เก้า... แปด... เจ็ด...
ตัวเลขดิจิตอลสีเลือดสาดกระเซ็นสะท้อนลงบนจอโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ลอยเคว้งคว้างอยู่เบื้องหน้า หูของผมอื้ออึงราวกับถูกคลื่นกระแทกจากการระเบิดของแรงดันอากาศในท่อระบายอากาศ ความกดอากาศรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลันจนแก้วหูแทบปริแตก กลิ่นฉุนของสนิมเหล็กและปูนซีเมนต์เก่าเก็บที่ผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษเอกสารเปียกน้ำตีรวนขึ้นมาจุกที่ลำคอ
นี่ไม่ใช่การทดสอบระบบโครงสร้างตึกแบบปกติธรรมดาแล้วครับ... นี่คือการประหารชีวิตในรูปแบบของการคำนวณทางสถาปัตยกรรม
ภาคินพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ มือขวาที่ถือตลับเมตรเหล็กและแปลนอาคารฉบับแก้ไขครั้งสุดท้ายสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้ด้านวิศวกรรมโยธาและกฎหมายควบคุมอาคารที่เคยท่องจำมานับร้อยหน้าในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยถูกดึงออกมาประมวลผลอย่างรวดเร็วภายใต้ภาวะวิกฤต บอสลับแห่งชั้นใต้ดิน "สถาปนิกผู้ไร้เงา" ไม่ได้ต้องการแค่ทำลายตึกสำนักงานแห่งนี้ แต่เขากำลังรื้อถอน "ตัวตน" ของผมออกทีละคานรับน้ำหนัก
หก... ห้า... สี่...
เงาสีดำสนิทที่ทอดยาวอยู่บนพื้นกระเบื้องยางเคลือบแว็กซ์เริ่มบิดเบี้ยว มันไม่ได้เป็นเพียงเงาสะท้อนสองมิติที่ล้อเลียนตามการเคลื่อนไหวของร่างกายอีกต่อไป รอยต่อของเงาบริเวณข้อศอกและหัวเข่าเริ่มแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกเงาที่ถูกทุบด้วยค้อนปอนด์
ผมก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ส้นรองเท้าหนังขัดมันกระทบเข้ากับเสาคอนกรีตเสริมเหล็กต้นใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางโถงทางเดินชั้นใต้ดิน B3 เสานี้คือหัวใจหลักของระบบต้านทานแรงแผ่นดินไหว (Seismic Resistance System) ของตึกหลังนี้ ถ้าคำนวณไม่ผิด โครงสร้างส่วนนี้ถูกออกแบบมาให้รับน้ำหนักบรรทุกจร (Live Load) ได้ถึง 500 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ซึ่งน่าจะเพียงพอที่จะ...
สาม... สอง...
*พรึบ!*
เสียงลมหายใจของใครบางคนดังขึ้นชิดริมใบหูซ้าย ทั้งที่รอบตัวไม่มีมนุษย์คนอื่นอยู่เลยนอกจากผม
ภาคินหันขวับกลับไปมองเงาของตัวเองในบานกระจกเงาขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้สำหรับตรวจความเรียบร้อยของพนักงานรักษาความปลอดภัยบริเวณโถงลิฟต์ขนของ บานกระจกเงาแผ่นนั้นใสสะอาดและเย็นเฉียบ ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ภายในกรอบกระจกกลับทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกึก
ภาพสะท้อนในกระจกไม่ได้ขยับตามตัวผมครับ!
ในความเป็นจริง ภาคินกำลังยืนตัวเกร็ง สองมือถือแปลนอาคารแนบอกด้วยท่าทางตื่นตระหนก แต่ทว่า... เงาสะท้อนของชายหนุ่มในกระจกกลับกำลังยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ดวงตาสสีดำสนิทคู่นั้นไร้ซึ่งแววตาของมนุษย์ มันค่อยๆ ยกมือขวาขึ้นช้าๆ พร้อมกับถือเหล็กเส้นขึ้นสนิมความยาวสามฟุตพาดไว้บนบ่า ท่าทางคุกคามนั้นเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน
หนึ่ง...
เสียงแจ้งเตือนระบบหยุดลงทันที พร้อมกับความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวที่เข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัว แรงโน้มถ่วงดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า ร่างกายของผมถูกตรึงไว้กับที่ราวกับถูกเทด้วยคอนกรีตเหลว
ภาพสะท้อนในกระจกขยับตัวออกจากกรอบกระจกแล้วครับ!
