กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายดินชื้นแฉะของซากตึกร้างย่านมักกะสัน คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่ามนุษย์เราช่างเปราะบางเพียงใดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอำนาจลี้ลับที่อยู่นอกเหนือกฎหมายบ้านเมือง
ทิวากดปลายรองเท้าหนังขัดเงาลงบนพื้นซีเมนต์ที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองร่องรอยของ "อาคมโลหิต" ที่ยังคงพวยพุ่งเป็นไอร้อนจางๆ ในอากาศ ในฐานะผู้พิพากษาแห่งศาลไสยเวท งานของเขาไม่ใช่การตามล่าสัปดนแบบพวกมือปราบข้างถนน หากแต่เป็นการชำระสะงอกรอยบาปที่บิดเบี้ยวตามหลักสัจธรรมแห่งไสยเวทขาว
แต่ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้ จะมีผู้ไม่ได้รับเชิญมารออยู่ก่อนแล้ว
"เดินระวังหน่อยสิครับท่านผู้พิพากษา รองเท้าคู่นั้นราคาแพงระยับ หยาดเลือดพวกนี้คงทำให้มันแปดเปื้อนไม่น้อย"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า ทิวาไม่ได้สะดุ้งตกใจ เขารู้ตัวมาสามก้าวเดินแล้วว่ามีเงาหนึ่งกำลังทาบทับแผ่นหลังของเขาอยู่ ร่างสูงโปร่งของ **ริน** ก้าวออกมาจากเสาคอนกรีตเปลือย แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านโครงสร้างตึกที่พังทลายขับให้ผิวขาวซีดของอีกฝ่ายดูราวกับภูตผีในตำนาน รินสวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำเซอร์ๆ กลิ่นบุหรี่มวนสดผสมกับกลิ่นอายไสยเวทสายดำที่แผ่ออกมาจากตัวของมือปราบไร้เงาคนนี้ ทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"สถานที่เกิดคดีอาชญากรรมทางไสยเวท เป็นเขตควบคุมพิเศษตามมาตราสิบสี่ คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาเหยียบที่นี่ ริน" ทิวากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แต่กล้ามเนื้อทุกมัดกลับตื่นตัวพร้อมปะทะ
รินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความท้าทาย มือเรียวยาวคีบบุหรี่ที่ใกล้จะมอดไหม้ขึ้นสูดควันเข้าปอด ก่อนจะพ่นมันออกมาช้าๆ ราวกับไม่เห็นหัวข้อกฎหมายที่อีกฝ่ายท่องจำมาทั้งชีวิต
"กฎหมายเหรอครับ? สำหรับผม... กฎหมายก็เป็นแค่เศษกระดาษที่พวกคุณใช้ปิดบังความเน่าเฟะของพวกเดียวกันเองก็เท่านั้น" รินก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาสสีนิลคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าคมคายที่เคร่งขรึมของทิวาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มีทั้งความเย้ยหยัน ความกระหายใคร่รู้ และประกายไฟบางอย่างที่ร้อนแรงเกินกว่าจะเรียกว่าความเกลียดชัง "เหยื่อรายนี้ถูกควักหัวใจออกไปพร้อมกับร่ายยันต์ตรึงวิญญาณชั้นต่ำ... คุณคิดจริงๆ เหรอว่าไอ้กระดาษชำระตราครุฑของคุณจะลากคอมันมาลงโทษได้ทันก่อนที่มันจะฆ่าคนครึ่งเมือง?"
"นั่นคือหน้าที่ของฉัน ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณ" ทิวาตอบกลับ นัยน์ตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมือปราบไร้เงา "การใช้วิชามารสะกดรอยตามคนร้ายแบบที่คุณทำ มันไม่ได้ต่างอะไรกับสัตว์ป่าที่ล่าเหยื่อด้วยสัญชาตญาณดิบ คุณกำลังทำลายหลักฐานสำคัญ"
รินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งอันตรายและชวนให้ใจสั่นในเวลาเดียวกัน นิ้วมือที่เคยถือบุหรี่เลื่อนขึ้นมาแตะที่ปกเสื้อสูทเนื้อดีของทิวาอย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วนั้นเย็นเฉียบราศจากอุณหภูมิของมนุษย์ แต่กลับสร้างความรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าสถิตวิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลังของทิวาโดยที่เจ้าตัวไม่ทันตั้งตัว
"ถ้าผมไม่ทำ... ใครจะกล้ามือเปื้อนเลือดแทนพวกคุณล่ะครับ?" รินกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ลลมหายใจอุ่นที่รดรินอยู่ใกล้ผิวแก้วทำให้ทิวากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "คุณมันก็แค่คนขลาดที่ซ่อนตัวอยู่หลังตัวบทกฎหมายและความถูกต้องจอมปลอม... อยากลองพิสูจน์ไหมล่ะครับ ว่าระหว่างความยุติธรรมของคุณ กับความตายในมือผม อย่างไหนมันจะเร็วกว่ากัน"
สิ้นคำพูด รินก็สะบัดมือออก ประกายแสงสีดำทมิฬวาบขึ้นจากฝ่ามือ พลังไสยเวทสายดำพุ่งทะยานเข้าใส่ทิวาอย่างรวดเร็วดั่งอสรพิษฉกกัด!
