เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ•ตอนที่ 9

ความลับในตู้เย็น

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะดินเนอร์สุดโรแมนติกกลางพายุฝนสินะคะเนี่ย” เสียงหัวeแผ่วเบาแต่บาดลึกดังขึ้นจากริมฝีปากของรินรดา ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างจับผิด ขณะกวาดตามองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่กระอักกระอ่วนใจปนหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ในห้องครัวสไตล์มินิมอลที่ควรจะมีแค่เธอกับเชฟหนุ่มจอมหยิ่ง คีย์ยืนประจันหน้าอยู่กับหญิงสาวแปลกหน้าในชุดสูทเข้ารูปเนี๊ยบกริบ เส้นผมรวบตึงอย่างไร้ที่ติ บนเคาน์เตอร์มีขวดไวน์แดงราคาแพงที่รินใส่แก้วค้างไว้ครึ่งหนึ่ง กับจานชีสพรีเมียมที่ถูกจัดแต่งอย่างประณีต บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความเงียบงันที่น่าสงสัย ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะคลี่ยิ้มบางเบar ออกมาอย่างใจเย็น ราวกับไม่ได้ทำเรื่องน่าตกใจอะไร “สวัสดีค่ะ ฉันศจี เป็นผู้จัดการส่วนตัวของคีย์... หวังว่าคุณคงไม่ใช่ ‘แขก’ ที่เกาะติดเขารายวันหรอกนะคะ” ศจีเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความจิกกัดไว้ในที ทว่ารินรดากลับไม่สะดุ้งสะเทือน เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะปรากฏบนมุมปากอย่างนึกสนุกในความปากกล้าของอีกฝ่าย “ถ้าการเป็นคนที่ถูกกักตัวไว้ในเซฟเฮาส์ท่ามกลางพายุ เรียกว่า ‘แขกที่เกาะติด’ ล่ะก็... ฉันก็คงเป็นแขกคนโปรดที่เชฟเขาไล่ไม่ไปเสียด้วยสิคะ” รินรดาลอยหน้าลอยตาตอบกลับ พร้อมเหลือบมองคีย์ที่ยืนนิ่งสนิท สีหน้าของเชฟหนุ่มยามนี้มืดมนเสียยิ่งกว่าท้องฟ้ายามค่ำคืน คีย์ขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด ดวงตาคมกริบกวาดมองรินรดาราวกับอยากจะจับเธอโยนออกไปนอกหน้าต่างให้พ้นๆ ทาง “คุณสองคนหยุดประสงค์ร้ายใส่กันสักนาทีจะได้ไหมครับ... เอ่อ, ได้ไหมคะ” เขาเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมาด้วยความหงุดหงิดจนเกือบจะเผลอตัว ก่อนจะแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาจับผิดของรินรดา “แหม เชฟคีย์คะ กลัวฉันจะรู้ความลับอะไรระหว่างคุณกับผู้จัดการคนนี้หรือเปล่า ถึงได้ลุกลี้ลุกลนขนาดนั้น” รินรดาก้าวเท้าเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์มากขึ้น กลิ่นอายความเป็นนักวิจารณ์อาหารผู้โชกโชนสนามอารมณ์แผ่ซ่านออกมาจนศจีต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อตั้งหลัก “ไม่มีอะไรต้องปิดบังทั้งนั้น ศจีแค่แวะมาส่งเอกสารสำคัญเรื่องสัญญาฉบับใหม่... และเธอก กำลังจะกลับแล้ว” คีย์เน้นเสียงหนักแน่น พลางส่งสายตาดุๆ ให้ผู้จัดการสาวเป็นเชิงไล่ทางอ้อม ศจียักไหล่เบาๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก เธอวางแก้วไวน์ลง ส่งยิ้มยั่วประสาทให้รินรดาแวบหนึ่งก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปทางประตูหน้าบ้าน ปล่อยให้ความเงียบงันอันน่าอึดอัดกลับมาปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง ทันทีที่เสียงประตูปิดลง รินรดาก็หันขวับมาประจันหน้ากับเจ้าของบ้านทันที แววตาของเธอไม่มีความเกรงกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอยากรู้อยากเห็นที่ลุกโชน “เอกสารสัญญาสำคัญอะไรคะ ถึงต้องมาส่งกันลับๆ ล่อๆ ตอนดึกดื่น แถมยังมีไวน์ราคาแพงรอต้อนรับขนาดนี้... หรือว่าเซฟเฮาส์หลังนี้ไม่ได้มีไว้แค่หลบนักข่าว แต่มีไว้เก็บความลับอะไรที่คุณไม่อยากให้ใครรู้กันแน่คะ เชฟคีย์” คีย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาถอดผ้ากันเปื้อนสีดำออกอย่างไร้ความปรานีแล้วโยนมันลงบนเคาน์เตอร์ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว จนเธอต้องผถอยหลังไปชนกับขอบเคาน์เตอร์เย็นเฉียบโดยอัตโนมัติ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะเข้ากับข้างแก้มของเธอ จนหัวใจดวงน้อยที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวราวกับกลองเพล “คุณนี่มัน... ช่างซักช่างไซร้เสียจริง รินรดา” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเจือความหงุดหงิดระคนเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด “อยากรู้เรื่องของผมมากนักหรือไงครับ หึงหรือไงที่เห็นผมดื่มไวน์กับผู้จัดการตัวเอง” “หลงตัวเองใหญ่แล้วนะคะ!” รินรดาเอามันทุบอกแกร่งเบาๆ เพื่อดันตัวให้ออกห่าง แต่คีย์กลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ดวงตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ประกายไฟบางอย่างในแววตานั้นร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเตาฟู่ในครัว “ถ้าไม่หึง แล้วทำไมต้องทำหน้าตาอยากรู้อยากเห็นขนาดนั้นด้วยล่ะครับ” เขาเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ทีจะได้เห็น รอยยิ้มที่ทำเอาสติสัมปชัญญะของนักวิจารณ์สาวเกือบหลุดลอย “ฉันไม่ได้หึง! ฉันแค่... ฉันแค่สงสัยในจรรยาบรรณของคุณต่างหากล่ะคะ!” เธอเถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม “แล้วอีกอย่าง... ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริง ทำไมเมื่อกี้ตอนฉันเดินเข้ามา คุณถึงสะดุ้งเหมือนคนทำความผิดล่ะคะ?” คำถามนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคีย์จางหายไปในพริบตา แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและคมปลาบขึ้นมาทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความหยอกล้อกลายเป็นความตึงเครียดที่สัมผัสได้ “คุณอยากรู้ความลับเหรอครับ รินรดา” คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนผิวแก้ม “ความลับที่ผมไม่อยากให้ใครรู้... มันไม่ได้อยู่ในเอกสารบนโต๊ะนั้นหรอกนะ” “แล้ว... มันอยู่ที่ไหนล่ะคะ” เธอถามเสียงแผ่วโดยไม่รู้ตัว ความกล้าทั้งหมดเริ่มหดหายไปทีละน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทาน คีย์ไม่ได้ตอบคำถามในทันที ปลายนิ้วเรียวยาวข้างที่เป็นอิสระเลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ระกรอบหน้าให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่นุ่มนวลและอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อทำให้รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ก่อนที่เขาจะหันไปพยักเพยิดให้กับ ‘ตู้เย็นอัจฉริยะ’ บานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้องครัว ซึ่งถูกล็อกด้วยระบบรหัสผ่านดิจิทัลหนาแน่น “อยู่ในนั้นต่างหากล่ะครับ... สิ่งที่คุณอยากรู้มาตลอด” รินรดากะพริบตาปริบๆ ความสงสัยพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ตู้เย็นที่ควรจะเก็บเฉพาะวัตถุดิบทำอาหารชั้นเลิศ กลับกลายเป็นสถานที่เก็บความลับที่เชฟอัจฉริยะผู้หยิ่งยโสต้องปกปิดเอาไว้ด้วยรหัสผ่านอย่างแน่นหนา ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม คีย์ก็เอื้อมมือไปกดรหัสผ่านที่หน้าจอสัมผัสของตู้เย็นอย่างรวดเร็ว เสียงปลดล็อกดัง ‘คลิก’ เบาๆ ท่ามกลางความเงียบ บานประตูตู้เย็นค่อยๆ ถูกดึงเปิดออก ไอความเย็นจัดพวยพุ่งออกมาปะทะผิวกายจนรินรดาต้องสะấuน ทว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังบานประตูตู้เย็นนั้น... กลับไม่ใช่ผักผลไม้ราคาแพง หรือเนื้อวากายเกรดเออย่างที่เธอจินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย เมื่อสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือกล่องพลาสติกใสหลายสิบกล่อง ที่ภายในบรรจุ ‘สมุดบันทึกเล่มเก่าๆ’ และ ‘รูปถ่ายใบเล็กๆ’ ของใครบางคนเต็มไปหมด และเมื่อเธอกวาดสายตาไปมองรูปถ่ายใบที่อยู่ด้านบนสุด หัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้นลงตรงนั้นทันที เพราะใบหน้าของเจ้าของสมุดบันทึกและรูปถ่ายเหล่านั้น... คือตัวเธอเองในอดีตทุกระเบียดนิ้ว! —————————— กำมะหยี่สีแดง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งแซ่บ ทั้งฟิน และชวนใจสั่นคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความฟินที่ทวีคูณยิ่งกว่าเดิมนะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%