มันก้าวทะลุกระจกใสออกมาสู่โลกความเป็นจริง มือที่ถือเหล็กเส้นขึ้นสนิมเงื้อขึ้นสุดแขนหมายจะฟาดลงมาที่กะโหลกศีรษะของผมในเสี้ยววินาทีนั้น สมองของภาคินขาวโพลน สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น แต่มวลกล้ามเนื้อกลับแข็งทื่อจนไม่สามารถขยับเขยื้อนหลบหนีได้ทันท่วงที
"ระวังโครงสร้างรับแรงเฉือนกำลังจะพลิกกลับด้านค่ะ... ไม่สิ ต้องบอกว่า 'นะคะ' ถึงจะถูกกฎของที่นี่สินะคะ"
น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังและคุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาผ่ากลางอากาศ
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงเหล็กกระทบกันอย่างรุนแรงจนแสบแก้วหู แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของผมสั่นสะเทือน ลมFrictionจากการปะทะพัดเอาเส้นผมของภาคินปลิวไสว
อาจารย์ลลินก้าวเข้ามาประชิดตัวผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้ ร่างเพรียวบางในชุดสูทผ้าทวีดสีเทาเข้มยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคง มือขวาของเธอถือไม้บรรทัดทีสเกลโลหะผสมไทเทเนียมความยาวหนึ่งเมตร ซึ่งเวลานี้มันกำลังต้านทานเหล็กเส้นขึ้นสนิมของ "สถาปนิกผู้ไร้เงา" เอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยองศาการรับแรงที่แม่นยำราวกับคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัม
"อาจารย์...!" ภาคินอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง ปอดของเขาแทบจะขาดอากาศหายใจ
"อย่าละสายตาจากจุดศูนย์ถ่วงของตัวเองสิคะคุณภาคิน" อาจารย์ลลินปรายตาคมกริบมองร่างเงาดำที่พยายามกดน้ำหนักลงมา เธอยังคงรักษาใบหน้าเยือกเย็นเอาไว้ได้แม้เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม "ในทางวิศวกรรมโครงสร้าง เงาก็คือพื้นที่อับแสงที่ถูกสร้างขึ้นโดยวัตถุทึบแสง ถ้าคุณรู้จักวิธีควบคุมทิศทางของแสงและการหักเห คุณก็จะไม่หลงกลภาพลวงตาที่เกิดจากการบิดเบือนมุมมอง"
อาจารย์ลลินพลิกข้อมืออย่างรวดเร็ว ไม้บรรทัดทีสเกลในมือของเธอหมุนวนเป็นวงกลม สร้างสนามพลังงานสีฟ้าครามขึ้นตามกฎเรขาคณิตโบราณ เป็นโครงสร้างสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ที่เรียกว่า *'The Golden Ratio Projection'* หรือสัดส่วนทองคำในการออกแบบสถาปัตยกรรม
*เปรี๊ยะ!*
ร่างของเงาปริศนาถูกแรงผลักมหาศาลจากโครงสร้างเรขาคณิตกระแทกจนกระเด็นถอยหลังไปหลายเมตร มันคำรามออกมาด้วยเสียงที่ฟังคล้ายเสียงเหล็กขูดกันอย่างน่าสยดสยอง ก่อนจะถอยร่นกลับเข้าไปในบานกระจกเงาบานเดิมอย่างไม่เต็มใจนัก
ตึกสำนักงานทั้งหลังสั่นกระึพืออีกครั้ง ไฟฉุกเฉินสีแดงเพดานกะพริบถี่ๆ หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าผมเปลี่ยนข้อความจากสีเลือดเป็นสีเหลืองอำพัน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนรอบใหม่ที่ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบยิ่งกว่าเดิม
*[ระบบตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก: อาจารย์ลลิน (ผู้ดูแลเขตพื้นที่ชั้นใต้ดิน B3-B5)]*
*[เงื่อนไขการประเมินโครงสร้างถูกระงับชั่วคราว... กำลังเข้าสู่กระบวนการปรับแก้แบบแปลนสถาปัตยกรรมใหม่]*
*[คำเตือนจากระบบ: ความลับของ "สถาปนิกผู้ไร้เงา" เริ่มต้นขึ้นแล้ว... และรอยร้าวบนกระจกบานนั้น กำลังรอให้ใครบางคนเดินผ่านมันไปอีกครั้ง...]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจโครงสร้างความสยองขวัญนี้ไปด้วยกันนะครับ!
สถาปนิกโครงสร้างตึกสยองกับอาจารย์สาวผู้รอบรู้•ตอนที่ 7
เงาที่สะท้อนจากกระจก
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างตึกสยองกับอาจารย์สาวผู้รอบรู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!