"คุณกำลังเล่นเกมบ้าอะไรอยู่กันแน่ คินน์"
เสียงทุ้มต่ำของเรนหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของเพนต์เฮوسหรูหราอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายความเย็นจากเครื่องปรับอากาศผสมผสานกับกลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงของผู้ชายตรงหน้า ยิ่งทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของเรนตื่นตัวถึงขีดสุด
เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เรนรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ เมื่อตระหนักได้ว่า… เกมนี้มันกำลังจะกลายเป็นหายนะที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เกมธุรกิจผลประโยชน์ระหว่างตระกูลอย่างที่เขาเคยคาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรก
คินน์ชะงักมือที่กำลังเซ็นเอกสาร ปากกาหมึกซึมราคาแพงหยุดนิ่งบนกระดาษแผ่นคมกริบ ดวงตาสีเข้มคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวเงยขึ้นสบตา เขานิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ฟังดูระคายหูและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งตามแบบฉบับของมาเฟียหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร
"เกมเหรอครับ คุณเรน? ผมไม่ได้ว่างพอจะเอาเวลาพันล้านมาเล่นเกมกับใครหรอกนะ" คินน์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตากลับไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—ร่องรอยความร้อนรนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นอย่างแนบเนียน
เรนหรี่ตาลงอย่างจับผิด เขาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานไม้สักทอง มือเรียวบางตบลงบนพื้นผิวโต๊ะเสียงดังสนั่นเพื่อเรียกสติคนตรงหน้า "ถ้าไม่ใช่เกม แล้วทำไมคุณถึงต้องตามติดชีวิตผมแจ? ทำไมต้องคอยขัดขวางทุกดีลที่ผมกำลังจะเจรจา แล้วก็..."
เรนกลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวานผุดขึ้นมาในหัว ตอนที่คินน์พุ่งเข้ามาดึงตัวเขาออกจากวงเหล้าของพวกนักลงทุนหัวงู สายตาคู่นั้นดุดันและเต็มไปด้วยความหึงหวงอย่างไร้เหตุผล ราวกับว่าเรนเป็นสมบัติล้ำค่าที่ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง
"...แล้วทำไมคุณต้องทำตัวเหมือนหวงผมเกินความจำเป็นขนาดนั้นด้วย?"
คำถามนั้นพุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษ บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงเข็มนาฬิกาก็ยังดังชัดเจน คินน์ไม่ได้หลบสายตา เขาค่อยๆ วางปากกาลงอย่างใจเย็น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดพิเศษกดดันให้เรนต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"หวงเหรอครับ?" คินน์ทวนคำ เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นชิดริมหูเรนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะอีกฝ่ายก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิดอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณข้างแก้ม "คุณเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าผม 'หวง' คุณ? หรือว่า... จริงๆ แล้วเป็นตัวคุณเองต่างหากที่กำลังคิดไปไกล?"
เรนสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลัง หนีไปไหนไม่ได้เมื่อวงแขนแกร่งกักตัวเขาไว้ตรงกลางระหว่างชั้นหนังสือกับร่างหนาของอีกฝ่าย กลิ่นกายสะอาดผสมความเย้ายวนเฉพาะตัวของคินน์โชยเข้าจมูกจนสติแทบกระเจิง
"ถอยไปนะ คินน์!" เรนเอ็ดเสียงเขียว พยายามใช้มือดันแผงอกอีกฝ่ายออก แต่ทว่ามันกลับแน่นราวกับกำแพงปูนซีเมนต์ "อย่ามาทำรุ่มร่ามกับผม ตอบคำถามมาให้เคลียร์ดีกว่า ทำไมคุณถึงต้องสั่งห้ามไม่ให้ผมร่วมงานกับพวกตระกูลเฉิน?"
คินน์โน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววระแวดระวัง เรนเป็นคนฉลาด ทันคน และไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่เวลานี้... ริมฝีปากที่มักจะสรรหาคำพูดเชือดเฉือนมาตอกหน้าคนอื่น กลับเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อเจอสายตาคู่นี้รุกไล่
"เพราะผมเกลียดขี้หน้ามัน" คินน์ตอบสั้นๆ น้ำเสียงห้วนจัดแบบคนปากแข็งขั้นสุด
"เหตุผลเด็กสิ้นดี!" เรนสวนกลับทันควัน หน้าบึ้งตึง "คนระดับคุณเนี่ยนะจะปฏิเสธโปรเจกต์ร้อยล้านเพียงเพราะเกลียดขี้หน้าคนอื่น? โกหกไม่เนียนเลย คุณคินน์"
"แล้วถ้าผมบอกว่า... ผมทนไม่ได้ที่จะเห็นไอ้พวกเวรนั่นมองคุณด้วยสายตาแทะโลมล่ะ?"
คินน์หลุดปากพูดออกมาด้วยความหงุดหงิด น้ำเสียงทุ้มต่ำหลุดรอดไรฟันออกมาอย่างลืมตัว ปลายประโยคมีความเจือจางของความหึงหวงที่พยายามเก็บกดไว้ไม่มิด และนั่นทำให้เรนถึงกับชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง เรนมองใบหน้าคมคายที่ตอนนี้สันจรามขบเข้าหากันแน่นด้วยความไม่สบอารมณ์ คินน์กำลังแสดงด้านที่คลั่งรักออกมาทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว—ด้านที่เขาพยายามปิดบังซ่อนเร้นไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชามาตลอด
หัวใจของเรนกระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ปมในอดีตที่เคยถูกหักหลังและปิดตายหัวใจไว้ เริ่มมีรอยร้าวเกิดขึ้นจากความอบอุ่นดิบเถื่อนที่ผู้ชายคนนี้มอบให้โดยไม่รู้ตัว
"คุณ..." เรนกระซิบเสียงแผ่ว ความมั่นใจทั้งหมดที่มีเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอน "คุณหมายความว่ายังไง..."
ก่อนที่คินน์จะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างรวดเร็ว ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดยกใหญ่โดยไม่รออนุญาต
"บอสครับ! แย่แล้วครับ เกิดเรื่องใหญ่ที่ท่าเรือฝั่งตะวันออก..."
เลขาหนุ่มคนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าซีดเผือด แต่แล้วก็ต้องเบรกเอี๊ยดอ๊าดแทบไม่ทัน เมื่อเห็นเจ้านายของตนเองกำลังยืนกักตัวคู่ปรับคนสำคัญไว้ในระยะประชิดชนิดที่ริมฝีปากแทบจะชนกัน
คินน์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหัวเสีย เขากัดฟันกรอด ละสายตาจากใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำอย่างไม่ตั้งใจ หันไปมองลูกน้องด้วยแววตาดุร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"มีอะไรก็ว่ามา!" คินน์ตวาดลั่น
"เอ่อ... คือว่า... คนของเราติดกับดักครับ" เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเหลือบมองเรนแวบหนึ่ง แล้วกระซิบเสียงสั่น "คนที่ส่งข่าวมาบอกเรื่องนี้... คือคนจากตระกูลของคุณเรนครับ"
เรนหน้าถอดสีทันที เลือดในกายเย็นเฉียบลงอีกครั้งในพริบตาเดียว เมองสบตากับคินน์ที่ตอนนี้หันกลับมามองเขาด้วยแววตาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—แววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงสงสัยและอันตรายที่ระอุขึ้นมาใหม่
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ!
ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 7
คนปากแข็งกับความลับในใจ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!