สถาปนิกโครงสร้างตึกสยองกับอาจารย์สาวผู้รอบรู้•ตอนที่ 5

รอยร้าวบนผนังคอนกรีต

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
"ก้มหัวลงต่ำ! อย่ามองตาพวกมันตรงๆ ครับอาจารย์ลลิน!" เสียงตะโกนของภาคินแทบจะกลืนหายไปกับเสียงโลหะบิดลั่นสนั่นหู เมื่อแผ่นฝ้าเพดานยิปซัมขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นกระเบื้องยางจนแตกกระจาย ฝุ่นปูนตลบอบอวลจนแสบจมูก ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าเศษซากปรักหักพังคือดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่บนช่องว่างมืดมิดเบื้องบน ดวงตาเหล่านั้นไม่ได้มองมาด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันกำลังโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม—รอยยิ้มที่กว้างเกินกว่าโครงสร้างใบหน้าของมนุษย์จะรองรับได้ อาจารย์ลลินไม่แม้แต่จะส่งเสียงกรีดร้อง เธอดึงตัวภาคินให้หลบเข้าไปชิดมุมเสาคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ มือเรียวบางตวัดเปิดสมุดบันทึกปกหนังสีดำ ปล่อยแสงอักษรโบราณสีทองจางๆ ออกมาเป็นโล่พลังงานคุ้มกันละอองฝุ่นและเงาดำที่พยายามจะเอื้อมมือยาวๆ ลงมาคว้าตัวพวกเขา "ตั้งสติไว้, คุณภาคิน" น้ำเสียงของอาจารย์สาวราบเรียบ ทว่ามั่นคงและทรงพลังท่ามกลางความโกลาหล "สิ่งที่คุณเห็นบนฝ้าเพดานไม่ใช่ผีสางเทวดานะครับ แต่มันคือผลลัพธ์จากการวิบัติของโครงสร้าง—Stress Concentration หรือจุดรวมความเค้นที่ถูกบิดเบือนด้วยพลังงานจิตวิญญาณ หากเราตื่นตระหนก แรงกดทับทางจิตวิทยาจะทำให้เกราะป้องกันของเราพังทลายลงทันที" ภาคินสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กตีรวนอยู่ในโพรงจมูก สมองส่วนหน้าของสถาปนิกหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็วภายใต้ความกดดัน เขามองลอดผ่านแขนเสื้อที่ยกขึ้นบังฝุ่น สายตาสอดส่องไปทั่วโครงสร้างตึกรอบตัวในยามวิกาลอย่างพินิจพิเคราะห์ จริงด้วย... หากมองในมุมมองทางวิศวกรรม ความผิดปกติทั้งหมดนี้มีรูปแบบที่ชัดเจน "ตึกหลังนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นตามแบบแปลนเดิมที่ผมเคยตรวจทานเมื่อตอนบ่ายนี่ครับ" ภาคินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเริ่มกลับมามั่นคง ดวงตาเป็นประกายด้วยสัญชาตญาณนักออกแบบ "เสาต้นนี้... และรอยร้าวบนผนังคอนกรีตตรงหน้าเรา มันไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่มันคือแนวแรงเฉือน (Shear Stress) ที่ถูกจงใจบังคับให้ถ่ายเทน้ำหนักไปยังจุดอับสายตา" บนผนังคอนกรีตเปลือยเปล่าเบื้องหน้า มีรอยร้าวเส้นเล็กๆ เส้นหนึ่งพาดผ่านจากมุมเสาเฉียงลงมาบรรจบกับรอยต่อบล็อกมวลเบา รอยร้าวนั้นดูเผินๆ เหมือนความเสียหายทั่วไปจากแรงสั่นสะเทือน แต่เมื่อภาคินหรี่ตาลงพร้อมกับใช้ปลายนิ้วสัมผัสสัมผัสพื้นผิวคอนกรีต เขากลับพบความจริงที่น่าตกใจ มันไม่ใช่รอยร้าวจากการทรุดตัว... แต่มันคือรอยต่อของบานพับ "รบกวนอาจารย์ช่วยตรึงพื้นที่เบื้องบนให้อีกสามวินาทีนะครับ!" ภาคินร้องบอก พร้อมกับทรุดตัวลงคุกเข่า มือข้างหนึ่งคว้าตลับเมตรเหล็กคู่ใจออกมากดล็อกยาว แล้วใช้ปลายโลหะเคาะลงบนผนังคอนกรีตตามจังหวะทฤษฎีโมเมนต์ความต้านทาน *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... แกร๊ก!