เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ•ตอนที่ 6

อาหารมื้อเที่ยงที่ไม่ได้ขอ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงกล่องกระดาษเคลือบฟอยล์ราคาแพงถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานไม้สักอย่างแรง จนแฟ้มประเมินร้านอาหารเกรดบีสั่นสะเทือน รินรดาเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาคู่คมกริบตวัดมองผู้บุกรุกทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเดาว่าเป็นใคร เชฟหนุ่มในเสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นท่อนแขนแข็งแรงและเส้นเลือดปูดโปนยืนกอดอกอยู่ตรงนั้น ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิดระคนดูแคลน “เลิกทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแล้วเปิดดูซะ ถ้ารสชาติมันแย่จนทำให้เธออาหารเป็นพิษ ฉันจะได้โทรเรียกโรงพยาบาลถูก” คีย์เปิดฉากด้วยวาจาร้ายกาจตามเคย น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย่อหยิ่งทว่าแฝงความร้อนรนบางอย่างที่เขาพยายามซ่อนไว้ รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอปราบความหงุดหงิดที่แล่นพล่านขึ้นมาด้วยการเลิกคิ้วสูงอย่างท้าทาย ปากบางเฉียบเหยียดยิ้มเยาะ “แหม นึกว่าใคร ที่แท้ก็เชฟผู้รักความสมบูรณ์แบบจนประสาทกินนี่เองค่ะ อุตส่าห์หิ้วปิ่นโตมิชลินมาประเคนถึงที่ หรือว่ากลัวว่านักวิจารณ์ปากร้ายคนนี้จะเขียนรีวิวเผาครัวจนร้านคุณเจ๊งกันแน่คะ” “หลงตัวเองไปหน่อยไหมรินรดา” คีย์โน้มตัวลงมาใช้มือสองข้างค้ำโต๊ะทำงานของเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนรินรดาได้กลิ่นอายแดดจางๆ ผสมกับกลิ่นเครื่องเทศชั้นดีจากตัวเขา “ฉันแค่อยقไม่อยากให้มาตรฐานของสื่อสิ่งพิมพ์เล่มนี้ตกต่ำไปกว่ารสนิยมการกินอาหารแช่แข็งของเธอต่างหาก” “ถ้าอาหารแช่แข็งมันระคายเคืองต่อต่อมรับรสอันสูงส่งของคุณนัก เชิญไสหัวกลับครัวของคุณไปเลยค่ะ ไม่มีใครเชิญมาสักหน่อย” รินรดาตอบกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา ความดื้อรั้นในแววตาสีน้ำตาลเข้มทำให้คีย์ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาสีเข้มของเชฟหนุ่มกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปมองกล่องอาหารบนโต๊ะที่ยังไม่มีใครแตะต้อง “เปิดสé” คีย์ออกคำสั่งเสียงเข้ม น้ำอ่อนลงกว่าเดิมนิดหน่อยอย่างไม่น่าเชื่อ “ก่อนที่เนื้อวากิวระดับ A5 จะเหนียวจนเคี้ยวไม่ไหว เพราะความปากมากของเธอนั่นแหละ” รินรดากลอกตาใส่ความเผด็จการของเขา แต่ยอมเอื้อมมือไปแกะโบว์ริบบิ้นสีดำที่ผูกกล่องไว้อย่างประณีต ทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก กลิ่นหอมเย้ายวนของเนื้อย่างซอสตระไคร้ผสมทรัฟเฟิลก็พวยพุ่งขึ้นมาแตะจมูก จนนักวิจารณ์สาวผู้ปากแข็งถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มันไม่ใช่แค่อาหารกลางวันธรรมดา แต่มันคืองานศิลปะย่อมๆ ที่ถูกจัดวางอย่างบรรจงในกล่องกระดาษเรียบหรู คีย์แอบถอนหายใจเบาๆ เมื่อเห็นรอยประกายความทึ่งวูบผ่านนัยน์ตาของหญิงสาว แม้เธอจะพยายามตีสีหน้าเรียบเฉยแค่ไหนก็ตาม “ยังไงล่ะคะ... จะให้ฉันคอมเมนต์ว่ารสชาติเหมือนยางรถยนต์เผาไฟ หรือว่าอร่อยจนน้ำตาไหลดีล่ะ” รินรดาเงยหน้าขึ้นถาม