ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า•ตอนที่ 25

ถ้ำสมบัติเทพเซียน

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายนิ้วเรียวยาว กระทบลงบนศิลาหยกเย็นเยียบเบื้องล่าง เกิดเป็นเสียงก้องกังวานดั่งระฆังโบราณในหุบเขาไร้ผู้คน "เจ้ายังดื้อรั้นฝืนโคจรลมปราณเช่นนี้อีก... ร่างกายนี้คงไม่ต้องการให้ข้าต้องออกแรงลงทัณฑ์ซ้ำสองกระมัง" เสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าหยอกแต่แฝงไว้ด้วยกระแสลมปราณกดดันอันน่าสะพรึงกลัวดังขึ้น ท่ามกลางความมืดสลัวของคูหาลับภายใน "ถ้ำสมบัติเทพเซียน" แห่งนี้ หยาดเหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นบนหน้าผากมนของเซียนจื่อเวย นางกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเย็นชาดั่งหิมะในฤดูเหมันต์ที่เคยประดับกายบัดนี้ถูกละลายด้วยไอร้อนระอุที่พวยพุ่งมาจากจุดตันتيวาร (จุดตันtian) ของตนเองและชายหนุ่มผู้ยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง หลี่มู่เฉินมิได้ถอยห่าง เขากลับก้าวเข้าไปประชิด ร่างกายแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของหญิงสาวสลับกับความร้อนรุ่มดั่งเปลวเพลิงบรรพกาล อดีตจอมมารผู้แสร้งทำเป็นอ่อนแอยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสนิทที่พร้อมจะกลืนกินทุกดวงวิญญาณ เขาเอื้อมมือไปทาบลงบนแผ่นหลังบอบบางของนาง ฝ่ามือหนากดลงที่จุดชีพจรสำคัญเพื่อถ่ายเทพลังปราณมืดมิดแต่บริสุทธิ์เข้าไปช่วยประคับประคองพลังที่กำลังตีรวนในร่างของนาง "มู่เฉิน... ข้า... ข้าควบคุมมันไม่ไหวแล้ว" เซียนจื่อเวยครางแผ่ว น้ำเสียงที่เคยเย่อหยิ่งและราบเรียบสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ พลังปราณหยินหยางภายในถ้ำแห่งนี้ปั่นป่วนรุนแรง ผนผนึกหินโบราณสั่นสะเทือนจนเศษฝุ่นร่วงกราว ศิลาวิเศษนับร้อยก้อนที่ฝังอยู่ตามผนังถ้ำเริ่มเรืองแสงสีม่วงอมฟ้า ส่องประกายระยิบระยับสะท้อนเงาร่างของคนทั้งสองที่กอดก่ายประสานพลังกันอย่างแนบแน่น นี่คือวิชา "คู่ประสานวิญญาณบรรพกาล" เคล็ดลับที่สูญหายไปนับหมื่นปี การจะฝึกฝนวิชานี้ให้สำเร็จ จำเป็นต้องหลอมรวมจิตวิญญาณและลมปราณเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โดยปราศจากความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน หลี่มู่เฉินโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหูเรียวเล็กของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวแก้มเนียนนุ่ม "ถ้าเช่นนั้นก็จงเชื่อใจข้า ปล่อยวางความถือดีทั้งหมดลง แล้วมอบลมปราณของเจ้าให้ข้าเป็นผู้ชี้นำ... เซียนจื่อเวย เจ้ากับข้า บัดนี้มีชะตากรรมเดียวกันแล้ว" สิ้นคำพูดนั้น เขาก็ผนึกกำลังทั้งหมดกระแทกเข้าสู่จุดตันเทียนของหญิงสาว แรงปะทะของพลังทำให้ร่างกายของเซียนจื่อเวยสะท้านเฮือก นางเงยหน้าขึ้นอุทานด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อพบว่าพลังปราณอันมหาศาลของหลี่มู่เฉินไม่ได้เข้ามาทำลายล้างนาง แต่มันกลับโอบอุ้ม ชำระล้าง และหลอมรวมเข้ากับพลังหยินของนางอย่างนุ่มนวล ราวกับสายน้ำอุ่นที่ไหลรินเข้าสู่ผืนดินที่แห้งผาก ความรู้สึกวาบหวามแปลกประหลาดสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความเจ็บปวดจากการทะลวงขอบเขตพลังก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกอิ่มเอมและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แสงสว่างเจิดจ้าสายหนึ่งพวยพุ่งทะลุเพดานถ้ำพุ่งตรงสู่ท้องน้ายามราตรี เกิดเป็นม่านพลังรูปดอกบัวสวรรค์เบ่งบานกลางหุบเขา ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับความสำเร็จในการประสานพลังขั้นแรก เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและน่าสะพรึงกลัวนับร้อยคู่ก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากปากถ้ำ ศิลาอาคมหน้าถ้ำแตกละเอียดเป็นจุล พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความโกรธเกรี้ยวของผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ที่สะท้อนก้องเข้ามา "หลี่มู่เฉิน! นากับศิษย์พี่หญิงทรยศ หลบซ่อนอยู่ที่นี่สินะ! วันนี้พวกเจ้าไม่รอดแน่!" หลี่มู่เฉินลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคู่นั้นมิได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงโอบกอดร่างของเซียนจื่อเวยไว้ในอ้อมแขน มุมปากหยักยิ้มเย้ยหยันพลางกระชับกระบี่โบราณที่เหน็บอยู่ข้างกายแน่น เซียนจื่อเวยสะบัดหน้ามองไปทางปากถ้ำด้วยแววตาเย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง นางสูดลมหายใจเข้าลึก and เอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ดูท่า... พวกมันคงร้อนใจอยากตายยิ่งนัก" หลี่มู่เฉินก้มลงมองสตรีในอ้อมแขน ดวงตาคู่นั้นทอประกายลึกล้ำราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด ก่อนที่เขาจะกระซิบข้างหู nàng ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังอย่างยิ่งยวด "เช่นนั้น... เรามาต้อนรับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญเหล่านี้ ด้วยกระบวนท่าแรกของวิชาคู่ประสานกันเถอะ... ศิษย์พี่" หลิวเยี่ยนซีขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%