ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า•ตอนที่ 33

คลื่นพลังบรรพกาล

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งดอกเหมันต์ร่วงหล่นบนผืนหิมะ ความทรงจำนับพันปีที่เคยถูกผนึกไว้ด้วยค่ายกลบรรพกาล พังทลายลงในคราเดียวราวกับเขื่อนกั้นน้ำที่ทานกระแสน้ำป่าไม่ไหว หลี่มู่เฉินเซถอยหลังไปสามก้าว แววตาที่เคยว่างเปล่าและเยือกเย็น บัดนี้สะท้อนประกายแสงสีแดงฉานดั่งโลหิต ความเจ็บปวดราถูกคมมีดนับพันเล่มกรีดแทะดวงจิตแผ่ซ่านไปทั่วร่าง จนลมหายใจของเขาสั่นสะท้าน *แท้จริงแล้ว... เขาไม่ใช่จอมมารที่ฟื้นคืนชีพเพื่อทำลายล้างสามภพ แต่เป็นปีศาจที่ถูกสาปให้รักนาง... และถูกสาปให้ต้องกลืนกินวิญญาณนางเพื่อบรรลุความเป็นอมตะ!* "มู่เฉิน..." เสียงหวานใสที่เคยเย็นชาราวกับน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์ บัดนี้สั่นเครือเล็กน้อย เซียนจื่อเวยก้าวเข้ามาประคองร่างที่กำลังทรุดลงของเขา ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสเข้ากับไอปีศาจสีดำมืดที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของชายหนุ่ม นางสัมผัสได้ถึงความรa้าวราญและคลื่นพลังอันเกรี้ยวกราดที่กำลังแผดเผาขั้วหัวใจของเขา นางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้วงความคิดของเขา แต่สัญชาตญาณบอกนางว่า หากปล่อยให้เขาจมดิ่งอยู่ในวังวนแห่งความทรงจำนี้ต่อไป ดวงจิตของหลี่มู่เฉินจะต้องแตกสลายเป็นจุลอย่างแน่นอน "อย่ามองข้า..." เสียงของหลี่มู่เฉินแหบพร่า ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำราวกับซาตานผู้กระหายเลือด มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นปัดป้อง ราวกับต้องการผลักไสสตรีตรงหน้าให้ออกไปให้พ้นรัศมีแห่งความหายนะ "จื่อเวย... ถอยไป! เจ้าจงถอยไปให้ห่างจากข้าเดี๋ยวนี้!" "ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น" จื่อเวยกล่าวเสียงหนักแน่น แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความมุ่งมั่นและประกายความอาลัยลึกซึ้งที่ซ่อนไว้ใต้ความเยือกเย็น นางรวบรวมลมปราณเซียนบริสุทธิ์เข้าสู่ฝ่ามือ ก่อนจะกดลงบนจุดชีพจรกลางแผ่นหลังของเขาเพื่อช่วยสะกดกลั้นไอปีศาจที่กำลังคลุ้มคลั่ง "เจ้าเด็กโง่..." หลี่มู่เฉินแค่นหัวเราะด้วยความสมเพชตัวเอง หยาดน้ำตาผสมโลหิตไหลรินลงมาจากหางตา "เจ้าไม่รู้หรอกว่าเจ้ากำลังช่วยปีศาจประเภทใดอยู่ ข้าคือผู้ที่จะต้องสังหารเจ้า... ข้าคือผู้ที่ถูกกำหนดให้กลืนกินวิญญาณของเจ้าเพื่อก้าวสู่ขอบเขตเซียนสูงสุด! ทุกสิ่งที่ข้าทำกับเจ้า... ล้วนเป็นแผนการ... เป็นคำสาป..." "ต่อให้เป็นคำสาป ข้าก็ยินดีรับมัน" จื่อเวยตัดบท น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่มั่นคงดั่งขุนเขา นางใช้พลังปราณเซียนทั้งหมดถ่ายเทเข้าไปในร่างของเขาเพื่อต้านทานคลื่นพลังบรรพกาลที่กำลังระเบิดออก "ข้าไม่สนว่าท่านจะเป็นจอมมารหรือปีศาจแห่งความมืด... ข้าสนเพียงแค่ว่า ในยามนี้ ท่านคือหลี่มู่เฉินของข้า" สิ้นคำพูดของนาง ท้องฟ้าเหนือหุบเขาเซียนบรรพกาลก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เมฆทมิฬม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่น สายฟ้าสีทองคำและสีดำผสานเข้าหากันจนเกิดเป็นเสียงคำรามกึกก้องสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งสามภพ ทัณฑ์สวรรค์กำลังจะลงทัณฑ์! การทะลวงสู่ขอบเขตเซียนสูงสุดของหลี่มู่เฉินได้ถูกกระตุ้นด้วยความรักและความแค้นที่อัดแน่นจนถึงขีดสุดแล้ว *เปรี้ยง! โครม!