น้ำเสียงยังมีเค้าความประชดประชันอยู่ครึ่งต่อครึ่ง “ลองชิมดูก่อนเถอะน่า แล้วค่อยใช้สมองอันน้อยนิดนั่นคิดคำวิจารณ์ที่มันฉลาดกว่านี้หน่อย” คีย์ยืดตัวขึ้นยืนตรง ทว่าสายตายังคงจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเธออย่างไม่วางตา ราวกับนักล่าที่กำลังรอดูเหยื่อติดกับดักความอร่อยที่เขาจงใจวางไว้ รินรดาหยิบส้อมเงินขนาดพอดีคำที่แนบมาด้วย เธอตักชิ้นเนื้อวากิวที่ฉ่ำซอสเข้าปากช้าๆ ทันทีที่สัมผัสแรกแตะลงบนลิ้น รสชาติความนุ่มละมุนที่ระเบิดความฉ่ำออกมาพร้อมกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศชั้นดีก็ทำให้สมองของเธอนิ่งค้างไปชั่วขณะ *อร่อย... อร่อยบ้าอะไรขนาดนี้* เธอพยายามเคี้ยวอย่างสงบเสงี่ยมที่สุดเพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม แต่สีหน้าที่เคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะนั้นไม่สามารถรอดพ้นสายตาคมกริบของเชฟหนุ่มไปได้ คีย์มุมปากกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างผู้ชนะ “ว่าไงล่ะ?” คีย์เอ่ยถามเสียงนุ่ม ทว่าแฝงแววยั่วเย้า “ฝีมือของเชฟประสาทกินคนนี้ พอจะทำให้ปากเก่งๆ ของเธอหยุดพ่นพิษใส่ฉันได้สักสิบนาทีไหม” รินรดากลืนอาหารลงคออย่างนิ่มนวล เธอวางส้อมลงแล้วเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขา “ก็... พอกล้อมแกล้มไปได้ค่ะ ไม่ถึงกับเลวร้ายอะไรนักหรอก ขอบคุณสำหรับอาหารกลางวันที่ไม่ได้ขอ... เชฟ” “ปากแข็งจริงนะ” คีย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเซ็กซี่จนรินรดารู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มโดยไม่มีสาเหตุ เขาโน้มตัวลงมาอีกครั้ง คราวนี้ใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรดอยู่บนผิวแก้มของเธอ “ถ้าอร่อยถูกปากขนาดนี้ มื้อเย็นเปลี่ยนเป็นดินเนอร์สองต่อสองที่ร้านฉันไหมล่ะ รินรดา... ฉันจะทำให้เธอลืมไม่ลงเลย” รินรดาสะท้านเฮือก หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยประโยคแสบๆ คันๆ เพื่อรักษาฟอร์มของนักวิจารณ์สาวผู้หยิ่งทะนง แต่ทว่า... *ปั้ง!* เสียงผลักประตูกระจกห้องทำงานของเธอเปิดออกอย่างไร้มารยาท ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนดังลั่นห้อง “รินรดา! นี่เธอกล้าดียังไงถึงเอาบทความบ้าๆ นั่นไปลงตีพิมพ์โดยไม่ปรึกษาฉัน!” ร่างของบรรณาธิการบริหารสาวก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนที่เธอจะชะงักกึกเมื่อเห็นว่าในห้องไม่ได้มีแค่รินรดาเพียงลำพัง แต่ยังมีเชฟหนุ่มเนื้อหอมระดับประเทศยืนประชิดตัวนักวิจารณ์สาวในท่าทางที่ล่อแหลมเกินกว่าเพื่อนร่วมงานจะทำกัน คีย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งสนิทราวกับมองอากาศธาตุ ก่อนจะหันมามองรินรดาที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “ดูเหมือนว่างานของเธอจะยุ่งนะนักวิจารณ์คนเก่ง” คีย์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง “ไว้เราค่อยไปสะสางเรื่อง ‘มื้อเย็น’ กันต่อ... ทีหลัง” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความปากแข็งของยัยรินรดากับเชฟคีย์นะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%