ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า•ตอนที่ 23

แผนการร้ายของเจ้าสำนัก

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของกำยานพันปีภายในตำหนักโถงกลางของสำนักกระบี่เมฆา “เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังเอ่ยวาจาสิ่งใดออกมา, ผู้อาวุโสจ้าว?” เสียงใสราวกับเสียงกระดิ่งหยกกระทบกัน ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดูของ “เซียนจื่อเวย” ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก นางยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชาบรรพจารย์ กระบี่วิเศษในมือสั่นระริก ปราณกระบี่สีครามบริสุทธิ์แผ่พุ่งออกมารอบกายจนศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นทางยาว เบื้องหน้าของนางคือ “จ้าวเทียนCง” เจ้าสำนักผู้ทรงคุณธรรม เป็นที่เคารพกราบไหว้ทั่วทั้งยุทธภพ ทว่าในยามนี้ รอยยิ้มอันอบอุ่นที่เขาเคยใช้หลอกลวงผู้คนนับหมื่นกลับบิดเบี้ยวกลายเป็นรอยยิ้มอันชั่วร้าย ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยไอพลังมารที่ถูกสะกดไว้ภายใต้คัมภีร์วิชาธรรมะขั้นสูง “ฮ่าๆๆ... จื่อเวย ศิษย์หลานรัก เจ้าช่างไร้เดียงสาเสียจริง” เจ้าสำนักจ้าวหัวเราะลั่น ไอสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากร่างของเขาจนเพดานตำหนักสั่นสะเทือน “เจ้าคิดว่าวิชา ‘กระบี่สุริยัน’ ที่ข้าฝึกฝนจนบรรลุขอบเขตเซียนขั้นเก้าได้มาอย่างไร? หากไม่ใช้พลังชีวิตและดวงจิตของเหล่าศิษย์ในสำนักที่ถูกสังเวยในค่ำคืนจันทร์ดับทุกๆ รอบร้อยปี ข้าจะสามารถค้ำจุนสำนักนี้ให้ยิ่งใหญ่เหนือสำนักอื่นในใต้หล้าได้หรือ!” คำสารภาพนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจของเหล่าศิษย์สำนักกระบี่เมฆาที่ยืนอยู่ด้านหลัง ความจริงอันดำมืดถูกกระชากหน้ากากออกจนหมดสิ้น ความศรัทธาที่พวกเขายึดมั่นมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา เสียงร้องไห้ระคนความแค้นดังขึ้นระงม เซียนจื่อเวยรู้สึกราวกับโลหิตในกายไหลย้อนกลับ มือที่กำด้ามกระบี่สั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยว นางเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า ผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูและสั่งสอนนางมาตั้งแต่เยาว์วัย แท้จริงแล้วคือปีศาจที่สวมหนังมนุษย์ ผู้อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา “ท่าน... ท่านมันเดรัจฉานในร่างเซียน!” เซียนจื่อเวยเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตคู่สวยแดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น พลังปราณทั่วร่างระเบิดออก นางตวัดกระบี่พุ่งเข้าใส่เจ้าสำนักทันทีโดยไม่ลังเล แม้จะรู้ว่าพลังของตนยังห่างชั้นกับเขาอยู่มากก็ตาม *เปรี้ยง!* คลื่นกระบี่พุ่งปะทะกับม่านพลังมารจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วตำหนัก เซียนจื่อเวยกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์เปรอะเปื้อนด้วยรอยเลือดสีแดงฉานตัดกันอย่างน่าเวทนา จ้าวเทียนCงแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน “ศิษย์หลาน ฝีมือเพียงเท่านี้คิดจะต่อกรกับข้าผู้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตบรรพกาลแล้วหรือ? ช่างรนหาที่ตายนัก! ในเมื่อเจ้าบังอาจล่วงรู้ความลับนี้ วันนี้พวกเจ้าทุกคนต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งในพลังของข้า!” สิ้นเสียง เจ้าสำนักสะบัดแขนเสื้อ โซ่ตรวนโลหิตนับร้อยเส้นพุ่งออกมาจากพื้นดินหมายจะพันธนาการร่างของเซียนจื่อเวยและเหล่าศิษย์ให้แหลกสลายในพริบตา ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม ร่างกายของนางหนักอึ้งราวกับถูกขุนเขาค้ำยันไว้ ความสิ้นหวังเข้าเกาะกุมจิตใจ ทว่า ในวินาทีเป็นตายนั้นเอง... เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าร่างของเซียนจื่อเวยอย่างไร้สุ้มเสียง ราวกับเขาอยู่ที่นี่มาตั้งแต่แรกแล้ว “หลี่มู่เฉิน...?” เซียนจื่อเวยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มผู้ที่นางมักคิดว่าเป็นเพียงศิษย์น้องผู้อ่อนแอและไร้ประโยชน์มาโดยตลอด หลี่มู่เฉินยังคงมีใบหน้าเรียบเฉย เย็นชา และไร้อารมณ์เช่นเคย ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองโซ่ตรวนโลหิตที่พุ่งเข้ามาด้วยความเย้ยหยัน เขาไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝัก เพียงแค่ยกมือขึ้นปัดเบาๆ ราวกับกำลังปัดฝุ่นละออง *ตูม!* คลื่นพลังปราณสีม่วงเข้มระเบิดออกจากการสะบัดมือเพียงครั้งเดียว แรงกดดันระดับบรรพกาลที่น่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งฟ้าดิน โซ่ตรวนโลหิตที่แหลมคมแตกสลายกลายเป็นผุยผงในพริบตา แม้แต่จ้าวเทียนCงยังต้องถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด “พ...พลังปราณนี่มันอะไรกัน? เจ้า... เจ้าไม่ใช่แค่ศิษย์สายในธรรมดา!” จ้าวเทียนCงหวีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณดิบเตือนภัยเขาสุดขีดว่าตัวตนเบื้องหน้านั้นน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจตนใดที่เขาเคยพบเจอ หลี่มู่เฉินค่อยๆ ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าทีละก้าว เสียงฝีเท้าของเขาราวกับเสียงกลองศึกที่เคาะระรัวอยู่บนหัวใจของทุกคนในที่นั้น บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นเหน็บหนาวราศีนรกภูมิเข้าปกคลุม เขายังคงไม่พูดสิ่งใด จนกระทั่งเดินมาหยุดอยู่เคียงข้างเซียนจื่อเวยที่กำลังยืนตะลึงงัน หลี่มู่เฉินเหลือบสายตามามองนางเล็กน้อย ก่อนจะเอמהด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกที่แฝงไปด้วยอำนาจอันน่าเกรงขาม ซึ่งเป็นน้ำเสียงที่นางไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต “หลับตาลงเสีย... ศิษย์พี่หญิง” สิ้นคำพูดนั้น ร่างของหลี่มู่เฉินก็หายวับไปจากจุดเดิม ทิ้งไว้เพียงประกายสายฟ้าสีม่วงที่ตัดผ่านความมืดมิดของค่ำคืน และเสียงคำรามกึกก้องสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นจากฟ้าดินที่กำลังประกาศว่า... บัญชีหนี้เลือดของสำนักกระบี่เมฆา ได้เวลาชำระสะงั้นแล้ว! หลิวเยี่ยนซีขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%