คราบหมึกสีดำจางๆ บนกระดาษแผ่นเก่าในสมุดบันทึกเล่มนั้น ยังคงวนเวียนกรีดแทะความนึกคิดของรินรดาไม่ต่างอะไรกับรอยแผลเป็นที่เพิ่งถูกสะกิดให้สดใหม่ ดวงตาคู่สวยจ้องมองกระจกเงาบานใหญ่ในห้องพักวีไอพีของโรงแรมหรู ระหว่างที่ปลายนิ้วเรียวพยายามจัดระเบียบเดรสเข้ารูปสีแดงเพลิงให้เข้าที่... ภาพถ่ายใบเก่าในลิ้นชักลับของคีย์ยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตา ผู้หญิงคนนั้น—คนที่มีโครงหน้า รอยยิ้ม และแม้กระทั่งไฝเม็ดเล็กใต้หางตาซ้ายตำแหน่งเดียวกับเธอ—กำลังยืนยิ้มอยู่เคียงข้างเชฟหนุ่มในอดีตที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขามีตัวตนอยู่ในช่วงเวลานั้น
มันหมายความว่าอะไรกันแน่? ความบังเอิญเหรอคะ? โลกนี้ไม่มีความบังเอิญที่น่าขนลุกขนาดนั้นหรอกค่ะ
"คุณรินรดาคะ เชิญทางนี้ค่ะ แขกในงานเริ่มทยอยเข้าฮอลล์กัน The Grand Gala ประจำปีนี้สื่อมวลชนมากันคับคั่งเลยนะคะ" เสียงผู้จัดการส่วนตัวดังแทรกขึ้น พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกเบาๆ
รินรดาละสายตาจากเงาสะท้อนของตัวเองสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ในฐานะนักวิจารณ์อาหารฝีปากกล้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความเฉียบขาด เธอย่อมไม่ยอมให้เรื่องราวในอดีตที่ยังหาคำตอบไม่ได้มาทำลายความน่าเชื่อถือของเธอในค่ำคืนนี้เด็ดขาดค่ะ
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในงานเลี้ยงรับรองสุดเอ็กซ์คลูซีฟ แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระรานตา กลิ่นอายของแชมเปญชั้นดีและเสียงพูดคุยของบรรดาเซเลบ เชฟชื่อดัง และนักลงทุนกระเป๋าหนักลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ รินรดายกแก้วทรงสูงขึ้นจิบเบาๆ พยายามกวาดสายตามองหาเป้าหมายของการมาทำข่าวในค่ำคืนนี้—กระทั่งเสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง
"แต่งตัวแบบนี้... ตั้งใจจะมาเป็นเป้าสายตาให้ใครมอง หรือตั้งใจจะมาฆ่าคนอื่นด้วยชุดสีแดงนี่กันแน่คะคุณนักวิจารณ์"
รินรดาไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร สุ้มเสียงติดจะเยาะหยันเล็กน้อยแต่แฝงความหงุดหงิดระคนหวงแหนแบบนั้น มีเพียง 'คีย์' คนเดียวเท่านั้นแหละค่ะ เธอกลั้วหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเชฟหนุ่มในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษที่ขับเน้นให้เขาดูราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นชั้นนำ
"อ้าว นึกว่าเชฟคีย์จะเก็บตัวอยู่แต่ในห้องครัวซะอีกนะคะ ถึงได้ยอมโผล่หัวออกมาเจอแสงสีเสียงกับเขาด้วย" รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แววตาวาววับ "หรือว่ากลัวไม่มีใครคอยชิมอาหารแล้วจะลงแดงตายซะก่อน"
คีย์หรี่ตามองเธออย่างคาดโทษ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอายความสะอาดเฉพาะตัวของเขาโชยเข้าจมูก "ปากเก่งขึ้นทุกวันนะคะ... หวังว่าเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ชายคนอื่น คุณจะรักษาคำพูดได้ดีเท่าเวลาอยู่กับผม"
ประโยคท้ายเขาเน้นเสียงต่ำอย่างจงใจ รินรดายังไม่ทันได้อ้าปากตอกกลับ เสียงทุ้มทุ้มนุ่มนวลของใครบางคนก็แทรกเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
