“ถ้าคุณจะมองข้ามไหล่ผมไปดูคนอื่น ผมว่าคุณควรพิจารณาความสามารถในการโฟกัสของตัวเองใหม่นะคะ รินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของคีย์ไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่มันเย็นเยียบจนคนฟังขนลุกชัน รินรดาละสายตาจากกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนเงาของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ทางประตูด้านหน้าเซฟเฮาส์ เธอเม้มริมฝีปากแน่น มือที่ถือแก้วไวน์สั่นระริกไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก
“ฉันแค่กำลังวิเคราะห์ว่า… คนที่กล้าบุกมาถึงถิ่นเชฟจอมเผด็จการอย่างคุณโดยไม่มีหมายนัด คือพวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง หรือพวกที่มีดีจนไม่กลัวตายกันแน่คะ” รินรดาโต้กลับทันควัน ดวงตาคมกริบของเธอยังคงจับจ้องไปที่ร่างสูงโปร่งที่เพิ่งก้าวเข้ามาในโถงห้องครัวกึ่งสตูดิโอ
คีย์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่ขยับตัวเข้ามาประชิด แผ่นหลังกว้างของเขาบดบังสายตาของเธอจากผู้มาเยือนคนนั้นอย่างจงใจ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นเครื่องเทศจางๆ จากตัวเขาทำให้รินรดารู้สึกหายใจติดขัด “อย่าให้ค่ากับคนนอกจนลืมหน้าที่ของตัวเองสิคะ”
“คีย์! นายยังทำตัวหยาบคายเหมือนเดิมเลยนะ” เสียงของผู้มาใหม่ดังแทรกขึ้นมา เป็นชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันในชุดลำลองหรูหรา ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูอย่างไรก็เป็นเพียงหน้ากาก ‘ธันวา’ คู่แข่งทางธุรกิจที่เคยเป็นทั้งเพื่อนรักและศัตรูหมายเลขหนึ่งของคีย์
คีย์หมุนตัวกลับช้าๆ มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน “หยาบคาย? สำหรับคนอย่างนาย การต้อนรับด้วยน้ำร้อนๆ สักแก้วบนใบหน้ายังถือว่าน้อยไปนะ ธันวา”
รินรดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว แสงไฟในห้องครัวสะท้อนกับใบมีดที่วางเรียงรายอยู่บนเคาน์เตอร์ บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัว ธันวาไม่ได้สนใจบรรยากาศที่คุกรุ่น เขากลับเดินตรงมาทางรินรดา สายตาของเขาสำรวจนักวิจารณ์สาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจที่เกินพอดี
“นี่น่ะเหรอ… ‘อาวุธลับ’ ชิ้นใหม่ของนาย ดูมีรสชาติกว่าที่คิดนะ” ธันวาเอ่ยพลางยื่นมือออกมา หวังจะเชยคางหญิงสาว แต่ทว่า...
ฉับ!
เสียงมีดเชฟปักลงบนเขียงไม้ห่างจากนิ้วของธันวาเพียงไม่กี่มิลลิเมตร คีย์ไม่แม้แต่จะหันไปมองมีดเล่มนั้น ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ปิดไม่มิด “ถ้าไม่อยากให้มือที่ใช้จับตะหลิวต้องเหลือแค่กุดไว้โชว์ลูกค้านาย ก็ถอยออกไป”
ธันวาชักมือกลับ หัวเราะหึๆ ในลำคอ “ว้าว... คลั่งรักจนเสียอาการขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย แต่น่าเสียดายนะคีย์ เพราะสิ่งที่ฉันเอามาให้วันนี้ มันสำคัญกว่าเรื่องเล่นๆ ของพวกนายมาก”
เขาวางเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะกลาง รินรดาชำเลืองมองเห็นโลโก้ของกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะซื้อที่ดินแถบนี้ไปทำห้างสรรพสินค้า ซึ่งนั่นหมายถึง ‘เซฟเฮาส์’ แห่งนี้จะถูกทุบทิ้ง
“ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ ฉันมาเพื่อเตือน… ในฐานะที่เคยเป็นเพื่อนกัน” ธันวาลดเสียงลงต่ำ “รินรดา คุณเป็นนักวิจารณ์ที่มีชื่อเสียง คุณน่าจะรู้นะว่าการดันทุรังทำร้านในที่ที่ไม่มีอนาคต มันคือการฆ่าตัวตายชัดๆ”
รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตากับธันวาอย่างไม่ลดละ “การวิจารณ์อาหารอาจต้องใช้ลิ้น แต่การมองคน การมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ทำ ไม่ต้องใช้ตาเห็นค่ะ... แค่ใช้ ‘หัวใจ’ ซึ่งดูเหมือนว่าคุณจะไม่มี”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเกือบจะแตกสลาย คีย์เอื้อมมือมาโอบเอวรินรดาไว้แน่น แรงบีบที่เอวสื่อถึงความหวงแหนและเป็นการประกาศศักดาอย่างชัดเจน “ฟังให้ชัดนะธันวา ต่อให้ต้องเอาที่ดินนี้ไปแลกกับชีวิต ฉันก็จะไม่ยอมให้ธุรกิจเน่าๆ ของนายเข้ามาเหยียบที่นี่อีก”
ธันวาส่ายหน้าอย่างสมเพช “งั้นก็เชิญจมกองไฟไปพร้อมกับอีโก้ของนายเถอะ”
เขากำลังจะเดินจากไป แต่แล้วก็หยุดกึก หันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่ทำเอาหญิงสาวต้องชะงัก “อ้อ... เกือบลืมไป อีกไม่กี่วันจะมีงานประชันเชฟระดับประเทศที่จัดโดยบริษัทของฉัน หวังว่าคุณจะมาร่วมงานนะ รินรดา เพราะความลับที่ฉันรู้เกี่ยวกับ ‘เชฟอัจฉริยะ’ คนนี้... อาจจะทำให้คุณเปลี่ยนความคิดไปตลอดกาล”
ความเงียบเข้าปกคลุมทันทีที่ธันวาเดินพ้นประตูออกไป รินรดาหันมามองคีย์ที่ดูเหมือนจะนิ่งไปชั่วขณะ มือหนาของเขาปล่อยจากเอวเธอช้าๆ แววตาที่เคยแข็งกร้าวกลับมีความสั่นไหวบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“เขาพูดเรื่องอะไรคะคีย์? ความลับอะไรที่ว่า?” รินรดาถามเบาๆ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
คีย์ไม่ตอบ เขากลับเดินไปหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มจนหมด รอยแผลเป็นเล็กๆ ที่ข้อมือของเขาที่เธอเพิ่งเคยสังเกตเห็นดูเด่นชัดขึ้นท่ามกลางความมืดมัวของแสงไฟ “อย่าไปฟังคำลวงของพวกชั้นต่ำเลยรินรดา”
“แต่สายตาคุณมันฟ้อง!” เธอขยับเข้าไปหา สองมือจับใบหน้าเขาให้หันมาเผชิญหน้า “ถ้าคุณเชื่อใจฉัน บอกฉันมา... เราจะผ่านมันไปด้วยกัน”
คีย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือน้อยเต็มทีจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินซึ่งกันและกัน ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังจะหลอมละลาย เสียงโทรศัพท์ของคีย์ก็ดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นเคร่งเครียดทันที
เขารีบกดรับสาย ฟังสิ่งที่อีกฝั่งพูดได้เพียงไม่กี่คำก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “รินรดา... เรื่องมันไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิด”
เขายังพูดไม่ทันจบ เสียงทุบประตูดังสนั่นจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงของชายฉกรรจ์หลายคนที่ตะโกนเข้ามาว่า ‘ตำรวจ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!’
รินรดาสะดุ้งสุดตัว มองไปที่คีย์ด้วยความตกใจขีดสุด “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นคะคีย์?! พวกเขามาที่นี่ได้ยังไง!”
คีย์คว้าข้อมือเธอแน่นแล้วดึงเข้าหาตัว จนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับกำแพงห้องครัว ก่อนที่เขาจะกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าแต่เต็มไปด้วยความเด็ดขาด “ความลับที่ธันวาพูด... มันไม่ได้มีแค่เรื่องธุรกิจหรอกรินรดา แต่มันคือเรื่องของตัวตนที่แท้จริงของฉัน... ที่ฉันไม่ควรให้เธอได้รู้!”
ประตูหน้าห้องครัวถูกถีบพังเข้ามาพร้อมกับร่างของเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบที่กรูเข้ามานับสิบคน แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาแทบหยุดหายใจไม่ใช่เจ้าหน้าที่เหล่านั้น หากแต่เป็นบุคคลที่เดินนำหน้าตำรวจเข้ามา... คนคนนั้นคืออดีตคู่ปรับเก่าของเธอที่จ้องจะทำลายชื่อเสียงเธอมาตลอด และในมือเขากำลังถือแฟ้มคดีฆาตกรรมที่ระบุชื่อผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งไว้ชัดเจนว่า ‘คีย์...’
ฝากติดตามความรักที่พัวพันกับเงื่อนงำครั้งนี้ด้วยนะคะ ทุกท่านคือแรงใจสำคัญของกำมะหยี่สีแดงเสมอค่ะ!
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ•ตอนที่ 18
ศัตรูหัวใจคนใหม่
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!