สถาปนิกโครงสร้างตึกสยองกับอาจารย์สาวผู้รอบรู้•ตอนที่ 6

เอกสารสีชาด

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
เสียงเหล็กกล้าหนาห้านิ้วบดเข้าหากันจนเกิดประกายไฟสีส้มวาบขึ้นในความมืด แรงอัดอากาศจากการปิดตัวของประตูห้องเอกสารลับทำให้กระดาษอัดสำเนาปลิวว่อนราวกับฝูงผีเสื้อไร้หัว ภาคินถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นเหล็กเก็บแฟ้มเอกสารความสูงจรดเพดาน แรงกระแทกส่งผลให้แฟ้มหมายเลขหมวดโครงสร้างสั่นสะเทือน ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ เสียงฝีเท้าภายนอก... ไม่ใช่เสียงของคนเดิน แต่เป็นเสียงย่ำของรองเท้าบูทเหล็กหลายร้อยคู่ที่ก้าวเป็นจังหวะเดียวกันราวกับกองทัพทหารไร้ชีวิตกำลังสวนสนามเข้ามาประชิดหน้าประตู "อาจารย์ลลินครับ... นั่นมันเสียงอะไรกันครับ ทำไมมันถึงฟังดูเหมือน..." ภาคินพยายามกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก มือไม้สั่นเทาจนเกือบทำไฟฉายแรงสูงหลุดมือ อาจารย์ลลินไม่ได้ก้าวถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เธอatยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานไม้สักเก่าคร่ำคร่า แว่นตากรอบทองสะท้อนแสงสีแดงระเรื่อที่ลอดผ่านช่องระบายอากาศบนผนัง ร่างเพรียวบางภายใต้เสื้อคลุมยาวสีเข้มยกมือขึ้นแตะริมฝีปากเบาๆ เป็นเชิงส่งสัญญาณให้เงียบเสียงลง ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองไปทั่วห้องอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินความปลอดภัยเชิงโครงสร้าง "ไม่ใช่กองทัพคนหรอกครับคุณภาคิน..." เสียงของอาจารย์สาวราบเรียบและเยือกเย็น ทว่าหนักแน่นจนช่วยดึงสติของสถาปนิกหนุ่มให้กลับคืนมาทีละน้อย "แต่มันคือ 'ระบบระบายความกดดัน' ของตึกหลังนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราล,่วงล้ำเข้าไปในเขตข้อมูลระดับ Class-A ตึกจะเริ่มกระบวนการ 'รีเซ็ต' ตัวเองโดยอัตโนมัติ และเสียงฝีเท้าที่คุณได้ยิน... คือเสียงสะท้อนของแรงสั่นสะเทือนจากคานรับน้ำหนักชั้นใต้ดินที่กำลังขยับตัว" *โครม!* แรงกระแทกมหาศาลพุ่งชนเข้ากับบานประตูเหล็กกล้าจนเกิดรอยบุบยุบลงมาเป็นรูปทรงรองเท้าบูทขนาดมหึมา ฝุ่นปูนและสนิมร่วงกราวลงมาจากเพดานราวกับหิมะสีเทา "ถ้าขืนปล่อยให้มันกระแทกเข้ามาแบบนี้อีกสามครั้ง โครงสร้างวงกบประตูจะรับไม่ไหวและห้องนี้จะพังยุบตัวลงมาฝังพวกเราไว้ข้างในแน่นอนครับ!" ภาคินคำนวณค่ารับแรงเฉือนในใจอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สัญชาตญาณของสถาปนิกโครงสร้างตื่นตัวเต็มที่ "เราต้องหาทางออกสำรอง... หรือไม่ก็ต้องปิดกั้นแรงกระแทกนี้จากด้านใน!" "ถูกต้องครับ" อาจารย์ลลินพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง เธอเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานตัวกลางที่ตั้งอยู่กลางห้อง "และกุญแจสำคัญที่จะหยุดยั้งกระบวนการรีเซ็ตนี้ได้ ก็ซ่อนอยู่บนโต๊ะตัวนี้... ในเอกสารที่ถูกปกปิดเมื่อสิบปีก่อน" บนโต๊ะไม้สักเก่ามีแฟ้มหนังสีชาดเล่มหนาวางอยู่โดดเดี่ยว ตัวล็อกทองเหลืองขึ้นสนิมเขียวเข้ม ด้านหน้ามีตราประทับรูปตึกระฟ้าที่มีรอยร้าวตรงกลางและมีตัวอักษรภาษาละตินกำกับไว้ว่า *‘CONFIDENTIAL-STRUCTURAL-009’* ภาคินพุ่งเข้าไปสมทบ มือหนายื่นออกไปหมายจะเปิดแฟ้มนั้นทันที ทว่ากลับถูกเรียวคราบของอาจารย์ลลินยื่นมาแตะข้อมือไว้ก่อน "ช้าก่อนครับคุณภาคิน อย่าเพิ่งใช้กำลังเปิดแบบสุ่มสี่สุ่มสาม" อาจารย์ลลินเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง "จำกฎพื้นฐานของตึกนี้ไม่ได้หรือครับ? เอกสารระดับนี้ไม่ได้ถูกล็อกด้วยแม่กุญแจธรรมดา แต่มันถูกควบคุมด้วย 'สมการการรับน้ำหนัก' หากเราเปิดออกโดยไม่ป้อนค่าตัวแปรที่ถูกต้อง