"โอ้! คุณรินรดาครับ ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่นี่ ตัวจริงงดงามกว่าในคอลัมน์รีวิวตั้งเยอะนะครับเนี่ย"
ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบ รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาจัดว่าดูดีในระดับเซเลบริตี้สังคมชั้นสูง ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้ารินรดาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ เขาคือ 'ภาคิน' นักธุรกิจหนุ่มทายาทนำเข้าอาหารทะเลรายใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในสปอนเซอร์รายใหญ่ของงานนี้ด้วย
รินรดายิ้มรับตามมารยาททางสังคม "ขอบคุณค่ะคุณภาคิน ดีใจที่ได้พบเช่นกันนะคะ"
"พอดีผมเพิ่งเปิดร้านอาหารแนวฟิวชั่นแห่งใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน ตั้งใจว่าจะเรียนเชิญนักวิจารณ์ฝีปากกล้าอย่างคุณรินรดาไปลองลิ้มชิมรสสักหน่อย ไม่ทราบว่าพอจะมีเกียรติไหมครับ?" ภาคินเอ่ยชวนพร้อมกับยื่นนามบัตรเคลือบทองคำให้อย่างนิ่มนวล สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมและประกายระยิบระยับแบบที่ผู้ชายมักใช้เวลากำลังจีบผู้หญิง
รินรดากำลังจะเอื้อมมือไปรับนามบัตรนั้น แต่ทว่า—
*พรึบ!*
จู่ๆ ฝ่ามือหนาของใครบางคนก็เอื้อมตัดหน้าคว้าmat(นามบัตร)ใบนั้นไปจากมือของภาคินหน้าตาเฉย!
ภาคินชะงัก หันขวับไปมองด้วยความงุนงง เช่นเดียวกับรินรดาที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าคนตัดหน้าคือคีย์—เชฟหนุ่มที่ยืนหน้าตึงเป็นตูดทอดปลาอยู่ข้างๆ เธอนี่เอง
"ขอโทษทีนะครับนามบัตรนี่... คงไม่จำเป็นหรอกมั้งครับ" คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่รังสีความเย็นชาและไม่สบอารมณ์ที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นทำเอาอากาศรอบตัวติดลบไปในพริบตา "รสนิยมของคุณภาคินคงไม่คู่ควรกับการให้คุณรินรดาเสียเวลาไปวิจารณ์หรอกครับ เพราะลำแค่เมนูในร้านของผม เธอก็แทบจะไม่มีเวลาหายใจไปกินของคนอื่นอยู่แล้ว"
ภาคินหน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ก็ยังรักษาฟอร์มยิ้มไว้ได้ "เอ่อ... ขอประทานโทษนะครับ คุณคือ...?"
"ผมเหรอครับ?" คีย์ย่างสามขุมเข้าไปประชิดตัวรินรดามากขึ้น จนไหล่กว้างของเขาบังร่างเธอมิดจากสายตาของภาคิน มือหนาถือวิสาสะโอบเอวคอดของหญิงสาวไว้หลวมๆ แต่มั่นคง แรงบีบเบาๆ ที่เอวส่งสัญญาณเตือนให้เธอห้ามขัดขืน เชฟหนุ่มจ้องหน้าภาคินด้วยแววตาดุดันระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ "ผมคือคนที่จองตัวเธอไว้ทั้งชีวิต... ถ้าคุณยังไม่อยากให้ห้องครัวของผมลุกเป็นไฟด้วยฝีมือผมเอง ก็กรุณาถอยห่างจากผู้หญิงของผมให้ไกลด้วยครับ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ภาคินกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองเมื่อเจอสายตาคมกริบของคีย์เข้า ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วขอตัวเดินเลี่ยงหายไปฝูงชนอย่างเสียหน้า
รินรดาหน้าแดงซ่านด้วยความโกรธและเขินอายปะปนกัน เธอยกศอกขึ้นกระแทกสีข้างเขาเบาๆ ทันทีที่หลุดพ้นจากระยะสายตาคนอื่น "นี่คุณ! ไปเที่ยวประกาศตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ หะ! ใครเป็นผู้หญิงของคุณไม่ทราบ!"
