“ถ้าคุณขยับอีกนิดเดียว กระสุนนัดนี้จะไม่ฝังแค่กำแพงหลังหูคุณแน่ค่ะ”
เสียงกระซิบเย็นเฉียบที่ดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับแรงกดของปากกระบอกปืนเก็บเสียงที่แนบสนิทอยู่ตรงต้นคอ ทำให้ความเงียบงันในเซฟเฮาส์ระเบิดออกเป็นความตึงเครียดระดับสูงสุด คีย์ยืนแข็งค้าง ร่างกายที่เคยหยิ่งผยองและเต็มไปด้วยความมั่นใจของเชฟอัจฉริยะกลับเกร็งเขม็งจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาคมกริบเหลือบมองเงาสะท้อนบนกระจกใส ชายชุดดำสองคนไม่ได้มาเพื่อเจรจา และยิ่งไปกว่านั้น... บุคคลที่ก้าวตามหลังรินรดาเข้ามาคือ "สารวัตรภาคภูมิ" นายตำรวจมือสะอาดผู้กำลังตามล่าตัวเขาข้ามประเทศ
แต่สิ่งที่ทำให้คีย์หายใจสะดุด ไม่ใช่ความกลัวตาย... เป็นแววตาของรินรดาต่างหาก
ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอยืนกอดอก มองเขาด้วยสายตานิ่งสนิทที่ซ่อนความผิดหวังระคนตัดพ้อไว้ลึกซึ้ง ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นเล็กน้อยตามแบบฉบับของนักวิจารณ์อาหารสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
“เกมพลิกเร็วกว่าที่คิดนะคะ เชฟคีย์” รินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน “คุณคิดจะหนีไปซ่อนตัวที่ไหนอีก ถึงได้ลงทุนสร้างเซฟเฮาส์ลับหลังครัวร้านอาหารตัวเองแบบนี้ หลอกฉันซะเปื่อยเลยนะคะว่าทำอาหารเก่งอย่างเดียว ที่แท้ก็มีงานอดิเรกเป็นอาชญากรหนีหมายจับด้วยเหรอคะ”
“รินรดา...” คีย์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกวาดมองเธออย่างเจ็บปวด “คุณไม่เข้าใจ...”
“ไม่ต้องอธิบายค่ะ!” เธอสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นน้อยๆ ด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมาตลอดทาง “ฉันเกลียดที่สุดคือการถูกหลอก! และเกลียดมากกว่าคือการที่ตัวเองดัน... ดันเป็นห่วงคุณจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ!” ประโยคหลังเธอเผลอหลุดปากออกไปด้วยความโมโห ก่อนจะรีบเมินหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรnเรื่อบนพวงแก้ม
สารวัตรภาคภูมิยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ลูกน้องลดปืนลง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เชฟหนุ่มพร้อมกุญแจมือในมือ “หมดเวลาเล่นซ่อนหาแล้วครับคุณคีย์ ทางการต้องการตัวคุณไปให้ปากคำเรื่องบัญชีลับของกลุ่มทุนมืด... และแน่นอนว่าคุณรินรดาคือพยานปากเอกที่ทำให้เราตามรอยคุณเจอ”
คีย์ไม่สนใจตำรวจผู้มาเยือน สายตาของเขายังคงตรึงอยู่ที่รินรดา ร่างสูงพยายามจะก้าวเข้าไปหาเธอ แต่ถูกชายชุดดำล็อกแขนไว้ทันที “ริน... ฟังฉันก่อน ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ คนพวกนั้นจะเล่นงานคุณ!”
“เหอะ! ข้อแก้ตัวเดิมๆ” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าว “คุณเห็นฉันเป็นคนโง่เหรอคะคีย์? ถึงต้องปกป้องด้วยการผลักไสไล่ส่งฉันตลอดเวลา รู้ไหมว่าอาหารมื้อสุดท้ายที่คุณทำให้ฉันกินก่อนหายตัวไป... มันไม่มีรสชาติเลยสักนิด เพราะคนทำมัน... ปากแข็งเกินกว่าจะพูดความจริง!”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที เคมีระหว่างคนทั้งสองพวยพุ่งจนตำรวจหนุ่มยังต้องถอยฉากออกไปยืนเว้นระยะ
“พาตัวเขาไป” สารวัตรภาคภูมิออกคำสั่ง
ร่างของเชฟคีย์ถูกบังคับให้เดินออกไปทางประตูเซฟเฮาส์ ชั่ววินาทีที่ไหล่ของเขาเฉียดผ่านร่างบาง รินรดากลั้นใจไม่หันไปมอง แม้หัวใจจะบีบตัวจนเจ็บแปลบ เธอบอกตัวเองว่าพอแล้ว... ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยการปะทะและจบลงด้วยการหลอกลวง มันควรจบลงตรงนี้
แต่เธอลืมไปว่า... คนอย่างเชฟคีย์ไม่มีทางยอมแพ้อะไรง่ายๆ โดยเฉพาะเรื่องของเธอ
