ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า•ตอนที่ 5

ดอกบัวน้ำค้างแข็ง

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"ฮ่าๆๆๆ... หลี่มู่เฉิน ในที่สุดเจ้าก็ยอมปลดผนึกพลังแล้วสินะ เจ้าคิดว่าหนีพ้นจากเงื้อมมือของสำนักกระบี่สวรรค์จริงๆ หรือ?" เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังก้องกังวานเสียดแทงโสตประสาท ท่ามกลางบรรยากาศที่อวลไปด้วยกลิ่นอายโลหิตและไอหมอกทมิฬที่แผ่ซ่านทั่วหุบเขาเมฆา เมฆหมอกสีเทาหม่นแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิตเมื่อพลังปราณโบราณระเบิดออกจากการกัก หลี่มู่เฉินยืนหยัดนิ่งท่ามกลางพายุหมุนแห่งลมปราณที่กำลังแผดเผาผืนปฐพี ร่างกายผอมบางภายใต้ชุดคลุมสีดำสนิทดูราวกับจะสลายไปได้ทุกเมื่อ แต่ทว่า แววตาคู่คมกลับฉายประกายเยียบเย็นดั่งห้วงเหวลึกไร้ก้นบึ้ง เขามิได้สะทกสะท้านต่อเสียงคำรามก้องฟ้าของเหล่าผู้อาวุโสสำนักกระบี่สวรรค์ที่รายล้อมอยู่รอบทิศแม้แต่น้อย มือเรียวยาวดั่งหยกขาวเอื้อมไปแตะด้ามกระบี่สนิมเขรอะที่เหน็บอยู่ข้างเอว—กระบี่ที่ผู้คนต่างหัวเยาะว่าไร้ค่า แต่ในยามนี้ มันกลับส่งเสียง “หึ่ง” เบาๆ ราวกับพญามังกรที่หลับใหลมานานนับหมื่นปีและกำลังจะตื่นจากการนิทรา “สำนักกระบี่สวรรค์... ช่างขยันขันอาสามาตายเสียจริง” เสียงทุ้มต่ำหลุดจากริมฝีปากของหลี่มู่เฉินอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับทรงพลังจนกดทับสรรพสิ่งรอบกายให้เงียบงัดลงในพริบตา ปราณมารที่ถูกสะกดไว้ใต้ร่างถูกปลดปล่อยออกมาเป็นระลอกคลื่นสีดำสนิท แผ่ขยายออกไปบดบังแสงตะวันจนโลกทั้งใบตกอยู่ในความมืดมิด ฉับพลันนั้นเอง! ท่ามกลางพายุลมปราณที่บ้าคลั่ง ท้องนภากลับถูกผ่าแยกออกเป็นสองเสี่ยงด้วยแสงสีขาวบริสุทธิ์เจิดจ้า แสงนั้นเย็นเยียบ ดุดัน และงดงามจนแทบหยุดหายใจ มันพุ่งแหวกม่านเมฆาสີเลือดลงมาดั่งดาวตก กลีบดอกบัวน้ำค้างแข็งนับหมื่นกลีบโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า เปลี่ยนหยาดฝนให้กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งคมกริบที่ปักลงบนพื้นดินจนเกิดเสียงดังระรัว *“ฉึก! ฉึก! ฉึก!”* ร่างของเหล่าผู้อาวุโสสำนักกระบี่สวรรค์ที่พุ่งเข้ามาหมายจะสังหารหลี่มู่เฉิน ต่างต้องชะงักงันและถอยร่นด้วยความตื่นตระหนก เมื่อรัศมีกระบี่อันหนาวเหน็บสายหนึ่งแผ่พุ่งลงมาขวางกั้นระหว่างพวกเขากับเป้าหมาย ร่างเพรียวระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายดอกบัวเหมันต์ปรากฏขึ้นท่ามกลางละอองน้ำค้างแข็ง นางก้าวเดินลงมาจากฟากฟ้าอย่างไร้ซุ่มเสียง ราวกับเซียนสาวผู้สูงส่งที่หลุดลอยมาจากภาพวาดโบราณ เส้นผมสีดำสนิทราวกับหมึกจีนทอดตัวยาวเคลียแผ่นหลัง ปิ่นปักผมรูปดอกบัวน้ำแข็งสะท้อนประกายแสงเจิดจ้า ทว่าใบหน้าสวยเฉียบกลับไร้ซึ่งความรู้สึก เย็นชา สง่างาม และกดดันผู้คนจนแทบไม่กล้าสบตา นางคือ เซียนจื่อเวย... ศิษย์พี่หญิงอันดับหนึ่งแห่งแดนเซียน ผู้ที่ใครต่อใครต่างเล่าลือว่านางตัดขาดจากกิเลสทั้งปวงและถือครองกระบี่เหมันต์สวรรค์ หลี่มู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาจ้องมองสตรีตรงหน้าที่ยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของนางช่างคุ้นเคยเสียเหลือเกิน คล้ายกับความทรงจำอันเลือนรางที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ก้นบึ้งแห่งจิตวิญญาณ “เซียนจื่อเวย!” หนึ่งในผู้อาวุโสสำนักกระบี่สวรรค์ตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ “เหตุใดท่านจึงมาขวางทางพวกเรา? จอมมารผู้นี้กำลังจะฟื้นคืนพลัง หากปล่อยมันไป วันหน้าจะเป็นภัยพิบัติล้างบางยุทธภพ!” เซียนจื่อเวยมิได้ชายตามองผู้อาวุโสผู้นั้นแม้แต่น้อย สายตาคู่คมดั่งน้ำแข็งใสสะอาดจับจ้องตรงไปยังหลี่มู่เฉินที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ด้ามกระบี่ในมือของนางส่งเสียงร้องเตือนภัยเบาๆ ราวกับมันกำลังหวาดกลัวบางสิ่งในตัวของบุรุษชุดดำผู้นี้ หรือบางที... อาจไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่เป็นความโหยหาที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน “ถอยไป” เสียงหวานใสหากแต่เย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งบนยอดเขาเหมันต์เอื้อnนเอ่ยออกมา ประโยคสั้นๆ แต่กลับทรงพลังอำนาจจนไม่มีผู้ใดกล้าขัดคำสั่ง “แต่ว่าท่าน—!” “ข้าบอกให้... ถอยไป” สิ้นคำพูดของเซียนจื่อเวย คลื่นกระบี่เหมันต์ก็ระเบิดออกรอบตัวนาง พื้นดินรัศมีร้อยลี้ถูกแช่แข็งกลายเป็นสีขาวโพลนในพริบตา แรงกดดันมหาศาลซัดสาดใส่เหล่าผู้อาวุโสจนต้องกระออกเลือดและถอยร่นไปหลายสิบก้าวด้วยความหวาดกลัว หลี่มู่เฉินยกยมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์สตรีตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง “ช่างเป็นสตรีที่เย่อหยิ่งเสียจริง... เซียนจื่อเวย เจ้ามาเพื่อสังหารข้า หรือมาเพื่อดูหน้าศัตรูที่เจ้าตามหามาตลอดร้อยปีกันแน่?” เซียนจื่อเวยชะงักไปเล็กน้อย หัวใจของนางกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุเมื่อได้ยินน้ำเสียงนั้น รัศมีปราณรอบตัวสั่นไหวเล็กน้อย นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกก้าวหนึ่ง กลิ่นอายจันทร์เสี้ยวและกลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ลอยละล่องปะปนกับกลิ่นไอโลหิต “เจ้า... คือใครกันแน่?” เซียนจื่อเวยเอ่ยถาม เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว พันธะทางจิตวิญญาณที่หลับใหลมานานนับร้อยปี จู่ๆ ก็ส่งเสียงกรีดร้องก้องกังวานอยู่ในอก ราวกับวิญญาณสองดวงที่เคยแตกสลายกำลังเรียกร้องหาซึ่งกันและกัน ท่ามกลางหุบเขาเมฆาที่ปกคลุมด้วยลมปราณอันดุเดือด หลี่มู่เฉินไม่ตอบคำถาม เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิดนางอย่างรวดเร็วจนเซียนจื่อเวยต้องตื่นตัวชักกระบี่ออกครึ่งเล่ม ปลายกระบี่เหมันต์จ่อเข้าที่ลำคอระหงของเขาโดยสัญชาตญาณ ทว่าหลี่มู่เฉินกลับไม่หลบเลี่ยง ปล่อยให้คมกระบี่เฉือนผิวเนื้อจนมีหยดโลหิตสีแดงสดไหลซึมออกมาตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ เขายื่นมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนพู่ห้อยกระบี่ของนางแผ่วเบา ดวงตาประสานกับดวงตาดุจหิมะคู่นั้นอย่างลึกซึ้ง “หากเจ้าอยากรู้ว่าข้าเป็นใคร...” หลี่มู่เฉินกระซิบชิดริมหีบฝากของนาง น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยเสน่ห์อันตราย “ก็จงจำไว้ให้ดี... ว่าข้าคือคนที่เจ้าจะไม่มีวันลืมไปตลอดกาล” ทันใดนั้นเอง! รอยประทับรูปดอกบัวสีทองจางๆ ที่ข้อมือซ้ายของเซียนจื่อเวยก็เปล่งแสงเจิดจ้าขึ้นมาอย่างฉับพลัน พร้อมกับความทรงจำที่ขาดหายไปของทั้งสองฝ่ายที่กำลังจะถูกกระชากให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%