"ถอยหลังสามก้าว จัดระเบียบการหายใจเข้าออกตามความถี่ของผมครับอาจารย์ลลิน"
น้ำเสียงของภาคินแม้จะพยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยจนหลบไม่พ้นโสตประสาท บานประตูไม้สักเก่าแก่ที่เคยปิดสนิท บัดนี้เปิดอ้าออกด้วยแรงผลักที่ไร้ซึ่งมวลสารทางกายภาพ เงาร่างสีดำสนิทไร้แววตาหลังธรณีประตูไม่ได้พุ่งเข้าจู่โจมอย่างที่ตำราสยองขวัญเกรดต่ำทั่วไปพึงกระทำ หากแต่ยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นหินแกรนิตที่ถูกแกะสลักขึ้นมาเพื่อทดสอบขีดจำกัดความอดทนของมนุษย์
ดวงตาของอาจารย์ลลินภายใต้กรอบแว่นทรงรีมิได้ฉายแววตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือเรียวงามภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวขยับจัดระเบียบปกเสื้อสูทอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเท้านำหน้าสถาปนิกหนุ่มผู้กำลังใช้สมองคำนวณโครงสร้างรับน้ำหนักของคานคอนกรีตเสริมเหล็กเบื้องบนอย่างบ้าคลั่ง
"อย่ามัวแต่มองหาเหล็กเส้นในเนื้อปูนเลยครับคุณภาคิน เงาร่างตรงหน้าไม่ใช่ตัวตนทางกายภาพ แต่มันคือผลลัพธ์ของความต่างศักย์ทางพลังงานที่ตกค้างจากเหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ. 2538 สังเกตจากรอยร้าวรูปตัววี (V-Crack) บนมุมวงกบประตูสิครับ นั่นคือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าแรงอัดอากาศบริเวณนี้สูงกว่าปกติถึงสามเท่าตัว"
อาจารย์ลลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง พร้อมกับยื่นปลายนิ้วแตะลงบนอากาศว่างเปล่า ทันใดนั้น แสงเรืองรองสีครามจางๆ ก็ปรากฏขึ้นเป็นโครงข่ายเรขาคณิตสามมิติ ปิดกั้นแรงกดดันมหาศาลที่แผ่พุ่งออกมาจากเงาร่างสีดำสนิทนั้นเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว
ภาคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ คืนนี้พวกเขาไม่มีเวลามาตื่นตระหนกกับภาพลวงตา ความรู้ด้านวิศวกรรมโครงสร้างที่เขาเรียนมานับแรมปีถูกนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับศาสตร์แห่งอักขระโบราณของอาจารย์สาวอย่างรวดเร็ว เขารีบดึงตลับเมตรเหล็กกล้าออกจากกระเป๋าคาดเอว ดีดสายวัดพุ่งผ่านระหว่างกลางเงาร่างประหลาดนั้นเพื่อคำนวณระยะพิกัดของโถงทางเดินชั้น 3
*แกร๊ก... กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงปูนซีเมนต์เก่าแก่ตีเข้าจมูก พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนระลอกใหม่ที่เริ่มก่อตัวขึ้น*
เมื่อผ่านพ้นธรณีประตูบานนั้นมาได้ ทั้งคู่ก็พบว่าตนเองยืนอยู่ ณ โถงทางเดินยาวเหยียดของชั้น 3 บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเอง ผนังสองข้างทางเคยเป็นผนังปูนฉาบเรียบ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยขูดขีดนับพันร้อยรอยที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ราวกับรหัสลับทางคณิตศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้โดยสติสัมปชัญญะที่แตกสลายของใครบางคน
"เสียงเมื่อครู่... ไม่ใช่เสียงลมพัดผ่านช่อง shafts ลิฟต์แน่ๆ ครับ" ภาคินกระซิบเบาๆ ดวงตาคมกวาดมองไปตามแนวคานเพดานที่ทอดยาวหายไปในความมืด
"ถูกต้องครับ" อาจารย์ลลินพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม นางก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ส้นรองเท้าคัทชูหนังแท้กระทบกับพื้นผิวปูนขัดมันเกิดเสียงก้องกังวานสะท้อนไปมา "มันคือเสียงฝีเท้า..."