ผ่านไปสามวันเต็มๆ ชีวิตของรินรดากลับคืนสู่ความจำเจ กองกองเอกสารรีวิวร้านอาหาร เมล็ดกาแฟขมๆ บนโต๊ะทำงาน และความเงียบงันในคอนโดมิเนียมหรูที่กว้างเกินไป เธอพยายามบอกตัวเองว่าดีแล้วที่หลุดพ้นจากผู้ชายปากร้ายคนนั้น
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันจัดส่งอาหารระดับพรีเมียมดังขึ้น รินรดาขมวดคิ้วยุ่ง เธอยังไม่ได้กดสั่งอะไรเลยในช่วงบ่ายนี้ หญิงสาวเดินไปเปิดประตูห้องตามเสียงกริ่ง แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้เธออึ้งจนพูดไม่ออก
หน้าห้องของเธอไม่ได้มีแค่พนักงานส่งของยืนอยู่คนเดียว แต่มีรถบรรทุกขนาดเล็กจอดเทียบท่าอยู่ที่ชั้นจอดรถ VIP ของคอนโดฯ พร้อมด้วยพนักงานในชุดเชฟสวมหมวกสีขาวสะอาดตาถึงสี่คนกำลังลำเลียงกล่องอาหารหรูหรานับสิบกล่องเข้ามาวางเรียงรายจนเต็มโถงทางเดินหน้าห้อง
“คุณ... พวกคุณมาส่งอะไรคะเนี่ย ฉันไม่ได้สั่ง” รินรดารีบเอ่ยท้วงพนักงานส่งของ
หัวหน้าพนักงานยิ้มรับด้วยความสุภาพ พร้อมกับยื่นซองจดหมายสีดำสนิทประทับตราครั่งสีแดงรูปเปลวไฟ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้เธอ “คุณคีย์ฝากมาครับท่าน ท่านสั่งให้จัดเตรียม ‘มื้ออาหารไถ่โทษ’ ส่งตรงถึงโต๊ะทำงานของคุณรินรดาโดยเฉพาะ เป็นเวลาสามสิบวันเต็ม เริ่มตั้งแต่วันนี้ครับ”
“ว่าไงนะ?! สามสิบวัน?!” รินรดาเบิกตากว้าง รีบแกะซองจดหมายสีดำออกทันที
ลายมือหวัดแต่สวยงามคุ้นตาปรากฏอยู่บนกระดาษการ์ดหนา:
*[ถึง นักวิจารณ์อาหารผู้(เคย)ปากแข็ง]*
*ผมอาจจะเป็นอาชญากรในสายตาตำรวจ แต่ในฐานะเชฟ... ผมยอมจำนนต่อลิ้นของคุณแต่เพียงผู้เดียว อาหารพวกนี้ยังไม่ใช่การง้อที่ดีที่สุด ถ้าอยากกินฝีมือผมแบบสดๆ ร้อนๆ และฟังคำอธิบายทุกลมหายใจ... กรุณาเปิดประตูห้องนอนของคุณตอนนี้ครับ เพราะผมรออยู่ในนั้นแล้ว*
รินรดาอ่านประโยคสุดท้ายจบ ร่างกายก็แข็งทื่อด้วยความตกใจ เธอยังไม่ทันได้หันหลังกลับไปมอง พนักงานส่งของทั้งหมดก็โค้งคำนับแล้วเดินเลี่ยงหายไปอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงความเงียบงัน... และกลิ่นหอมกรุ่นของทรัฟเฟิลกับเนื้อวากิวชั้นดีที่ลอยมาจากกล่องอาหารตรงหน้า
หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปที่ตาตุ่ม มือบางกำจดหมายในมือแน่นจนยับยู่ยี่
*เขาหนีออกมาจากคุมขังของตำรวจได้ยังไง?! และที่สำคัญ... เขาเข้ามาในห้องนอนของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!*
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดเดินย่างสามขุมตรงไปยังห้องนอนที่ปิดสนิท มือเรียวผลักประตูบานใหญ่ออกอย่างแรง พร้อมจะเปิดฉากด่าทอชายหนุ่มผู้ไร้กาลเทศะคนนั้นให้สาสม
แต่ภาพที่เห็นหลังบานประตู กลับทำให้คำด่าทั้งหมดติดอยู่ที่ลำคอ...
คีย์ยืนพิงระเบียงห้องของเธอโดยไร้พันธนาการใดๆ บนข้อมือ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นรอยสักรูปเปลวไฟจางๆ ที่ท่อนแขน ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เธอนิ่งสนิท ราวกับเสือดาวที่รอคอยเหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักด้วยความเต็มใจ
“มาช้าไปสามวินาทีนะริน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ขณะที่เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูที่ปิดสนิท “...หรือว่าคุณกำลังตื่นเต้น ที่จะได้ฟังคำแก้ตัวจากเชฟตัวร้ายคนนี้กันแน่ครับ?”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักแบบไม่มียั้งของเชฟคีย์และรินรดานะคะ!
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ•ตอนที่ 13
การง้อในแบบของเชฟ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟตัวร้ายสายปะทะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!