แสงแฟลชจากกองทัพนักข่าวที่กรูเข้ามาในเซฟเฮาส์ราวกับฝูงแมลงเม่าบินเข้ากองไฟสาดกระหน่ำจนห้องครัวสไตล์โมเดิร์นสีเข้มแทบสว่างวาบเป็นสีขาวโพลน เสียงชัตเตอร์รัวราวกระสุนปืนกลผสมผสานกับเสียงตะโกนถามคำถามเซ็งแซ่จนแทบไม่ได้ศัพท์ รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางวงล้อม แสงสว่างจ้าบาดตาทำให้สมองที่ปรกติประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับขาวโพลนไปชั่วขณะ
นี่มันบ้าอะไรกัน... ข่าวการพบตัวเชฟอัจฉริยะผู้เก็บตัวเงียบอย่างคีย์รั่วไหลไปถึงหูสื่อมวลชนได้อย่างไร ในเมื่อพิกัดของเซฟเฮาส์แห่งนี้เป็นความลับขั้นสุดยอดที่แม้แต่สำนักข่าวใหญ่ยังเข้าไม่ถึง
“เชฟคีย์คะ! มีข่าวลือว่าคุณแอบซ่อนตัวเพื่อเตรียมเปิดร้านใหม่จริงไหมคะ?”
“แล้วผู้หญิงคนนี้คือใครครับ? แฟนลับๆ หรือผู้ช่วยคนใหม่ของคุณ?”
ไมโครโฟนไร้สายนับสبيว์ถูกยื่นจ่อเข้ามาใกล้ใบหน้าจนเกือบชนปลายจมูก กลิ่นน้ำหอมและกลิ่นเหงื่อจากความชุลมุนตีปะปนกันจนน่าเวียนหัว รินรดากัดฟันกรอด ขยับตัวถอยหลังด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่พื้นที่ด้านหลังกลับชนเข้ากับแผงอกกว้างที่ให้ความรู้สึกหนักแน่นและมั่นคงอย่างประหลาด
กลิ่นหอมสะอาดของซิกเนเจอร์โคโลญจน์ผสมกลิ่นหอมจางๆ ของโรสแมรี่และเตาอบลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ก่อนที่มือหนาและอบอุ่นคู่หนึ่งจะเอื้อมผ่านไหล่บางเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงดึงนั้นทั้งเด็ดขาดและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน คีย์ฉุดรั้งเธอให้ก้าวถอยหลังเข้าไปหลบด้านหลังแผงเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนสีดำสนิท ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นปราการป้องกันย่อมๆ จากสายตาและฝูงชนด้านนอก
“ออกไปให้หมด”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึกเอ่ยขึ้น ทว่ากังวานก้องจนกลบเสียงโกลาหลทั้งหมดในห้องครัวได้ชั่วพริบตาเดียว คีย์ไม่ได้ตะโกน ความเย็นชาที่แผ่อשออกมาจากร่างสูงใหญ่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศาจนนักข่าวหลายคนถึงกับชะงักฝีเท้า
“เชฟคีย์ครับ ขอสัมภาษณ์แค่—”
“ผมบอกให้ออกไป” คีย์ตวัดสายตาคมกริบมองตรงไปยังหัวหน้าทีมข่าวสำนักหนึ่ง นัยน์ตาสีเข้มดุดันราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อ “หรือจะต้องให้ผมแจ้งข้อหาบุกรุกเคหสถานในยามวิกาลและละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล ทีมนิติกรของผมทำงานรวดเร็วกว่าที่พวกคุณคิดแน่”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะเมื่อเจอกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากเชฟหนุ่ม ร่างสูงขยับตัวบังรินรดาไว้มิดชิด แผ่นหลังกว้างของเขาเปรียบเสมือนโล่กำบังชั้นดีที่กันทั้งแสงแฟลชและสายตาอยากรู้อยากเห็นนับสิบ
และในจังหวะที่การรักษาความปลอดภัยส่วนตัวของเซฟเฮาส์ทำงาน ระบบประตูนิรภัยสำรองก็ส่งเสียงสัญญาณเตือนดังลั่น ก่อนที่บานประตูกระจกหนาจะเลื่อนปิดสนิทอัตโนมัติ ตัดขาดเสียงกวนใจภายนอกให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่ในพื้นที่ปิดทึบ
รินรดายกมือขึ้นลูบหน้าผากที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อย หัวใจเต้นโ크มครามด้วยความตกใจปนความหงุดหงิด เธอปัดมือที่ยังคงกุมข้อมือเธอไว้ออกเบาๆ แล้วเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมที่หันกลับมามองเธอทันที
“คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าพวกมันจะมา?” เสียงใสเอ่ยถามอย่างคาดคั้น นัยน์ตากลมโตฉายแววไม่พอใจชัดเจน “นี่คือแผนของคุณที่จะกันท่าฉัน หรือคุณจใจร้ายหลอกฉันมาเป็นแพะรับบาปให้ข่าวฉาวของคุณกันแน่ เชฟคีย์!”