* สายฟ้าฟาดผ่าลงมาตรงกลางค่ายกลที่ทั้งสองยืนอยู่ แรงระเบิดมหาศาลซัดร่างของทั้งคู่กระเด็นออกไปคนละFาก หลี่มู่เฉินคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด ไอปีศาจรอบกายพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นมังกรทมิฬเก้าตัวที่กำลังแหวกว่ายท่ามกลางสายฟ้าสวรรค์ ร่างกายของเขาร้อนดั่งไฟกัลป์ กระดูกทุกท่อนส่งเสียงลั่นกรอบราวกับกำลังจะแตกสลาย นี่คือ "คลื่นพลังบรรพกาล" ที่แท้จริง! พลังที่หลับใหลมานับหมื่นปีตื่นขึ้น พร้อมกับการปะทะกันระหว่างวิถีเซียนและวิถีมารภายในร่างเดียว หลี่มู่เฉินลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ดวงตาทั้งสองข้างข้างหนึ่งเป็นสีดำสนิทดั่งห้วงเหวลึก แต่อีกข้างหนึ่งกลับเปล่งประกายสีทองเจิดจ้าดั่งเทพเซียน อาภรณ์ขาดวิ่นเผยให้เห็นรอยสักโบราณที่ส่องแสงเรืองรองบนแผ่นอก รอยสักนั้นคือโซ่ตรวนแห่งพันธะสัญญาที่ผูกมัดเขากับนาง... เซียนจื่อเวย "จื่อเวย..." เขาพึมพำชื่อนางท่ามกลางเสียงคำรามของสายฟ้าสวรรค์ หัวใจของเขาเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกกระบี่นับหมื่นเล่มแทงทะลุ หากเขาเลือกที่จะทะลวงสู่ขอบเขตเซียนสูงสุดโดยการกลืนกินวิญญาณนาง เขาก็จะเป็นอมตะไร้พ่าย แต่สตรีที่เขารักที่สุดจะต้องดับสูญ... แต่หากเขาปฏิเสธ พลังบรรพกาลนี้จะย้อนกลับมาแผดเผาร่างของเขาให้มอดไหม้กลายเป็นจุล ไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกแล้ว ด้านล่าง เซียนจื่อเวยกระอักโลหิตออกมาคำโต ร่างกายของนางบอบช้ำจากการต้านทานทัณฑ์สวรรค์แทนเขา แต่นางยังคงฝืนยันกายลุกขึ้นยืน ดวงตางามมองตรงไปยังชายหนุ่มที่ลอยอยู่กลางสายฟ้า นางรู้ดีว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ นางยกกระบี่วิเศษในมือขึ้นชี้ฟ้า ปล่อยให้พลังปราณเซียนเฮือกสุดท้ายพวยพุ่งออกจากร่าง เชื่อมต่อจิตวิญญาณของนางเข้ากับเขาโดยตรง "หลี่มู่เฉิน..." นางส่งเสียงผ่านกระแสจิต น้ำเสียงไพเราะแต่เด็ดเดี่ยวราวกับประกาศิตจากสวรรค์ "หากท่านต้องการก้าวข้ามขอบเขตนั้น... จงใช้ข้าเป็นสะพาน!" "เจ้าพูดบ้าอะไรออกมา!" หลี่มู่เฉินแผดเสียงก้องด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว "ข้าไม่ได้พูดเล่น" เซียนจื่อเวยแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามที่สุดและเศร้าที่สุดในรอบพันปี แววตาของนางเต็มไปด้วยความรักลึกซึ้งที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย "ข้าเกิดมาเพื่อเป็นด่านเคราะห์ของท่าน... และข้ายินดีที่จะจบด่านเคราะห์นี้ด้วยมือของท่านเอง มู่เฉิน... จงกลืนกินข้า... แล้วทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกหล้าเสีย!" สิ้นเสียงของนาง