เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ•ตอนที่ 2

บุกถ้ำเสือ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
กลิ่นไออุ่นจากปลายนิ้วที่ยังตรึงอยู่ตรงปลายคางมน ราวกับรอยประทับของความพ่ายแพ้ที่รินรดาไม่ยินยอมให้มันเกิดขึ้น สติที่กระเจิดกระเจิงไปชั่วขณะถูกดึงกลับมาด้วยแรงฮึดสู้ที่พุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม เธอปัดมือนั้นออกด้วยความรวดเร็ว ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัวสเตนเลสสตีลเย็นเฉียบในเซฟเฮาส์ส่วนตัวของเขา—ที่ซึ่งเธอเพิ่งแอบรหัสผ่านแล้วพังประตูเข้ามาเพื่อพิสูจน์ฝีมือ “เล่นสกปรกอะไรของคุณคะ เชฟคีย์” รินรดาเชิดหน้าขึ้น หยิบความเย่อหยิ่งมาสวมทับความสั่นไหวในอกอย่างแนบเนียน ดวงตากลมโตจ้องมองผู้ชายตรงหน้าด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง คีย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก ปรากฏรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน เขาไม่ได้ขยับหนี แถมยังก้าวเข้ามาประชิดอีกนิดจนระยะห่างแทบเป็นศูนย์ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายความร้อนของเตาไฟและซีตรัสอ่อนๆ ลอยวนอยู่รอบตัวเขา ทำให้คนที่ยืนพิงเคาน์เตอร์หายใจไม่ทั่วท้อง “บุกรุกเข้ามาถึงถ้ำเสือ แล้วยังกล้าถามหาความยุติธรรมอีกหรือครับ คุณนักวิจารณ์ปากกล้า” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยช้าๆ น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่น่าฟังจนอันตราย “คิดเหรอครับว่ารหัสผ่านความปลอดภัยระดับทหารที่คุณไปสรรหาวิธีแฮกมา จะทำให้คุณเข้ามา ‘พิสูจน์ฝีมือ’ ได้จริงๆ โดยที่เจ้าของบ้านไม่รู้ตัวตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามา” ประโยคVย็บนั้นทำเอารินรดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบ “หมายความว่า...” “หมายความว่าคุณมันซุ่มซ่ามและมั่นใจในตัวเองสูงเกินไปจนน่าขัน” คีย์สวนกลับทันควัน สายตาคมกริบกวาดมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความประเมิน “เชิญครับ... ไหนล่ะฝีมือที่จะมาล้างตาผม ทุบทำลายคานกระดานของผมให้ดูสิครับ หรือว่าทำได้แค่แอบย่องเบาเหมือนโจรสมัครเล่น” ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้เกิดมาเพื่อกวนประสาทเธอกระมัง! รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาช่วยขับไล่ความหวั่นไหวเมื่อครู่ให้หายวับไปกับตา เธอก้าวพรวดออกมาจากมุมอับ เดินตรงไปที่หน้าเขียงไม้ขนาดใหญ่บนเคาน์เตอร์ ซึ่งมีวัตถุดิบชั้นเลิศที่ถูกเตรียมไว้สำหรับเมนูทดสอบวางเรียงรายอยู่ “โจรสมัครเล่นเหรอคะ งั้นฉันจะทำให้เชฟผู้ยิ่งใหญ่ได้เห็นว่า โจรคนนี้แหละที่จะทำให้คุณต้องคายคำพูดตัวเองออกมา” รินรดาสลัดสูทสูทคลุมไหล่ออก เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวเข้ารูปที่พับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก ท่าทางทะมัดทะแมงและดุดันเปลี่ยนเธอกลายสภาพจากสาวสังคมชั้นสูงให้กลายเป็นนักรบในสมรภูมิครัวทันที มีดเชฟด้ามถนัดมือถูกหยิบขึ้นมาด้วยความคล่องแคล่ว สายตาคมกวาดมองวัตถุดิบทั้งหมดบนโต๊ะอย่างพิจารณา—เนื้อวากิวเกรดพรีเมียม, เห็ดทรัฟเฟิลดำ, และสมุนไพรพื้นบ้านที่ดูขัดแย้งแต่ท้าทาย ในหัวของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว คีย์ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานรสชาติแบบดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัยอย่างไร้ที่ติ ความสมบูรณ์แบบคือศาสนาของเขา แต่รินรดารู้... จุดอ่อนของคนบ้าความสมบูรณ์แบบคือ ‘ความไร้ระเบียบที่งดงาม’ เขาไม่กล้าเสี่ยงกับความจัดจ้านที่อยู่นอกกรอบ และเธอกำลังจะทำลายกรอบนั้น “หึ จะทำสเต็กราดซอสเห็ดทรัฟเฟิลสูตรคลาสสิกอีกตามเคยล่ะสิคะ เบสิกสิ้นดี” รินรดาเอ่ยพลางหั่นเนื้อด้วยจังหวะฉับไว เสียงคมมีดกระทบเขียงดังรัวเร็วก้องห้องครัว คีย์ไม่โต้เถียง เขายกมือขึ้นกอดอกพิงเคาน์เตอร์ฝั่งตรงข้าม ดวงตาคู่คมจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของเธออย่างไม่วางตา ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักหนานั้น นอกจากแววตาสนุกสนานระคนทึ่งที่ฉายชัดอยู่ชั่วขณะ—แววตาที่ผู้หญิงคนไหนได้เห็นก็คงใจละลาย แต่สำหรับรินรดามันคือการท้าทายที่เธอต้องเอาชนะให้ได้ เวลาผ่านไปสิบนาที บรรยากาศในเซฟเฮาส์อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเนยฝรั่งเศสที่ละลายผสานกับกลิ่นฉุนบางเบาของเครื่องเทศและพริกไทยดำขст ความเงียบระหว่างเขากับเธอถูกแทนที่ด้วยเสียงการทำงานอย่างตั้งใจ รินรดาตวัดกระทะด้วยความชำนาญ เมนูตรงหน้าไม่ใช่แค่การทำอาหารเพื่อประลองฝีมือ แต่มันคือการประกาศศักดาว่าเธอก็มีดีไม่แพ้เชฟเจ้าของมิชลินสตาร์ “เสร็จค่ะ” รินรดาวางจานเซรามิกสีดำสนิทลงตรงหน้าคีย์ อาหารบนจานคือเนื้อวากิวที่ย่างมาในระดับ Medium Rare กำลังพอดี ราดด้วยซอสพริกไทยดำหมักไวน์แดงที่เติมความเปรี้ยวซ่าด้วยมะนาวคาฟิร์และกลิ่นอายสมุนไพรไทย เป็นการตัดเลี่ยนที่คาดไม่ถึงและท้าทายลิ้นสุดๆ คีย์ก้มมองจานอาหารตรงหน้า นิ่งเงียบไปนานจนรินรดาเริ่มใจคอไม่ดี เธอแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วเธอก็กำลังเดิมพันกับความอีโก้ของเชฟอัจฉริยะผู้นี้ ชายหนุ่มหยิบส้อมและมีดขึ้นมาอย่างช้าๆ เขาตัดเนื้อชิ้นพอดีคำเข้าปาก เคี้ยวอย่างพินิจพิจารณา สีหน้าของเขาเรียบสนิทจนคาดเดาอารมณ์ไม่ได้—นั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับรินรดา ผ่านไปสามวินาที... สามวินาทีที่ยาวนานราวกับสามชั่วโมง “รสชาติจัดจ้าน... เกินไปหน่อยสำหรับคนชอบความนุ่มนวล” คีย์เอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงเรียบเรื่อยจนน่าหมั่นไส้ “แต่... การบาลานซ์กรดกับไขมันทำได้ไม่เลวเลยนี่ครับ คุณนักวิจารณ์” รินรดายิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ “แค่นั้นเหรอคะที่เก่งกาจ?” “ใจร้อนจังนะ” คีย์ยิ้มยั่ว รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าดุๆ นั้นดูมีเสน่ห์จนน่ากลัว “ผมยังไม่ได้บอกเลยว่า... ผมชอบมัน หรือชอบคนทำมากกว่ากันแน่” คำพูดหยอกเย้าที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายสายซึนทำเอารินรดาสำลักลมหายใจตัวเอง ใบตองนวลขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบ แต่แล้ว... กริ๊งงงงง! เสียงกริ่งประตูหน้าเซฟเฮาส์ดังขึ้นทำลายบรรยากาศระอุระหว่างคนทั้งคู่ทันที ตามด้วยเสียงทุบประตูดังปึงปังและเสียงตะโกนโวยวายที่ดังทะลุกระจกเข้ามา “คีย์! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่านายอยู่ข้างในกับยัยนักวิจารณ์ตัวแสบนั่น!” เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดีทำเอารินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่คีย์ขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างไม่ปิดบัง และก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งตัว ประตูเซฟเฮาส์ระบบนิรภัยที่ควรจะล็อกแน่นหนากลับส่งเสียงปี๊บยาว... แล้วถูกผลักเปิดออกผางโดยฝีมือของแขกไม่ได้รับเชิญที่พังเข้ามาพร้อมกับกองทัพนักข่าวและแฟลชกล้องที่สาดแสงเข้ามาในห้องจนละลานตา! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาลิ้มรสความฟินและร่วมลุ้นไปกับความปากแข็งของพ่อเชฟตัวร้ายกับคุณนักวิจารณ์คนสวยในตอนนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%