสียงเยียบเย็นจนน่าขนลุก นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแฟ้มเอกสารสองสามครั้ง "ใครเป็นคนบอกคุณว่าสัญญานี้มีวันหมดอายุ เรน?"
"ก็คุณเซ็น...!"
"ผมเป็นคนเซ็น ผมย่อมรู้ดีกว่าใคร" คินน์ตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานมากขึ้นจนเรนต้องเอนตัวหนีโดยสัญชาตญาณ ทว่าพื้นที่ถอยหลังกลับหมดลงเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับพนักเก้าอี้เต็มรัก "ในสัญญามีข้อตกลงลับข้อที่ยี่สิบห้า... ที่คุณคงไม่ได้อ่านมันอย่างละเอียด เพราะมัวแต่ตื่นเต้นที่จะหลุดพ้นจากผมล่ะสิ"
เรนขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความระแวง "ข้อตกลงอะไร? ผมอ่านทุกตัวอักษรไม่มีตกหล่นแน่!"
"งั้นเหรอ" มุมปากของมาเฟียหนุ่มกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้เรนรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่กรงข้ามของนักล่า "ข้อความระบุไว้ว่า หากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดความรู้สึก 'เกินเลย' กว่าขอบเขตธุรกิจ สัญญานี้จะถูกขยายระยะเวลาออกไปโดยอัตโนมัติ... ตราบเท่าที่ผมยังไม่อนุญาตให้มันจบลง"
"คุณมันบ้า! ข้อตกลงงี่เง่าแบบนั้นมันไม่มีทางถูกกฎหมายหรอก!" เรนพ่นลมหายใจพรืดด้วยความโมโหจนแก้มใสแดงก่ำ มือเรียวเอื้อมไปหยิบกระเป๋าเอกสารของตัวเองหมายจะลุกหนี "ผมไม่สน ปล่อยผม! เราจบกันแค่นี้ คุณคินน์!"
พรึบ!
เรนยังไม่ทันได้ลุกยืนเต็มความสูง มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางแล้วดึงกลับเข้ามาด้วยแรงมหาศาล แรงปะทะทำให้ร่างโปร่งเซถลาเข้าไปกระแทกกับแผงอกกว้างอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นอายความคุ้นเคยแผ่ซ่านจนเรนเผลอกลั้นหายใจ
คินน์รวบเอวบางไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างรวดเร็วราวกับคีมเหล็ก ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นส่ำของอีกฝ่าย
"ปล่อยเหรอ?" คินน์ก้มลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มแหบพร่าสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับมานาน "คุณคิดว่าตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ผมทำทุกอย่างเพื่อเป็นแค่ 'คู่ค้าทางธุรกิจ' ของคุณงั้นเหรอ เรน?"
เรนเบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงที่มองมา เขารู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วพวงแก้ม หัวใจที่เคยด้านชาและถูกปิดตายมานานหลายปีกลับพยายามทรยศด้วยการเต้นระรัวราวกับกลองเพล ปมในอดีตที่เคยถูกหักหลังกรีดร้องเตือนสติให้ถอยห่าง แต่สัมผัสอบอุ่นจากอ้อมแขนแกร่งกลับทำลายล้ำกำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างง่ายดาย
"อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อ..." เรนพยายามดึงเสียงให้แข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่ามือที่พยายามดันอกอีกฝ่ายจะสั่นเทาเล็กน้อยก็ตาม "เราเป็นแค่คนแปลกหน้าที่มาทำข้อตกลงผลประโยชน์ร่วมกัน คุณแค่เสียหน้าที่เด็กอย่างผมกล้าต่อรองและเท่าทันคุณแค่นั้นแหละ!"
"เด็กอวดดี" คินน์พึมพำเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกวาดมองริมฝีปากบางที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดด้วยความหมั่นเขี้ยวผสมความปรารถนาที่พุ่งพล่านจนยากจะควบคุม "ปากเก่งแบบนี้... ถ้าผมจัดการปิดปากด้วยวิธีของผม คุณจะยังกล้าพูดแบบนี้อีกไหม?"
"คุณจะทำอะ..."
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหนาทาบทับลงมาอย่างไร้ซึ่งการลังเล การจู่โจมที่กะทันหันทำให้เรนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด ชายหนุ่มพยายามจะอ้าปากประท้วง ทว่านั่นกลับเปิดโอกาสให้เรียวลิ้นร้อนล้ำเข้ามาตักตวงความหวานและสำรวจความดื้อรั้นภายในอย่างเอาแต่ใจ
สัมผัสที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นทีละน้อย มือหนาประคองท้ายทอยของคนตัวเล็กไว้มั่น ไม่ยอมให้เบือนหนีไปไหน เรนพยายามทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีกลับละลายหายไปกับสัมผัสวาบหวามที่คินน์ตั้งใจมอบให้ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหวามไหวที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง จนขาแทบทรุด
เนิ่นนานกว่าคินน์จะยอมถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้คนในอ้อมแขนได้กอบโกยอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อ ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองค้อนเขาด้วยความโกรธแค้นเจือความเขินอายที่ปิดไม่มิด
"คุณ... คนฉวยโอกาส!" เรนหอบหายใจหนักหน่วง ยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองลวก ๆ "ผมเกลียดคุณ!"
"เกลียดเหรอ?" คินน์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความคลั่ง and possession ที่ชัดเจนจนน่ากลัว "คำก็เกลียด สองคำก็จะหนี... แต่รู้ไหมเรน ว่าทุกครั้งที่คุณทำหน้าแบบนี้ หัวใจผมมันเรียกร้องอยากจะล่ามโซ่คุณไว้กับตัวตลอดไป"
เรนกัดริมฝีปากแน่น รู้สึกได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาในความรู้สึก เขาไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าหัวใจของตัวเองเริ่มหวั่นไหวไปกับความดุดันและจริงจังของมาเฟียหนุ่มผู้นี้เสียแล้ว แต่ทว่า...
ก๊อก ๆ ๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศตึงเครียดแต่หวานล้ำภายในห้องทำงานหรู เรนสะดุ้งสุดตัวและพยายามผลักอกคินน์ให้ออกห่างทันที แต่คนตัวโตกว่ากลับไม่ยอมขยับเขยื้อน แถมยังรวบเอวเขาไว้แน่นกว่าเดิม
"เข้ามา" คินน์เอ่ยเสียงห้วนด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ
ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างช้า ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเลขานุการส่วนตัวที่ถือแฟ้มเอกสารด่วนก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ" เลขานุการหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเหลือบมองเรนและคินน์ที่ยืนแนบชิดกันด้วยความประหม่า "ตอนนี้คุณ 'ธนา' บุกเข้ามาที่ชั้นล่างแล้วครับ เขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องเคลียร์กับคุณเรนในฐานะ... 'คู่หมั้น' ครับ!"
เพล้ง!
เหมือนมีฟ้าผ่าลงกลางห้องทำงาน คินน์ชะงักกึก รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกจากร่างสูงใหญ่ทันทีในเสี้ยววินาทีนั้น ส่วนเรนหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินชื่อของบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะโผล่มาในเวลานี้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจสั่นไปกับความคลั่งรักแบบไม่พักของท่านประธานคินน์นะครับ!
ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 22
ใครจะปล่อยให้นายไป
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!