* เสียงทึบตันเปลี่ยนเป็นเสียงก้องกังวานคล้ายกับโพรงอากาศเบื้องหลังผนัง ทันใดนั้น เงาสสีแดงบนฝ้าเพดานก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับแก้วที่ถูกกรีดด้วยเหล็ก เมื่ออักษรโบราณสีทองของอาจารย์ลลินสะท้อนแสงวาบขับไล่พวกมันถอยร่นขึ้นไปในความมืดมิดได้สำเร็จ "เจอแล้วครับ..." ภาคินพึมพำด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของเขาฉายแววความฉลาดเฉลียวและมั่นใจในแบบฉบับของสผู้เชี่ยวชาญโครงสร้าง "รอยร้าวนี้ถูกออกแบบไว้รองรับแรงดันอากาศภายในห้องปิดทึบ แรงเสียดทานตรงนี้... ถ้าเรากดลงไปพร้อมกันด้วยน้ำหนักสองร้อยกิโลกรัมตามจุดศูนย์ถ่วง..." ชายหนุ่มไม่รอช้า เขาใช้ไหล่กระแทกเข้าที่รอยร้าวบนผนังคอนกรีตนั้นอย่างเต็มแรง พร้อมกับที่อาจารย์ลลินใช้ปลายคทาไม้โอ๊กกดซ้ำลงบนจุดหมุนสัญลักษณ์รูปเฟืองโบราณ *ครืนนนนน...* กำแพงปูนหนาทึบเลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ส่งเสียงเสียดสีของหินและเหล็กเก่าแก่ที่ไม่ได้ถูกใช้งานมานานหลายทศวรรษ กลิ่นอับของกระดาษโบราณและฝุ่นผงพวยพุ่งออกมาปะทะใบหน้าทันที ความมืดมิดภายในห้องลับถูกแทนที่ด้วยแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่ภาคินยกขึ้นส่องนำทาง ภายในห้องนั้นไม่ใช่พื้นที่กว้างขวาง แต่มันคือ "ห้องเอกสารเก่าแก่" ที่ถูกซ่อนอำพรางไว้จากแปลนอาคารทั้งหมด ตู้เหล็กเก็บเอกสารเรียงรายเป็นระเบียบ ทว่าทุกตู้กลับถูกล่ามโซ่ตรวนหนาเตอะ และตรงกลางห้องมีโต๊ะทำงานไม้สักตัวหนึ่งวางอยู่ บนโต๊ะนั้นมีสมุดบันทึกเล่มหนาปกหนังสีน้ำตาลเข้มวางอยู่เพียงลำพัง โดยมีกองเอกสารแบบแปลนโครงสร้างตึกชุดดั้งเดิมที่ถูกฉีกขาดครึ่งหนึ่งวางทับไว้ อาจารย์ลลินเดินตามเข้ามาในห้อง กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเป็นครั้งแรก "ไม่น่าเชื่อเลย... ห้องนี้ถูกผนึกไว้ด้วยอาคมบทโบราณเพื่อซ่อนความจริงเกี่ยวกับการออกแบบโครงสร้างตึกนี้ตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อสร้างเสียอีก" ภาคินก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน มือสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาเอื้อมมือไปหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาพลิกดู หน้ากระดาษเหลืองกรอบเต็มไปด้วยลายมือหวัดๆ ของสถาปนิกอาวุโสผู้ล่วงลับ และตัวเลขคำนวณโครงสร้างที่เต็มไปด้วยรอยขีดฆ่า ทว่า... เมื่อเปิดมาถึงหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึก ภาคินก็ต้องชะงักค้าง ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ บนหน้ากระดาษนั้น ไม่มีตัวเลขคำนวณทางวิศวกรรมใดๆหลงเหลืออยู่ มีเพียงภาพวาดลายเส้นหมึกดำรูปผังตึกสำนักงานแห่งนี้... แต่ตรงห้องทำงานปัจจุบันที่พวกเขายืนอยู่ กลับมีข้อความเขียนด้วยหมึกสีแดงสดราวกับหยดเลือด กำกับไว้ตัวโตๆ ว่า: *[คำเตือนถึงผู้มาเยือน: หากคุณแก้ปริศนารอยร้าวนี้ได้สำเร็จ... แปลว่าคุณได้กลายเป็น "ส่วนหนึ่งของเสาเข็มต้นใหม่" เรียบร้อยแล้ว]* ในวินาทีนั้นเอง ประชาสัมพันธ์เหล็กกล้าบานใหญ่ของห้องเอกสารลับก็กระแทกปิดลงเองด้วยแรงมหาศาล เสียงล็อกกลอนดัง *คลิก!* สะท้อนก้องกังวานในความเงียบสงบ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก้าวที่กำลังเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องอย่างพร้อมเพรียง! ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันตื่นเต้นนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างตึกสยองกับอาจารย์สาวผู้รอบรู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%