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวย เขาซุกมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนสีดำสนิท โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
“คุณประเมินความฉลาดของตัวเองสูงเกินไป หรือประเมินความไร้สาระของสื่อพวกนั้นต่ำเกินไปกันแน่ รินรดา” น้ำเสียงทุ้มเจือแววเยาะหยัน “ผมเป็นเชฟ ไม่ใช่ดาราเซเลบที่จะต้องมาสร้างกระบวนการPRราคาถูกแบบนี้... แต่ถ้าคุณอยากรู้เรื่องข้อมูลลับของผมจริงๆ จนตัวสั่นล่ะก็...”
เชฟหนุ่มเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาคมปลาบกวาดมองสำรวจตั้งแต่ใบหน้าที่บึ้งตึงด้วยความโกรธลงมาถึงริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างพิจารณา
“ผมก็มีข้อเสนอที่คุ้มค่าพอกับความเสี่ยงที่คุณเผชิญเมื่อครู่”
รินรดากะพริบตาปริบๆ ความสงสัยเข้ามาแทนที่ความโกรธชั่วขณะ “ข้อเสนออะไร?”
“อยู่ช่วยงานในครัวของผมตลอดโปรเจกต์ลับนี้” คีย์ยื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดราวกับประกาศิต “เป็นลูกมือ เป็นผู้ช่วยทดลองสูตร และเป็นหนูทดลองชิมอาหารทุกจานที่ผมรังสรรค์ขึ้นมา... แลกกับการที่คุณจะได้เอกสารข้อมูลลับทั้งหมดที่ผมเก็บไว้ รวมถึงสิทธิ์ในการสัมภาษณ์ผมแบบเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใครในโลก”
“นี่คุณบ้าไปแล้วหรือไง!” รินรดาอุทานออกมาเสียงดังลั่น เผลอขยับเข้าไปประชิดตัวเขาด้วยความเหลืออด “ฉันเป็นนักวิจารณ์อาหารระดับแนวหน้านะคะ! จะให้มาเป็นเด็กเสิร์ฟหรือคนล้างจานในครัวของคุณเนี่ยนะ? ฝันไปเถอะ!”
