ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า•ตอนที่ 11

ยอดเขาแห่งความตาย

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
คมกระบี่สีเงินยวดยวงจ่อชิดประชิดผิวเนื้อเหนือจุดชีพจรหัวใจของเซียนจื่อเวยเพียงครึ่งนิ้ว กลิ่นอายสังหารที่แผ่ออกมาจากคมดาบนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์ทมิฬ ทว่าเจ้าของร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์หาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตาคู่งามที่เย็นชาดั่งหิมะพันปีทอดมองผู้ที่ถือกระบี่อยู่เบื้องหน้าอย่างลึกล้ำ นางไม่ถอย ไม่หลบ และไม่แม้แต่จะชักกระบี่ประจำกายของตนเองออกมาต้านรับ "หลี่มู่เฉิน... เจ้ากล้าใช้ปลายกระบี่นี้ ชี้มาที่ศิษย์พี่ของตนเองเช่นนั้นหรือ" เสียงหวานกังวานทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันของผืนป่าหมื่นอสูรเบื้องล่าง เมฆหมอกสีเทาทมิฬม้วนตัวอย่างบ้าคลั่งรอบยอดเขาแห่งความตาย—ดินแดนต้องห้ามที่แม้แต่เซียนผู้บรรลุมรรคผลยังต้องหลั่งเลือด หลี่มู่เฉินหรี่ตาลงวูบ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา เขาเป็นอดีตจอมมารผู้เย่อหยิ่งที่ต้องมาแสร้งทำเป็นศิษย์น้องผู้อ่อนแอในสำนักเซียน การแสดงละครตบตาผู้คนนับว่าน่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก ยิ่งเวลานี้ต้องมาเผชิญหน้ากับสตรีที่กุมหัวใจและวิญญาณของเขาไว้ครึ่งหนึ่งโดยที่นางไม่รู้ตัวด้วยแล้ว ยิ่งทำให้จิตมารในกายพยายามดิ้นรนจะแหกคอก "ศิษย์พี่... ข้าเพียงแต่เกรงว่า แมลงร้ายในดินแดนลับแห่งนี้จะสกปรกเกินกว่าจะสัมผัสโดนตัวท่าน" หลี่มู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในแพรไหม เขากดปลายกระบี่ให้เข้าใกล้ขึ้นอีกนิด จนเซียนจื่อเวยสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่เสียดแทงทะลุเนื้อผ้า "อีกอย่าง... เส้นทางสู่ยอดเขาแห่งความตายเบื้องหน้านั้นอันตรายเกินกว่าจะเดินเคียงข้างโดยไร้ซึ่งความระแวดระวัง" วาจานั้นมีความนัยแอบแฝง เซียนจื่อเวยย่อมรู้ดีว่าการสำรวจ 'แดนลับบรรพกาล' ในครั้งนี้ หาใช่การเดินทางเพื่อแสวงหาโชคชะตาธรรมดาไม่ ทว่ามันคือกับดักที่เหล่าผู้อาวุโสในสำนักร่วมมือกันขุดหลุมฝังพวกเขาทั้งคู่ ทว่าสิ่งที่นางไม่คาดคิดก็คือ ศิษย์น้องผู้ไร้พิษสงคนนี้ กลับกุมความลับบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า นางยกมือขึ้นเรียวสวยดั่งลำหยก ปัดปลายกระบี่ของเขาออกเบาๆ ทว่าเปี่ยมด้วยพลังปราณสะท้อนที่ทำให้แขนของหลี่มู่เฉินชาไปวูบหนึ่ง "หากเจ้าคิดว่าข้าจะปกป้องตัวเองไม่ได้... เจ้าก็ประเมินศิษย์พี่ผู้นี้ต่ำเกินไปแล้ว มู่เฉิน" เซียนจื่อเวยหมุนกายหันหลังให้เขา นางก้าวเท้าเดินนำหน้าเข้าสู่เขตแดนหมอกหนาทึบที่แผ่พุ่งขึ้นมาจากหุบเหวเบื้องล่าง อภินิหารแห่งคัมภีร์กระบี่เหมันต์หมุนวนอยู่รอบกายของนางราวกับเกล็ดหิมะโปรยปราย สกัดกั้นกลิ่นอายมลus และจิตสังหารของเหล่าอสูรโบราณที่ซ่อนเร้นอยู่ในความมืด หลี่มู่เฉินเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยท่าทีเกียจคร้าน รอยยิ้มมุมปากลึกล้ำขึ้น เขาก้าวตามหลังนางไปติดๆ ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองไม่เคยเกินสามก้าว ทว่าความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ภายในกลับซับซ้อนยิ่งกว่ามหาสมุทร การเดินทางเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบเชียบ ทว่าทุกลมหายใจกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันจากอาคมโบราณที่ปกคลุมยอดเขาแห่งความตายแห่งนี้ ต้นไม้ใบหญ้าที่นี่ล้วนกลายเป็นสีดำสนิท ราวกับถูกย้อมด้วยเลือดของเซียนมารนับหมื่นที่เคยตกตายที่นี่เมื่อบรรพกาล ทันใดนั้น สายลมกรรโชกแรงก็พัดกระหน่ำจนหมอกหนาทลายลง เผยให้เห็นซากประตูหินยักษ์ที่สลักด้วยอักขระมารโบราณ ซึ่งปิดตายมานานนับพันปี เซียนจื่อเวยหยุดยืนเบื้องหน้าประตูหินนั้น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานประหลาดที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของตนเอง นางหันกลับมามองหลี่มู่เฉินที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังพอดี ในยามที่แสงสลัวจากอักขระส่องกระทบใบหน้าคมคายของเขา นางพลันรู้สึกราวกับว่าบุรุษผู้นี้มิใช่ศิษย์น้องที่นางรู้จักมาหลายปี... แต่อาจเป็นเงาอดีตที่นางเคยผูกพันลึกซึ้งในภพชาติที่ลืมเลือน "มู่เฉิน... เจ้าเคยมาที่นี่มาก่อนหรือไม่?" นางเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความระแวงสงสัยอย่างปิดไม่มิด หลี่มู่เฉินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมทอดมองประตูหินยักษ์เบื้องหน้า ก่อนจะเหลือบมองดวงหน้าอันงดงามที่แหงนมองตนอยู่ รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอดีตจอมมารอีกครั้ง "ข้าไม่เคยมา... แต่ดูเหมือนว่า 'ประตู' บานนี้ จะรอคอยการกลับมาของพวกเรามานานแสนนานแล้ว..." เขากล่าวไม่ทันขาดคำ แผ่นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น อักขระมารบนประตูหินพลันเปล่งแสงสีเลือดสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของเซียนจื่อเวยก็ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมพรางไร้ก้นบึ้ง ร่างระหงหลุดกรีดร้องด้วยความตกใจก่อนจะร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิด! "ศิษย์พี่!" หลี่มู่เฉินแผดเสียงคำรามลั่น ประกายแสงสีดำสนิทระเบิดออกจากร่างของเขาในพริบตา พลังปราณระดับบรรพกาลที่ถูกผนึกไว้ปลดปล่อยออกมาอย่างไร้การควบคุม เขากระโจนตามร่างที่กำลังร่วงหล่นนั้นลงไปในหุบเหวมรณะโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ท่ามกลางความมืดที่กลืนกินทุกสิ่ง เงาร่างลึกลับอีกสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ปากหลุมพราง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ก้องกังวานไปทั่วภูเขา "ฮ่าๆๆ... ในที่สุด เหยื่อก็ตกลงสู่ก้นบึ้งแห่งกาลเวลาแล้ว..." หลิวเยี่ยนซีขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%