เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ•ตอนที่ 7

กำแพงที่ก่อตัวขึ้น

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“ดูเหมือนว่างานของเธอจะยุ่งนะนักวิจารณ์คนเก่ง” คีย์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง “ไว้เราค่อยไปสะสางเรื่อง ‘มื้อเย็น’ กันต่อ... ทีหลัง” ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดลาดไหล่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลัง เธอสะดุ้งสุดตัว รีบขยับถอยห่างจากร่างสูงใหญ่ที่ยืนซ้อนหลังเธออยู่ประชิดเกินความจำเป็น กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นหอมของเปลือกส้มและเครื่องเทศเฉพาะตัวของเขายังคงลอยวนอยู่ในอากาศ ปลุกปั่นประสาทสัมผัสของเธอให้ตื่นตัวอย่างน่าหงุดหงิด รินรดาหันขวับกลับไปหมายจะต่อว่าคนที่ชอบฉวยโอกาสประชิดตัวในยามที่เธอสมาธิหลุด แต่คำพูดทั้งหมดกลับกลืนหายไปในลำคอเมื่อดวงตากลมโตสบเข้ากับแววตาของเขา คีย์ในยามนี้ไม่มีรอยยิ้มเยาะหยันที่มักใช้กวนประสาทเธอ หรือแม้กระทั่งความเย่อหยิ่งเย็นชาที่เขาใช้สร้างกำแพงกั้นโลกใบอื่นออกไป ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววบางอย่างที่อ่านยาก—มันทั้งเหนื่อยล้า... และเปราะบางอย่างน่าประหลาด เซฟเฮาส์ลับหลังนี้ไม่ได้กว้างขวางนัก แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นสาดส่องกระทบโครงหน้าคมสันของเชฟอัจฉริยะ ทำให้เห็นรอยคล้ำจางๆ ใต้ดวงตาคู่นั้นอย่างชัดเจน รินรดากะพริบตาปริบๆ ความรู้สึกต่อต้านที่เคยพุ่งพล่านเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจ “คุณ... เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” น้ำเสียงที่ตั้งใจจะให้ราบเรียบและดุดันกลับหลุดความลังเลออกมาอย่างปิดไม่มิด “เปล่า” คีย์ตอบสั้นๆ น้ำเสียงห้วนจัดตามนิสัยเดิม แต่กลับไม่มีแรงกระแทกกระทั้นเหมือนทุกครั้ง เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีเข้มอย่างไร้เรี่ยวแรง ข้อศอกทั้งสองข้างวางทราบลงบนหัวเข่า ก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ท่าทางที่ดูราวกับแบกรับภาระหนักอึ้งไว้คนเดียวทำให้รินรดายืนนิ่งอยู่ที่เดิมอย่างทำตัวไม่ถูก นี่น่ะหรือ... เชฟจอมโหดผู้ไม่มีใครปราบได้? คนที่วิจารณ์อาหารของเธอด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนจนเธออยากจะเอาทัพพีเคาะหัวเขาสักทีสองที? ภาพของชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบในชุดเชฟสีขาวสะอาดสะอ้านเมื่ออยู่ในครัว กำลังพังทลายลงทีละน้อยต่อหน้าต่อตาเธอ รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคอ แม้สมองจะบอกให้เธอถอยห่างแล้วปล่อยให้เขาจัดการปัญหาของตัวเองไปตามประสาคนปากร้าย แต่ขาทั้งสองข้างกลับทรยศด้วยการก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะกาแฟตรงหน้าช้าๆ บนโต๊ะมีเอกสารกองโตเกี่ยวกับวัตถุดิบนำเข้าและบัญชีรายรับ-รายจ่ายของร้านอาหารที่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ตัวเลขสีแดงและเครื่องหมายกากบาทจำนวนมากบ่งบอกถึงปัญหาใหญ่ที่กำลังรุมเร้า รินรดาย่อตัวลงนั่งยองๆ เบื้องหน้าโซฟาที่เขานั่งอยู่ แม้เธอจะเป็นนักวิจารณ์อาหารฝีปากกล้า แต่ลึกๆ แล้วเธอก็มีความเป็นมืออาชีพพอที่จะแยกแยะระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานได้ “ถ้าเครียดเรื่องการบริหารร้าน ทำไมไม่จ้างผู้จัดการมืออาชีพมาช่วยดูล่ะคะ” รินรดาเอ่ยถามเสียงเบา ไม่มีความถากถางเจือปนอยู่ในน้ำเสียงนั้น มีเพียงความสงสัยที่บริสุทธิ์ใจ คีย์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เธอ แววตาไหววับชั่วขณะก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม แต่รินรดากลับทันได้เห็นประกายความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งนั้น “เธอก็รู้ว่าอาหารทุกจานในร้านนั้น... ฉันสร้างมันขึ้นมาจากความทรงจำ” คีย์เอ่ยเสียงแหบพร่า “ถ้าปล่อยให้คนอื่นเข้ามาจัดการ พวกเขาจะมองเห็นมันเป็นแค่ ‘สินค้า’ ไม่ใช่ ‘คุณค่า’... ฉันไว้ใจใครไม่ได้ รินรดา” ประโยคสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกทำให้หัวใจของนักวิจารณ์สาวกระตุกวูบ ความหยิ่งยโสที่เธอเคยสัมผัส แท้จริงแล้วมันคือเกราะป้องกันที่เขาใช้ห่อหุ้มหัวใจที่แตกสลายต่างหาก รินรดานิ่งงันไปอึดใจ มือเรียวเอื้อมออกไปโดยไม่ทันรู้ตัว ปลายหน้านิ้วแตะลงบนหลังมือของเขาที่วางอยู่บนตักเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและความเข้าใจที่เธอก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีให้ผู้ชายคนนี้ “บางครั้ง... การเปิดใจให้คนอื่นเข้ามาช่วยแบกรับ ก็ไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอหรอกนะคะเชฟ” รินรดากระซิบแผ่วเบา ดวงตากลมโตมองสบตาเขาตรงๆ ไร้ซึ่งกำแพงความระแวงระหว่างกัน คีย์นิ่งงะงันไป สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วเรียวของเธอเหมือนกระแสความอบอุ่นที่ไหลซึมเข้าสู่รอยร้าวในอก ความเย็นชาที่เขาใช้หล่อเลี้ยงชีวิตมานานนับปีคล้ายจะละลายลงช้าๆ ริมฝีปากหยักแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่แทบไม่เคยปรากฏให้ใครเห็นมาก่อน มันทั้งงดงามและเปราะบางในคราวเดียวกัน “เธอใจดีเกินไปแล้วนะ นักวิจารณ์...” คีย์เอ่ยเสียงพร่า มือหนาพลิกกลับมาจับกุมมือเรียวของเธอไว้หลวมๆ สัมผัสอุ่นจัดทำให้รินรดาใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก ใบหน้าสวยร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอพยายามจะดึงมือกลับแต่เขากลับรั้งไว้แน่นขึ้น “อยู่แบบนี้ก่อนสักครู่... นะ” บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองอบอวลไปด้วยความเงียบงันที่มีความหมายลึกซึ้ง ความตึงเครียดก่อนหน้านี้มลายหายไป เหลือเพียงเคมีแปลกประหลาดที่ดึงดูดให้พวกเขยขยับเข้าหากันทีละนิด คีย์โน้มใบหน้าลงมาหาเธอช้าๆ ระยะห่างระหว่างกันลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รินรดารู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดที่อันตราย รินรดาหลับตาลงครึ่งหนึ่ง หัวใจประท้วงให้ถอยหนีแต่ร่างกายกลับนิ่งค้าง ปล่อยให้ความหอมหวานของช่วงเวลานี้ครอบงำ ริมฝีปากของเขากำลังจะทาบทับลงมาอยู่รอมร่อ— *กริ๊งงงงง!* เสียงกริ่งประตูหน้าเซฟเฮาส์ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ นั้นจนย่อยยับ คีย์ชะงักกึก ขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดระคนไม่พอใจ ขณะที่รินรดาสดุ้งสุดตัว รีบดึงมือกลับแล้วกระโดดผลุนผلاขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายและตกใจ ประตูหน้าเซฟเฮาส์ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของใครบางคน พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายที่คุ้นหู “เชฟคีย์! แย่แล้วครับ เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องครัวใหญ่แล้ว ลูกค้าวีไอพีคนสำคัญบุกมาโวยวายหาเรื่องถึงที่ร้าน บอกว่าอาหารที่เราเสิร์ฟวันนี้มีปัญหาใหญ่หลวง!” รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคีย์ที่บัดนี้แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาดุดันในเสี้ยววินาที ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีความน่ากลัวแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับพายุลูกใหญ่ที่พร้อมจะพัดถล่มทุกอย่างให้ราบคาบ “ใครกล้ามาเหยียบร้านฉันยามวิกาลแบบนี้...” คีย์เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความกรุ่นโกรธ ก่อนจะก้าวเดินผ่านรินรดาไปอย่างรวดเร็วเพื่อไปสะสางปัญหา แต่จังหวะที่เขาเดินผ่าน เปลือกตากลับเหลือบมองเธอนิดหนึ่งพร้อมกระซิบสั้นๆ “รอก่อน... เรื่องของเรายังไม่จบ” พูดจบ เชฟจอมโหดก็ก้าวเท้าพ้นประตูห้องไป ทิ้งให้รินรดายืนค้างอยู่กลางห้อง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล พร้อมกับความรู้สึกที่ว่า... ค่ำคืนนี้เพิ่งเริ่มต้นความวุ่นวายที่แท้จริงเท่านั้น! *** ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กำมะหยี่สีแดง" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%