ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า•ตอนที่ 32

ทางเลือกแห่งโชคชะตา

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
ไอเย็นเยียบจากนรกานต์ปะทะเข้ากับใบหน้าของเซียนจื่อเวยจนผิวแก้มซีดเผือด นางไม่สนความหนาวเหน็บนั้น สายตาจับจ้องเพียงเงาร่างของบุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหน้า—หลี่มู่เฉิน บัดนี้ร่างที่เคยดูอ่อนแรงของเขาแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไอสีนิลมหาศาลไหลวนรอบกายดุจพายุหมุนทำลายล้าง ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวไป พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นวงกว้าง ราวกับแผ่นดินไม่อาจแบกรับน้ำหนักของ ‘จอมมาร’ ที่ฟื้นคืนได้อีกต่อไป “หลี่มู่เฉิน... ท่านกำลังทำอะไร” จื่อเวยเค้นเสียงผ่านไรฟัน แม้จะพยายามรักษาความสงบดุจหิมะบนยอดเขา แต่หัวใจของนางกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อเห็นดวงตาคู่นั้น—ดวงตาที่เคยสงบนิ่งราวผิวน้ำ บัดนี้กลับแดงฉานดั่งโลหิตสด และเต็มไปด้วยความกระหายที่จะบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง “สิ่งที่ข้าทำ? หรือควรจะถามว่า สิ่งที่ ‘โลก’ นี้ทำกับข้าต่างหากเล่า ศิษย์พี่หญิง” เสียงของเขาแหบพร่า ทว่ากังวานลึกเข้าถึงกระดูก “เจ้าเห็นรอยแยกนั่นไหม? พวกมันส่งความตายมาให้ข้า แต่ในเวลาเดียวกัน... มันก็หยิบยื่นบัลลังก์ที่ข้าเคยทอดทิ้งมาให้” เงาร่างปริศนาที่ถือเคียวแห่งความตายยกยิ้มมุมปาก กลิ่นอายเน่าเฟะขยายตัวเข้าปกคลุมรอบข้าง พลางเอ่ยเสียงเย็นเยียบ “ขีดเขียนโชคชะตาด้วยเลือดสิ จอมมารเอ๋ย สละทิ้งความผูกพันที่เหนี่ยวรั้งเจ้าไว้ แล้วล้างบางดินแดนที่ขังเจ้าไว้ในคุกกรงขังแห่งศีลธรรมนี้เสีย!” จื่อเวยขยับกายขวางหน้าเขาไว้ กระบี่หิมะในมือสั่นระริก “ท่านลืมไปแล้วหรือว่าพวกเราบำเพ็ญเพียรไปเพื่ออะไร? หากท่านก้าวข้ามเส้นทางนี้ไป ท่านจะกลายเป็นปีศาจที่ไร้หัวใจ และไม่มีวันหวนคืนสู่หนทางแห่งเซียนได้อีก!” “หนทางแห่งเซียน?” หลี่มู่เฉินแค่นหัวเราะ สุ้มเสียงเต็มไปด้วยความเวทนา “จื่อเวย เจ้าหลงเชื่อคำลวงของพวกนิกายธรรมะมานานเกินไปแล้ว โลกนี้ทรยศข้า ทำลายล้างตระกูลข้า เพียงเพราะข้าครอบครองพลังที่พวกมันหวาดกลัว วันนี้เมื่อพลังนั้นหวนคืน ข้ามีสองทางเลือก... หนึ่งคือสังหารผู้ที่เคยกดขี่ข้าให้สิ้นซาก สองคือปล่อยให้โลกที่แสนโสมมนี้ล่มสลายไปพร้อมกับจิตวิญญาณของข้า” เขาก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกับใบหน้านาง สายตาเขาสะท้อนภาพนางในดวงตาที่แดงฉาน “แล้วเจ้าล่ะ? เจ้าจะเลือกอะไรระหว่างการปกป้องโลกที่มองว่าท่านเป็น ‘ศิษย์ที่ไร้ค่า’ หรือจะยืนเคียงข้างข้า... ในฐานะราชินีแห่งความมืดที่ครองใต้หล้า!” คำพูดนั้นดุจสายฟ้าฟาดเข้ากลางใจจื่อเวย ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศโดยอาจารย์และสำนักที่นางเทิดทูนตลอดหลายปีผุดขึ้นมาดั่งคลื่นยักษ์ นางเห็นภาพตนเองถูกทอดทิ้งในสงครามยุทธภพครั้งก่อน เห็นสายตาเหยียดหยามของเหล่าเซียนที่ชิงชังนางเพราะนางมีความสัมพันธ์กับ 'ตัวอันตราย' อย่างหลี่มู่เฉิน นางกัดริมฝีปากจนเลือดซึม “ข้าไม่เคยทำเพื่อโลกนี้... ข้าทำเพื่อท่าน” บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งดั่งถูกแช่แข็ง ชั่วขณะที่จื่อเวยตัดสินใจ นางปักกระบี่ลงบนพื้นดิน แรงสะเทือนทำให้มวลพลังปราณโดยรอบแปรปรวน ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องจากเงาร่างปริศนาและหลี่มู่เฉิน นางไม่ได้เลือกทางใดทางหนึ่ง แต่นางเลือกที่จะ ‘ตัด’ เส้นด้ายแห่งโชคชะตาที่ผูกมัดทั้งสองไว้ “หากโลกนี้ไร้ความยุติธรรม ข้าจะล้มล้างมันไปพร้อมกับท่าน แต่หากท่านเลือกจะเป็นจอมมารที่ทำลายทุกอย่าง... ข้าก็จะเป็นเพียงคนเดียวที่จะสังหารท่านด้วยมือของข้าเอง” หลี่มู่เฉินชะงัก สายตาที่แดงฉานวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด แต่ทว่าเงาร่างที่ถือเคียวไม่ได้ให้เวลาพวกเขาได้ตัดสินใจนานนัก มันตวัดเคียวผ่านอากาศ สร้างรอยแยกมิติที่ใหญ่ขึ้นจนดึงดูดวิญญาณนับพันกรีดร้องออกมา “ความลังเลคือยาพิษจอมมาร! หากเจ้าไม่ทำ... ข้าจะเริ่มสังหารศิษย์พี่หญิงของเจ้าเดี๋ยวนี้!” เงาร่างนั้นพุ่งตัวดุจสายฟ้าสีดำเข้าหาจื่อเวย หลี่มู่เฉินคำรามลั่น เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปถึงขุมนรกและสวรรค์ชั้นฟ้า กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือเขาก่อตัวขึ้นจากไอปีศาจและพลังเซียนที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งอย่างประหลาด เขาพุ่งตัวเข้าขวางระหว่างเคียวแห่งความตายกับเซียนจื่อเวย ทว่าในจังหวะนั้นเอง... ดาบสวรรค์ที่หักสะบั้นก็พุ่งทะลุลงมาจากท้องฟ้า ปักลงกลางรอยแยกมิติ แรงปะทะทำให้หลี่มู่เฉินกระเด็นออกไป ร่างของเขาตกลงสู่หุบเหวแห่งโชคชะตาที่ไม่มีวันหวนกลับ “มู่เฉิน!” จื่อเวยหวีดร้อง นางตัดสินใจโดยไม่คิดชีวิต โผทะยานตามร่างของเขาลงไปสู่ความมืดมิด ในห้วงเหวนั้น หลี่มู่เฉินลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีโลหิตกลับกลายเป็นสีทองอำพันที่เยือกเย็นดั่งเทพเซียน แต่แขนข้างหนึ่งของเขากลับกลายเป็นกรงเล็บปีศาจที่ยากจะสยบ เขาหันมามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและรอยร้าว “ทำไมถึงตามมา... เจ้าโง่” จื่อเวยกระชับมือนางแน่นเข้ากับกรงเล็บของเขา แม้ความเจ็บปวดจะแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่ดวงตาของนางกลับแน่วแน่ “เพราะไม่ว่าท่านจะเป็นจอมมารหรือเซียน ข้าก็ไม่ยอมให้ท่านต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป... ต่อให้ต้องเป็นศัตรูกับทั้งสามภพ ข้าก็จะขวางท่านเอาไว้จนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะดับสิ้น” ทว่าเสียงหัวเราะเยือกเย็นของเงาร่างปริศนาก็ดังขึ้นอีกครั้งจากเบื้องบน พร้อมกับความลับที่ถูกเปิดเผย... เงาร่างนั้นค่อยๆ ปรากฏกายออกมาจากความมืด มันคือร่างจำลองของหลี่มู่เฉินในวัยเยาว์ที่ถูกแบ่งแยกออกไป และตอนนี้ มันกำลังชักกระบี่มังกรทมิฬขึ้นพาดคอของตัวเอง... พร้อมกับที่ร่างของเซียนจื่อเวยเริ่มสลายกลายเป็นละอองแสง! “เจ้าเลือกถูกแล้ว... ที่ตามมา แต่เจ้าไม่รู้เลยว่าการยอมรับความเป็นจอมมารของเขา คือการสังเวยชีวิตของเจ้าเพื่อเติมเต็มจิตวิญญาณให้สมบูรณ์... ลาก่อน ราชินีผู้โง่เขลา” หลี่มู่เฉินเบิกตากว้าง ความทรงจำที่ถูกลบเลือนไปตลอดกาลพุ่งเข้าสู่สมองราวกับมีดนับพันเล่มกรีดลงมา—แท้จริงแล้ว เขาไม่ใช่จอมมารที่ฟื้นคืนชีพ แต่เป็นปีศาจที่ถูกสาปให้รักนาง... และถูกสาปให้ต้องกลืนกินนางเพื่อเป็นอมตะ! ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันนี้นะคะ หลิวเยี่ยนซีขอฝากทุกท่านรอติดตามชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%