“ผมไม่ได้บอกให้คุณมาล้างจาน” คีย์ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเธอทีละก้าว บีบบังคับให้ร่างบางต้องถอยร่นจนสะโพกชนติดกับขอบเคาน์เตอร์ครัวอย่างไร้ทางหนี ร่างสูงโน้มตัวลงมาจนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟอ่อนๆ ปัดผ่านปลายจมูกรินรดาจนเธอต้องจิกนิ้วเข้ากับขอบหินอ่อนแน่นเพื่อตั้งสติ “ผมบอกให้คุณมาเป็น ‘คู่คิด’ ในครัว... ถ้าคุณแน่จริงและมั่นใจในลิ้นวิจารณ์นักหนਾ ก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิว่าคุณเก่งจริง ไม่ใช่ดีแต่พ่นคำวิจารณ์สวยหรูบนหน้ากระดาษ”
ดวงตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย มันไม่ใช่สายตาดูถูก แต่เป็นความเร้าใจที่อันตรายและทรงพลังจนทำให้หัวใจของนักวิจารณ์สาวเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ เคมีที่ปะทะกันรุนแรงระหว่างความหยิ่งยโสของเชฟตัวร้ายและความพยศของเธอกำลังหลอมรวมพื้นที่แคบๆ นี้ให้ร้อนระอุขึ้นทีละน้อย
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามค้นหาความลังเลแต่พบเพียงความมั่นใจเต็มเปี่ยม อีโก้ที่ค้ำคออยู่บอกให้ปฏิเสธคำท้าทายบ้าๆ นี้เสีย แต่ความอยากรู้อยากเห็นและสัญชาตญาณของนักล่าข่าวสารกลับกรีดร้องว่านี่คือโอกาสเดียวที่เธอจะเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงของเชฟอัจฉริยะผู้นี้
“ถ้าอาหารของคุณมันไม่ได้เรื่องอย่างที่ปากคุย...” รินรดาเชิดคางขึ้น ท้าทายกลับด้วยรอยยิ้มเยزยวนไม่แพ้กัน “ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนฉีกหน้าคุณบนสื่อทุกสำนักด้วยมือของฉันเอง”
มุมปากของคีย์กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่แทบจะไม่ค่อยได้เห็น แต่มันกลับทรงเสน่ห์และอันตรายต่อหัวใจคนมองยิ่งกว่าครั้งไหนๆ มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้น เอื้อมผ่านกลุ่มผมนุ่มสลวยไปสัมผัสกับสวิตช์ไฟควบคุมบรรยากาศเหนือเคาน์เตอร์ ไฟสีส้มอบอุ่นหรี่แสงลงเหลือน้อยนิด ขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความลับและความเย้ายวน
“ตกลงตามนี้” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู จนรินรดาขนลุกซู่ไปทั้งตัว “คืนนี้... เรามาเริ่มต้นบททดสอบแรกกันเลยดีกว่า”
ทว่า ในวินาทีที่คีย์กำลังจะขยับกายถอยห่างเพื่อเปิดทางให้เธอนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเชฟหนุ่มที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ก็แผדเสียงริงโทนทำลายบรรยากาศเงียบงันขึ้นมาอย่างกะทันหัน หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมข้อความแจ้งเตือนสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้
คีย์เหลือบสายตาไปมองหน้าจอเพียงแวบเดียว นัยน์ตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจและเยือกเย็นกลับวูบไหวลงชั่วเสี้ยววินาที ความตึงเครียดบางอย่างกลับมาเกาะกุมบรรยากาศในห้องครัวอีกครั้งอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย
รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าหล่อเหลานั้น เธอขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย กำลังจะอ้าปากถาม แต่คีย์กลับยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ เป็นเชิงสั่งให้เธอเงียบเสียงลง
นิ้วเรียวยาวกดรับสาย ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจก่อนจะมีเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังเล็ดลอดออกมาจากลำโพงจนรินรดาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้ยินอย่างชัดเจน
*“เกมที่คุณเล่นอยู่กับหนูทดลองตัวน้อย... สนุกพอหรือยังล่ะ เชฟคีย์? เพราะตอนนี้... แขกคนสำคัญอีกคนกำลังจะเดินทางไปถึงเซฟเฮาส์ของคุณแล้วนะ”*
(ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ มาลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งแซ่บและฟินจิกหมอนในตอนต่อไปด้วยกันนะคะ!)
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ•ตอนที่ 3
กติกาวินาศสันตะโร
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!