*เปรี้ยง!*
ทิวาไวกว่าที่คิด ร่างสูงเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับสะบัดแขนเสื้อ อักขระสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นกลางอากาศราวกับโล่กำบัง คลื่นพลังงานสีขาวบริสุทธิ์ปะทะเข้ากับไสยเวทสีดำจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดเบาๆ ส่งผลให้ฝุ่นละอองและเศษปูนรอบด้านปลิวว่อน แรงอัดจากอาคมทำให้ทิวาต้องถอยหลังไปสองก้าว ขณะที่รินไถลตัวไปตามพื้นซีเมนต์อย่างคล่องแคล่วราวกับแมวป่า
กลางความมืดมิดของตึกร้าง ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันอีกครั้ง หอบหายใจเบาๆ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าของทิวา ขณะที่รินกลับมีรอยยิ้มกริ่มพึงพอใจประดับอยู่บนใบหน้าซีดเซียว
"ฝีมือยังคมกริบเหมือนเดิมนี่ครับ ท่านผู้พิพากษา... น่าเสียดายที่ความใจอ่อนของคุณมันจะพาให้คุณลงไปนอนในโลงศพเร็วกว่ากำหนด" รินเอ่ยเย้า หยิบมีดอาคมเล่มเล็กขึ้นมาหมุนเล่นระหว่างนิ้วอย่างเชี่ยวชาญ
"ถอยไปซะ ริน ก่อนที่ฉันจะต้องใช้มาตรการเด็ดขาดกับคุณ" ทิวายกมือขึ้นระดับอก พลังอาคมสีทองสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง พร้อมที่จะสะกดร่างของอีกฝ่ายให้อยู่หมัด
ทว่า ก่อนที่อาคมบทใหญ่จะได้ถูกปลดปล่อย รินกลับหยุดชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปชั่วพริบตา ดวงตาสีนิลเบนความสนใจไปที่มุมมืดสุดของชั้นตึก ซึ่งเป็นจุดที่พวกเขาคิดว่าไม่มีใครอยู่นอกจากตัวเขากับทิวา
"ดูเหมือนว่า... เราจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาร่วมวงด้วยมากกว่าหนึ่งคนนะครับ" รินกระซิบ เสียงนั้นจริงจังขึ้นมาทันที
ทิวาขมวดคิ้ว เขารวบรวมสมาธิแผ่จิตสัมผัสออกไป และในวินาทีนั้นเอง ความเย็นยะเยือกก็แล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่กำลังก้าวขึ้นบันไดร้างมาอย่างพร้อมเพรียง และที่สำคัญที่สุด... มันไม่มีลมหายใจ
เงาดำทะมึนร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด มันไม่ใช่คน แต่มันคือศพไร้วิญญาณที่ถูกเย็บติดกันด้วยด้ายอาคมนับร้อยเส้น ดวงตาทั้งสองข้างถูกควักออก และที่หน้าอกมีรอยแผลฉีกขาดขนาดใหญ่—สัญลักษณ์ของเหยื่อรายล่าสุดที่พวกเขาตามหา แต่วันนี้... มันกลับลุกขึ้นมาเดินได้ด้วยตัวเอง
รินหันมามองทقวา แววตาดิบเถื่อนฉายประกายความระแวงเป็นครั้งแรก "ดูเหมือนว่าเราไม่ได้กำลังล่ามัน... แต่ *พวกมัน* ต่างหากที่กำลังล่าเรา"
ทิวากัดฟันแน่น สถานการณ์พลิกผันเร็วกว่าที่คาดคิด อาคมป้องกันที่เตรียมไว้ถูกปรับเปลี่ยนเป้าหมายในเสี้ยววินาที
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกอันลึกลับและชวนหลงใหลนี้ด้วยกันนะครับ
ผู้พิพากษาอาคมกับมือปราบไร้เงา•ตอนที่ 2
เงาที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้พิพากษาอาคมกับมือปราบไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!