ร่างกายของเซียนจื่อเวยก็เริ่มเปล่งแสงสีขาวบริสุทธิ์ออกมา กลีบดอกเหมันต์นับล้านกลีบโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า บดบังแสงของสายฟ้าสวรรค์จนหมดสิ้น พลังปราณเซียนอันบริสุทธิ์ของนางพุ่งทะยานเข้าสู่ร่างของหลี่มู่เฉินราวกับสายน้ำที่ไหลหลาก หลี่มู่เฉินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายของเขาถูกบังคับให้ดูดซับพลังและวิญญาณของนางเข้าไปโดยขัดขืนไม่ได้ ความทรงจำทั้งหมดหลั่งไหลเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพรอยยิ้ม ภาพน้ำตา และคำสัญญาในอดีตชาติที่เคยถูกลบเลือน กลับชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด *ไม่... ข้าไม่ต้องการความเป็นอมตะแบบนี้! ข้าไม่ต้องการพลังที่แลกมาด้วยชีวิตของนาง!* เขากรีดร้องออกมาสุดเสียง พยายามใช้พลังจิตทั้งหมดหยุดยั้งการดูดกลืน แต่ทว่า... คลื่นพลังบรรพกาลกลับแข็งแกร่งเกินกว่าที่มนุษย์หรือเทพองค์ใดจะควบคุมได้ ร่างของเขาถูกพลังงานมหาศาลผลักดันทะลวงผ่านจุดตันเถียน พลังปราณรอบตัวระเบิดออกเป็นวงกว้าง ท้องฟ้าแยกออกเป็นสองเสี่ยง มิติรอบกายบิดเบี้ยวจนเกิดเป็นรอยแยกสีดำสนิท หลี่มู่เฉินทะลวงเข้าสู่ "ขอบเขตเซียนสูงสุด" สำเร็จแล้ว! ทว่า... ในวินาทีที่เขากลายเป็นผู้ไร้พ่ายและอยู่เหนือกฎเกณฑ์ทั้งปวง ร่างของเซียนจื่อเวยก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ราวกับดาวตกที่หมดอายุขัย หลี่มู่เฉินพุ่งตัวเข้าไปรับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นไว้ในอ้อมแขนได้อย่างเฉียดฉิว ลมหายใจของนางแผ่วเบาราวกับสายลม ทว่าดวงตากลับยังคงมองตรงมาที่เขาด้วยความรักใคร่ ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบยกขึ้นสัมผัสแก้มของเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตกลงข้างลำกาย "ข้า... ทำสำเร็จแล้ว..." หลี่มู่เฉินพึมพำ น้ำตาของจอมมารผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ใคร ไหลรินอาบสองแก้มผสมปนเปไปกับโลหิต เขากอดร่างนางแนบอก แน่นเสียจนราวกระดูกจะแหลกสลาย แต่ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะจมดิ่งลงสู่ความโศกเศร้าอันไร้ที่สิ้นสุดนั้นเอง... รอยแยกมิติสีดำสนิทเบื้องหน้าก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง พร้อมกับเงาร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามของผู้มาเยือนปริศนา ที่ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นประสาท "น่าประทับใจยิ่งนัก... จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ ในที่สุดเจ้าก็กลืนกินด่านเคราะห์ของตนเองจนหมดสิ้น" เสียงนั้นกล่าวพร้อมกับรอยเหยียดหยัน "แต่เจ้าคงไม่รู้สินะ... ว่าวิญญาณของนางครึ่งหนึ่ง ไม่ได้อยู่ในร่างนี้ตั้งแตแรกแล้ว!" หลี่มู่เฉินชะงักงัน ดวงตาสดใสที่เพิ่งก้าวสู่ขอบเขตสูงสุดพลันหันขวับไปมองเงาร่างนั้น หัวใจที่หยุดเต้นไปแล้วราวกับถูกกระชากซ้ำสอง... ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ความรักอันเจ็บปวดนี้มาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%