เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งติด เป็นจังหวะจะโคนและเยือกเย็นจนน่าหงุดหงิด ราวกับมันจงใจขัดจังหวะบรรยากาศตึงเครียดที่กำลังระอุอยู่กลางห้องครัวระดับมิชลินสตาร์แห่งนี้
คีย์ชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมมาคว้าข้อมือของฉัน ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองใบหน้าฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความขัดเคือง
“ดูเหมือนว่า... เกมสนุกๆ ของเราจะต้องพักไว้แค่นี้ก่อนแล้วล่ะครับ... ตัวแสบ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจเน้นคำว่า ‘ครับ’ ทอดเสียงยาวอย่างเย้ยหยันนั่นทำเอาต่อมความหมั่นไส้ของฉันพุ่งพล่านจนอยากจะคว้าทัพพีสแตนเลสฟาดหน้าหล่อๆ ของเขาให้หายแค้นสักที สองปีที่ผ่านมาในฐานะนักวิจารณ์อาหารฝีปากกล้า ไม่เคยมีเชฟหน้าไหนกล้าเรียกฉันว่า ‘ตัวแสบ’ ด้วยสายตาคุกคามแกแกมเอ็นดูแบบนี้มาก่อนเลยให้ตายสิ!
แต่มีหรือที่รินรดาคนนี้จะยอมก้มหัวให้ความพ่ายแพ้ง่ายๆ
“เกมอะไรของคุณคะ เชฟคีย์” ฉันเชิดคางขึ้น ยืนหยัดสู้สายตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าแผ่นหลังจะชนติดอยู่กับเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนและมีร่างสูงใหญ่ของเชฟตัวร้ายกักตัวไว้จนแทบไม่มีอากาศหายใจก็ตาม “ฉันมาที่นี่เพื่อพิสูจน์ฝีปาก ไม่ใช่มาเล่นเกมไร้สาระของคุณ... หลบไปค่ะ ฉันจะทำงานของฉันต่อ”
“ทำงาน?” คีย์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอต่ำพร่าดังขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาอีกนิดจนปลายจมูกของเราแทบจะชนกัน กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมกับกลิ่นหอมจางๆ ของโรสแมรี่และชีสพาร์เมซานจากตัวเขาลอยเข้ามารบกวนสติสัมปชัญญะ “ปากดีแบบนี้ หวังว่าฝีมือในจานจะรสชาติดีเหมือนฝีปากนะคะ... คุณนักวิจารณ์”
พูดจบเขาก็ผละร่างออกไปอย่างไม่รีเวลาร้อน ร่างสูงสง่าในชุดเชฟสีดำสนิทก้าวเดินไปปลดล็อกประตูเซฟเฮาส์ ปล่อยให้ฉันยืนหายใจหอบกระชั้นอยู่เบื้องหลัง ยืนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจของฉันเกินไปแล้ว!
“เชฟครับ วัตถุดิบชุดใหม่จากฟาร์มปอร์ตแลนด์มาส่งแล้วครับ” เสียงทุ้มของลูกมือคนสนิทดังแทรกเข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มร่างโปร่งที่หอบลังไม้เข้ามาในห้องครัว
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงความนิ่งสงบกลับคืนมา ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยและเย่อหยิ่งเช่นเดิม ก่อนจะเดินดุ่มๆ ตรงไปยังเตาปรุงอาหารหลัก ท่ามกลางสายตาคมกริบของเจ้าของเซฟเฮาส์ที่มองตามมาด้วยรอยยิ้มมุมปากราวกับกำลังรอสมน้ำหน้า
ในเมื่อเขาดูถูกนักว่าฉันมีดีแค่ปาก... งั้นวันนี้แหละ ฉันจะทำให้เชฟอัจฉริยะผู้หยิ่งยโสคนนี้รู้ซึ้งถึงรสชาติของความดื้อรั้นที่แท้จริง!
ฉันกวาดสายตามองวัตถุดิบในครัวเปิดโล่งแห่งนี้ เนื้อแกะออสเตรเลียเกรดพรีเมียม เห็ดทรัฟเฟิลขาวสดๆ แป้งพาสตาทำมือ และสมุนไพรนานาชนิด ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบตามสไตล์คนรักความสะอาดระดับโรคจิตของคีย์
*กริ๊ง...*
ฉันหยิบกระทะทองเหลืองขึ้นมาวางบนเตา เปิดแก๊สด้วยเปลวไฟสีฟ้าเข้ม เสียงซู่ซ่าเบาๆ เมื่อน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์สัมผัสกับความร้อนคือสัญญาณเริ่มต้นของการแข่งขันที่ไม่มีกรรมการ
“จะทำอะไรครับนั่น” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจากด้านหลังอีกครั้ง คีย์เดินเข้ามาใกล้ในระยะประชิด มือหนาถือแก้วกาแฟดำนิ่งๆ แต่สายตากลับจดจ้องทุกการเคลื่อนไหวของฉันไม่วางตา “นั่นมันเนื้อแกะสำหรับมื้อค่ำของแขกวีไอพีนะคุณ ไม่ใช่ของเล่นทดลองของเด็กฝึกงาน”
“ถ้ากลัวของเสีย ทำไมไม่ลงมือทำเองล่ะคะ เชฟคีย์” ฉันตอบโดยไม่หันไปมอง มือเรียวคล่องแคล่วในการหั่นกระเทียมและโรสแมรี่ด้วยความเร็วและแม่นยำ “หรือว่ากลัว... กลัวว่านักวิจารณ์อาหารที่ถูกคุณสบประมาท จะทำอาหารออกมาอร่อยกว่าเมนูขึ้นชื่อของคุณกันแน่?”
คีย์หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา แต่แทนที่จะโกรธ เขากลับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย
“น่าสนใจดีนี่ครับ งั้นผมจะให้เวลาคุณสามสิบนาที... ทำมันออกมาให้ดูสิ ถ้ามันกินไม่ได้อย่างที่คุณโม้ไว้ เตรียมตัวเป็นลูกมือล้างจานให้ผมไปตลอดสามเดือนเต็มได้เลย”
“ตกลงค่ะ!” ฉันรับคำท้าทันทีอย่างไร้ความลังเล “แต่ถ้ามันอร่อยจนคุณต้องยอมรับ... คุณต้องถอนคำพูดทั้งหมดที่คุณเคยเขียนวิจารณ์บทความรีวิวร้านอาหารของฉันเมื่อปีก่อน พร้อมกับก้มหัวขอโทษฉันซะ!”
บรรยากาศในครัวเงียบกริบลงทันที ลูกมือหนุ่มที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ด้วยความเสียวไส้ ไม่เคยมีใครกล้าต่อรองกับเชฟคีย์ด้วยเงื่อนไขที่ท้าทายอำนาจมืดขนาดนี้มาก่อน
คีย์นิ่งเงียบไปอึดใจใหญ่ ดวงตาสีนิลคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักความมั่นใจที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของฉัน ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
“ตกลงครับ... ตัวแสบ” เขาเอ่ยเสียงพร่า “แต่ถ้าคุณแพ้... คุณจะต้องตอบคำถามหนึ่งข้อของผม โดยไม่มีสิทธิ์โกหก”
หัวใจของฉันกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่งด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด แต่ความทิฐิและแรงฮึดสู้ก็มีมากกว่า ฉันเม้มริมฝีปากแน่นแล้วพยักหน้ารับคำท้า
“deal ค่ะ!”
เวลาสามสิบนาทีเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ฉันเททุกทักษะ ความรู้ และความรักในอาหารที่มีทั้งหมดลงไปในกระบวนการทำอาหาร กลิ่นหอมฟุ้งของเนื้อแกะที่ถูกกริลล์จนผิวกรอบนอกนุ่มใน ผสมผสานกับความหอมละมุนของซอสไวน์แดงเคี่ยวกับเนยและโรสแมนรี่ คละคลุ้งไปทั่วห้องครัวจนแม้แต่คีย์เองก็ยังเผลอขยับเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว
สายตาของเขาไม่ได้มองที่เตาไฟอีกต่อไปแล้ว... แต่มันกลับหยุดนิ่งอยู่ที่ใบย้อมเหงื่อจางๆ และรอยยิ้มแห่งความมั่นใจบนเรียวปากของฉัน
ฉันบรรจงจัดจานอาหารเมนู ‘Lamb Cutlet with Truffle Red Wine Jus’ ลงบนจานเซรามิกสีขาวสะอาดตา ตกแต่งด้วยดอกไม้ทานได้สีสันสดใสอย่างประณีต ก่อนจะดันจานนั้นไปตรงหน้าเชฟผู้หยิ่งยโสด้วยมือที่มั่นคง
“เชิญค่ะ... เชฟคีย์ ชิมฝีมือของคนที่คุณหาว่าดีแต่ปากหน่อยสิคะ”
คีย์มองจานอาหารตรงหน้าสลับกับใบหน้าของฉัน แววตาคมกริบฉายประกายความทึ่งวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขาหยิบส้อมและมีดขึ้นมาอย่างใจเย็น ตัดเนื้อแกะชิ้นพอดีคำเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ เพื่อซึมซับรสชาติ
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีที่ยาวนานราวดั่งชั่วโมง ลูกมือในครัวและฉันต่างกลั้นหายใจรอฟังคำพิพากษา
คีย์วางชิ้นเนื้อลงบนจานช้าๆ เงยหน้าขึ้นสบตาฉัน ดวงตาสีนิลคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา
“รสชาติ... ดื้อรั้นและเอาแต่ใจตัวเองมากครับ” คีย์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวฉันช้าๆ จนหลังชนเคาน์เตอร์อีกรอบ “เหมือนคนทำไม่มีผิด... อร่อยจนน่าโมโหเลยล่ะครับ”
ฉันระบายยิ้มแห่งชัยชนะออกมาอย่างภาคภูมิใจ “เห็นไหมคะ ฉันไม่ได้มีดีแค่ปากสักหน่อย—”
“แต่...” คีย์พูดแทรกขึ้นมาทันควัน พร้อมกับยื่นมือหนามาคว้าข้อมือฉันไว้ รั้งตัวฉันให้เข้าไปแนบชิดกับอกแกร่งของเขาจนแทบไม่เหลือช่องว่าง “ในเมื่อคุณชนะการเดิมพันแล้ว... ก็ถึงเวลาที่ผมจะต้องทวงรางวัลของผมบ้างแล้วล่ะครับ”
“อะ... อะไรของคุณคะ เชฟคีย์ ปล่อยนะ!” ฉันอุทานเสียงหลง หัวใจเต้นรำระส่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาใกล้เรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน
คีย์โน้มใบหน้ากระซิบชิดริมฝีปากฉัน เสียงทุ้มพร่ากระซิบคำถามที่ทำให้สติของฉันหลุดลอยไปในทันที
“บอกผมหน่อยสิครับ... ทำไมตลอดสองปีที่ผ่านมา ถึงคอยตามติดทุกความเคลื่อนไหวและจ้องจะจับผิดเมนูอาหารของผม... หื้ม? หรือจริงๆ แล้ว...”
ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของฉันราวกับจะมองทะลุถึงก้นบึ้งของหัวใจ
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างรุนแรงขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยความตระหนกของคนที่คุ้นเคยดังลอดเข้ามา
“คีย์! ริน! อยู่ข้างในไหม เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว สื่อสายอาหารกำลังแห่กันมาที่นี่เพราะมีคนแอบปล่อยข่าวว่าพวกเธอล็อบบี้ผลมิชลินปีนี้กัน!”
ร่างของคีย์ชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดระลอกใหญ่ ขณะที่ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับข่าวร้ายที่สาดซัดเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและร่วมลุ้นไปกับความดื้อรั้นของยัยตัวแสบกับเชฟปากร้ายนะคะ!
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ•ตอนที่ 5
รสชาติของความดื้อรั้น
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!