เสียงเปรี้ยงปร้างของฟ้าผ่าลงมาอย่างน่ากลัว ราวกับสวรรค์กำลังจงใจตัดขาดเซฟเฮาส์หลังนี้ออกจากโลกภายนอก ในขณะที่ไฟในครัวดับวูบลงพร้อมกัน ทิ้งให้พื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ ตกอยู่ภายใต้ความมืดสลัว มีเพียงแสงสีฟ้าจากฟ้าด้านนอกที่วูบวาบสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างกระจกฝ้า
รินรดาเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ ร่างเพรียวถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับเคาน์เตอร์สแตนเลสเย็นเฉียบ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความมืดและเสียงพายุ กลับเป็นเงาร่างสูงใหญ่ของคนที่ยืนประชิดอยู่ตรงหน้าต่างหาก
“กลัวความมืดเหรอครับ นักวิจารณ์ปากกล้า”
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันดังขึ้นในระยะประชิด คีย์ขยับตัวเข้ามาใกล้จนรินรดาแทบจะจมหายไปในไออุ่นและกลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดป่านข้างแก้มทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
“ถอยไปนะ คีย์ ฉันไม่ได้กลัว... แค่ไม่ชอบบรรยากาศชวนอ้วกนี่ต่างหาก” รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้ในความมืดจะมองเห็นใบหน้าคมคายได้ไม่ชัดเจนนัก แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงประกายตาคมกริบที่กำลังจ้องมองมาอย่างรู้ทัน
“ปากเก่งจังนะครับ ทั้งที่ตัวสั่นเป็นลูกนกขนาดนี้”
เชฟหนุ่มไม่เพียงแต่ไม่ถอย เขากลับวางมือข้างหนึ่งลงบนเคาน์เตอร์สแตนเลส กักขังร่างบางเอาไว้ตรงกลางอย่างจงใจ ความใกล้ชิดนี้ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวกำลังถูกสูบหายไป ปมในใจเรื่องความคาดหวังที่เคยหนักอึ้งถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจจนน่าประณามตัวเอง
ปึ้ง!
เสียงกิ่งไม้หักโค่นด้านนอกกระแทกเข้ากับกระจกหน้าต่างเรียกสติให้รินรดาผลักอกแกร่งออกเต็มแรง แต่คีย์กลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน มืออีกข้างเอื้อมไปคว้าตะเกียงน้ำมันโบราณที่วางอยู่บนชั้นมาจุดไฟ แสงสีส้มอบอุ่นสาดส่องใบหน้าหล่อเหลาที่มึนตึงและหยิ่งยโส แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความขบขัน
“ถ้าไม่อยากยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าทรงอยู่ตรงนี้ ก็ช่วยหยิบหัวหอมในตะกร้านั้นมาให้หน่อยครับ หรือจะยืนรอให้ฟ้าผ่าลงมาซะก่อนดีล่ะ” คีย์เลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย พลางผละตัวออกไปหยิบมีดทำครัวด้วยท่าทีสุขุมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ อยากจะกรี๊ดใส่หน้าคนหยิ่งยโสสักสามสบตลบ แต่สถานการณ์จำยอมและพายุที่โหมกระหน่ำข้างนอกก็ทำให้เธอต้องยอมจำนน เธอหยิบหัวหอมตามสั่งแล้วเดินไปตบเท้ากระแทกกระทั้นใส่เขา
“นี่ค่ะ! พ่อเชฟเทวดา หวังว่าอาหารมื้อนี้จะอร่อยจนกลบรสชาติความเผด็จการของคุณได้นะ”
คีย์รับหัวหอมมาด้วยมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากและอันตรายต่อหัวใจคนมองเป็นที่สุด “ถ้าคุณไม่เอาแต่เถียงแล้วตั้งใจชิม ฝีมือผมอาจจะทำให้คุณยอมสยบจนเลิกวิจารณ์ผมไปตลอดชีวิตเลยก็ได้”
บรรยากาศในครัวแคบๆ ท่ามกลางเสียงฝนตกหนักและสายฟ้าฟาด กลEบอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่มันคือแรงดึงดูดประหลาดที่ค่อยๆ หลอมละลายอีโก้ของคนทั้งคู่ลงทีละน้อย คีย์ลงมือทำอาหารด้วยความคล่องแคล่วและจริงจัง แสงไฟจากตะเกียงส่องกระทบสันจมูกโด่งและกรอบหน้าคมคาย ภาพนั้นสะกดสายตารินรดาให้มองตามโดยไม่รู้ตัว
“มองขนาดนี้... อยากกินผมแทนอาหารมื้อนี้หรือไงครับ” คีย์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากกระทะเดือดพล่าน รินรดาร้อนวูบไปทั้งหน้า รีบเบือนสายตาหนีแทบไม่ทัน
“หลงตัวเองที่สุด! ใครจะไปอยากกินคุณ คนอะไรทั้งปากร้ายทั้ง...”
คำต่อว่าถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ คีย์ก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้งอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมมาจับปลายคางมนให้เงยขึ้นสบตา ดวงตาคู่คมลึกล้ำราวกับดึงดูดเธอให้ตกลงไปในห้วงอารมณ์ที่เขาเป็นผู้กำหนด
“ปากบอกว่าไม่... แต่สายตาคุณมันฟ้องชัดเจนเลยนะรินรดา” เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมฝีปากทำเอาสติกระเจิดกระเจิง
ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าใกล้กันจนแทบชิดสนิท ประตูห้องครัวด้านหลังที่ควรจะถูกล็อกไว้จากด้านใน กลับส่งเสียง ‘แอ๊ด...’ เบาๆ พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ
“อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะดินเนอร์สุดโรแมนติกกลางพายุฝนสินะคะเนี่ย”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและอินไปกับความสัมพันธ์ฟินจิกหมอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ•ตอนที่ 8
คืนพายุเข้า
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!