สิ้นคำกล่าวของอาจารย์สาว เสียงประหลาดก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน
*ตึง... ตึง... ตึง...*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังขึ้นจากความว่างเปล่าบนเพดานเหนือศีรษะของพวกเขา จังหวะการก้าวเดินนั้นสม่ำเสมอราวกับถูกควบคุมด้วยกลไกนาฬิกาจักรกลโบราณ ทว่า สิ่งที่ทำให้ภาคินต้องขนลุกเกรียวไปจนถึงสันหลังวาบ คือการคำนวณทางฟิสิกส์พื้นฐานที่สมองของสถาปนิกหนุ่มประมวลผลออกมาในเสี้ยววินาที
น้ำหนักที่กดลงบนพื้นผิวคอนกรีตด้านบนนั้น มีค่ามากกว่าสองร้อยกิโลกรัมต่อตารางเมตร แต่วัสดุเพดานของชั้น 3 เป็นเพียงแผ่นฝ้าทีบาร์ยิปซัมบางเบา ซึ่งต่อให้เป็นเด็กทารกคลานผ่านก็ยังเสี่ยงที่จะพังทลายลงมา นับประสาอะไรกับแรงกระแทกเป็นจังหวะที่หนักหน่วงราวกับฝีเท้าของยักษ์ปักหลั่น!
*ตึง... ตึง... ตึง...*
เสียงนั้นเคลื่อนที่ใกล้เข้ามาทุกที จากระยะห่างหపెเมตร... สามเมตร... และหยุดนิ่งสนิทลงตรงตำแหน่งที่อยู่เหนือศีรษะของภาคินพอดีเป๊ะ!
เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้าของสถาปนิกหนุ่ม เขาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นฝ้าเพดานสีขาวที่เริ่มมีรอยปริแตกเป็นเส้นใยแมงมุม ละอองฝุ่นสีเทาร่วงหล่นลงมาปรอยๆ ราวกับหิมะมรณะ
"อาจารย์ครับ... แรงเฉือนตรงจุดยึดโครงคร่าวเพดานเกินค่าความปลอดภัยวิกฤตแล้วครับ ถ้าน้ำหนักนั้นตกลงมาตรงๆ เราจะไม่ใช่แค่บาดเจ็บ..." ภาคินเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า มือขวาเตรียมกระชับแท่งช็อกเวทมนตร์ที่อาจารย์ลลินเพิ่งมอบให้
อาจารย์ลลินไม่ได้ตอบคำถาม นางเพียงแต่แหงนหน้าขึ้นมองเพดานด้วยแววตาสนอกสนใจ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่าประหลาด ก่อนที่นางจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของภาคินเย็นเฉียบ
"ไม่ใช่ว่ามันตกลงมาหรอกนะครับคุณภาคิน... แต่ดูเหมือนว่า 'บางสิ่ง' กำลังพยายามจะดันทะลุเพดานลงมาหาเราต่างหากล่ะครับ"
*แคว่ก! เสียงเหล็กโครงสร้างฝ้าเพดานบิดเบี้ยวจนฉีกขาดดังลั่น พร้อมกับรอยแยกขนาดใหญ่ที่กลางเพดาน ซึ่งเผยให้เห็นดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่กำลังจ้องมองลงมาพร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหูในความมืดมิดเบื้องบน!*
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาโครงสร้างมรณะนี้ไปพร้อมกับพวกเรานะครับ
สถาปนิกโครงสร้างตึกสยองกับอาจารย์สาวผู้รอบรู้•ตอนที่ 4
เสียงฝีเท้าจากเพดาน
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างตึกสยองกับอาจารย์สาวผู้รอบรู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!