คีย์ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เขาก้มหน้าลงมาหาเธอจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้ว
เนียน สีหน้าของเขาตอนนี้ดุดันและเอาแต่ใจเป็นที่สุด แต่แววตาที่มองเธอกลับไหวระริกด้วยความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ
"ก็เห็นยืนอ่อยให้ท่าไอ้หน้าอ่อนนั่นอยู่ได้ ผมก็ต้องแสดงความเป็นเจ้าของสิครับ... หรือคุณชอบให้ผู้ชายมารุมล้อมเยอะๆ?" คีย์เค้นเสียงกระซิบข้างหอเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวทำเอาหัวใจดวงน้อยของรินรดากระหน่ำเต้นไม่เป็นส่ำ
"ฉันเปล่าเสียหน่อย! ฉันแค่มารับงาน..." เธอยังเถียงไม่ทันจบประโยค คีย์ก็ฉวยโอกาสรวบเอวเธอให้แนบชิดยิ่งขึ้นจนแทบไม่มีช่องว่าง ก่อนจะพาเธอเดินเลี่ยงหลบเข้าไปในมุมอับของระเบียงทางเดินด้านนอกที่เงียบสงบ ไร้ผู้คน
แสงจันทร์นวลตาอาบทั่วระเบียงทางเดิน คีย์ดันร่างบางจนชิดผนังกระจกใส มือหนาทั้งสองข้างค้ำยันกำแพงกักตัวเธอไว้ตรงกลาง ปิดตายทุกทางหนี ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาคำตอบของทุกอย่าง
"ริน..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนลงทีละน้อย แต่ความจริงจังกลับพุ่งทะยานจนน่ากลัว "ไม่ว่าคุณจะเจออะไรในสมุดเล่มนั้น ไม่ว่าในอดีตเราจะมีเรื่องติดค้างอะไรกัน... เลิกมองผู้ชายคนอื่น แล้วมองแค่ผมคนเดียวไม่ได้หรือไงครับ"
รินรดานิ่งงัน หัวใจกระตุกวูบกับคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของเชฟหนุ่ม เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น—ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความโหยหา และความรักที่อัดแน่นมาเนิ่นนานจนเธอกลั้นหายใจ
เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยถามคำถามที่ค้างคาใจมาตลอด แต่ทว่า—
*กริ๊ง...*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อคลุมของคีย์ดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงขมวดคิ้วอย่างขัดใจเล็กน้อยก่อนจะหยิบมันขึ้นมาเหลือบมองหน้าจอ แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านตัวอักษรบนนั้น สีหน้าของคีย์ก็เปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความเคร่งเครียดเยียบเย็นขึ้นมาทันที
คีย์เงยหน้าขึ้นสบตากริบกับรินรดาอีกครั้ง แววตานั้นเต็มไปด้วยความตระหนกที่ปิดไม่มิด
"เกิดอะไรขึ้นคะ?" รินรดาถามด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ
คีย์ลดมือถือลง ช้าๆ ก่อนจะเอ่ยชื่อคนที่ไม่คาดฝันว่าจะได้ยินออกมาจากปากเขา "แม่... แม่ของผมมาถึงที่นี่แล้ว และเขากำลังเดินตรงมาทางนี้"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ!
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ•ตอนที่ 10
ความหึงหวงแบบไม่ออกหน้า
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!