เอกสารข้างในจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและสลายกลายเป็นผงทันทีภายในสามวินาที" สถาปนิกหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ มองสำรวจหน้าปกแฟ้มสีชาดด้วยสายตาทางวิศวกรรม "จริงด้วยครับ... ดูร่องบนตัวล็อกสิครับ มันไม่ใช่ร่องกุญแจไข แต่มันคือร่องเฟืองวงกลมที่สอดรับกับค่ามุมองศาของการทรุดตัวของอาคาร" ภาคินกวาดสายตามองรอบห้องอย่างรวดเร็ว "ตึกนี้สร้างเสร็จเมื่อสิบปีก่อน เกิดแผ่นดินไหวเล็กน้อยในปีที่สาม และมีการเสริมเสาเข็มไมโครไพล์เพิ่มในโซนตะวันตก... ถ้าเอาตัวเลขพวกนั้นมาคำนวณหาค่าเฉลี่ย..." *ปัง!* ประตูเหล็กกล้าด้านนอกบุบยุบเข้ามาอีกครั้ง เสียงโลหะลั่นเอี๊ยดอาร์ดดังสนั่นหวั่นไหว เศษปูนขนาดเท่ากำปั้นร่วงหล่นลงมาจากเพดานเฉียดศีรษะอาจารย์ลลินไปเพียงคืบเดียว เวลาเหลือไม่มากแล้ว! "แปดสิบสี่จุดห้าองศาครับ!" ภาคินตัดสินใจโพรงตัวเลขออกมาด้วยความรวดเร็ว นิ้วมือทั้งสองข้างหมุนกลไกเฟืองทองเหลืองบนแฟ้มสีชาดตามตัวเลขที่คำนวณได้อย่างแม่นยำรา과เครื่องจักร *คลิก... ซีล...* เสียงกลไกภายในแฟ้มปลดล็อกดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ร่องสนิมสีเขียวแตกออกเผยให้เห็นกระดาษรายงานการก่อสร้างสีเหลืองกรอบที่ซ่อนอยู่ภายใน ทว่าก่อนที่พวกเขาจะได้หยิบมันขึ้นมาอ่าน เสียงฝีเท้าด้านนอกก็เงียบลงอย่างกะทันหัน ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมห้องเอกสารลับอีกครั้ง มันเป็นความเงียบที่หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าเสียงกระแทกเมื่อครู่ อาจารย์ลลินหันขวับไปมองบานประตูเหล็กด้วยแว่นตากรอบทองที่สะท้อนแสงไฟฉายวับวาบ "แย่แล้วครับ... มันไม่ได้พยายามพังประตูเข้ามาแล้ว" "หมายความว่ายังไงครับ?" ภาคินขมวดคิ้วแน่น มือยังคงประคองแฟ้มสีชาดไว้มั่น "หมายความว่า... มันเข้ามาข้างในแล้วเรียบร้อยครับ" สิ้นเสียงของอาจารย์สาว รอยแยกตรงกลางของบานประตูเหล็กกล้าที่บุบยุบเข้ามา ก็ค่อยๆ มีของเหลวสีดำข้นหนืดไหลทะลักออกมาตามรอยต่อราวกับเลือดที่ไหลออกจากบาดแผลของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าหลายร้อยเสียงที่ดังประสานกันก้องอยู่ในหัวของคนทั้งสอง "พบ... ผู้บุกรุก... หมวด... โครงสร้าง..." ภาคินรู้สึกชาไปทั้งร่างเมื่อก้มลงมองที่กระดาษแผ่นแรกในแฟ้มสีชาด บันทึกของวิศวกรคนก่อนที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ปรากฏเด่นชัดอยู่ต่อหน้าต่อตา— *“วันที่ 12 ตุลาคม... ตึกนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นดิน... แต่เรากำลังสร้างมันครอบทับลงบน ‘บางสิ่ง’ ที่กำลังมีชีวิตอยู่ และตอนนี้... มันกำลังตื่นขึ้นมาตรวจดูแบบแปลนของเราแล้ว”* ในวินาทีที่ภาคินกำลังจะพลิกดูรายชื่อวิศวกรผู้ควบคุมการก่อสร้างคนก่อน แสงไฟฉายในมือก็กะพริบถี่รัวแล้วดับวูบลงสนิท ความมืดมิดกลืนกินพวกเขาทั้งเป็น พร้อมกับเสียงลมหายใจอันเย็นเยียบที่เป่ารดต้นคอของภาคินจากทางด้านหลัง... และก่อนที่เขาจะทันได้หันกลับไปมอง หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานที่มีสัญลักษณ์ระดับ SSS ก็สว่างวาบขึ้นในห้วงความคิดของเขาพร้อมเสียงกริ่งเตือนภัยที่ดังลั่นทะลุโสตประสาท: *[ระบบตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลต้องห้ามระดับ SSS: บอสลับแห่งชั้นใต้ดิน "สถาปนิกผู้ไร้เงา" ได้รับรู้การมีตัวตนของคุณแล้ว... เตรียมรับมือการประเมินโครงสร้างขั้นเด็ดขาดในอีก 10 วินาที!]* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาร่วมกันมาจนถึงตอนนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างตึกสยองกับอาจารย์สาวผู้รอบรู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%