"ความโกลาหลเช่นนี้... ช่างน่ารำคาญหูเสียจริงค่ะ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบราวกับผืนน้ำในบึงลึกเอ่ยขึ้น ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครมของลานทดสอบกระบี่เซียน เสียงนั้นไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับแทรกซึมผ่านคลื่นพลังปราณนับร้อยสายที่กำลังแผดเผาเข้ามาได้อย่างน่าประหลาด
ลานหยกขาวกว้างใหญ่ไพศาล ณ สำนักเซียนเมฆาอัสนี บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยไอหมอกสีครามจากค่ายกลป้องปรามผู้เยาว์ สายตาจากเหล่าผู้วิสุทธิ์และศิษย์สายหลักนับพันชีวิตต่างพุ่งตรงไปยังจุดเดียวกัน ที่เบื้องหน้าแท่นบูชาบรรพจารย์ มีร่างบอบบางในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของเซียนจื่อเวยยืนสง่างามดั่งหิมะในฤดูเหมันต์ รัศมีเยือกเย็นแผ่ออกมาจากตัวนางจนหยาดน้ำค้างรอบบริเวณกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
ทว่า สิ่งที่ตรึงสายตาทุกคู่ไว้ มิใช่ความงามล่มเมืองของศิษย์พี่หญิงผู้สูงส่ง หากแต่เป็นรอยประทับรูปดอกบัวสีทองจางๆ ที่ข้อมือซ้ายของนาง ซึ่งบัดนี้กำลังเปล่งแสงเจิดจ้าทะลุผ่านเนื้อผ้าเนื้อดีออกมา แสงนั้นร้อนแรงและสั่นไหวราวกับมีชีวิต ราวกับมันกำลังตอบรับเสียงเรียกจากห้วงลึกแห่งกาลเวลาที่ถูกผนึกไว้
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ข้อมือซ้ายของหลี่มู่เฉิน ซึ่งยืนหลบมุมอยู่แถวแถวสุดท้ายในฐานะศิษย์รับใช้ปลายแถว ก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน รอยประทับเดียวกันนั้นสว่างวาบขึ้นแข่งกับแสงอาทิตย์ยามอัสดง!
ความทรงจำที่ขาดหายไป ภาพเศษเสี้ยวของโลหิต ดาบกระบี่ที่หักสะบั้น และเสียงกระซิบอันแผ่วเบาในมิติที่ไร้กาลเวลา พรั่งพรูเข้ามาในห้วงความคิดของทั้งสองฝ่ายดั่งกระแสน้ำป่าทะลัก เขากับนาง... ล้วนเคยผูกพันกันด้วยพันธะแห่งจิตวิญญาณที่ลึกล้ำยิ่งกว่าชาตินภากาศใดๆ
"เจ้า... เป็นใครกันแน่?" เซียนจื่อเวยขบฟันแน่น นัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นไหวระริกด้วยความสับสน นางพยายามกดข่มคลื่นพลังที่ปั่นป่วนในตันเถียน กระบี่น้ำแข็งในมือสั่นระริก ปลายคมกระbี่ชี้ตรงมายังหลี่มู่เฉินที่ยืนกอดอกนิ่งเฉย
รอบกายของพวกเขาส่งเสียงฮือฮาขึ้นทันที เหล่าผู้อาวุโสต่างขมวดคิ้วมุ่น
"นั่นมันศิษย์สายในนามหลี่มู่เฉินมิใช่หรือ? เหตุใดจึงมีปฏิกิริยากับรอยประทับของเซียนจื่อเวยได้!"
"เด็กนั่นมีระดับพลังเพียงขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นต้นเท่านั้น มิใช่ว่าบังเอิญได้รับไอพลังตกค้างหรอกหรือ?"
เสียงซุบซิบนินทาดังระเซ็งแซ่ แต่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า ภายใต้ใบหน้าที่ดูอ่อนแอและแววตาที่แสร้งทำเป็นตื่นตระหนกของหลี่มู่เฉินนั้น คือจิตวิญญาณของอหาจอมมารผู้เคยเหยียบย่ำสามภพมาแล้ว!
"ศิษย์พี่หญิง... ข้าเป็นเพียงคนไร้ค่าผู้หนึ่ง เหตุใดท่านจึงมองข้าด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเช่นนั้นเล่าคะ?" หลี่มู่เฉินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แฝงแววเย้าหยอกเจือจาง รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งทำให้นางเอกสาวรู้สึกราวกับถูกลูบคมในความฝัน
"บังAญ! เจ้ากล้าสามหามต่อหน้าเซียนจื่อเวย!"
เสียงคำรามดังขึ้นพร้อมกับร่างของ 'เฟิงหาน' ศิษย์พี่เอกแห่งสำนักผู้ถือครองกระบี่อัสนีทมิฬ เขาพกพาความริษยาและพลังปราณระดับก่อเกิดวิญญาณขั้นสมบูรณ์พุ่งทะยานเข้ามาหากลางอากาศ ร่างของเขาห้อมล้อมด้วยสายฟ้าสีม่วงเข้ม แผ่ไอสังหารรุนแรงจนพื้นหยกเบื้องล่างปริร้าว
"ตายเสียเถอะ เจ้าสวะ!"
เฟิงหานวาดกระบี่ลงมาหมายปลิดชีพ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของเหล่าศิษย์หญิงรอบข้าง ไม่มีใครคิดว่าเฟิงหานจะลงมือหนักหน่วงถึงเพียงนี้ต่อหน้าเหล่าผู้อาวุโส แต่ทว่า... ไม่มีผู้อาวุโสคนใดขยับตัว พวกเขาต่างต้องการทดสอบดูว่าศิษย์รับใช้ผู้นี้มีดีอันใด ถึงกล้าทำ1ให้รอยประทับบนข้อมือของเซียนจื่อเวยตื่นขึ้นมาได้
เซียนจื่อเวยเองก็ไม่ได้ขัดขวาง นางเพียงยืนนิ่ง ดวงตาสจดจ้องมองมาที่หลี่มู่เฉินด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย นางอยากรู้เช่นกันว่า บุรุษผู้นี้ซ่อนความลับอันใดไว้ใต้ท่าทีสำรวมตน
ในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่อัสนีพุ่งเข้าประชิดร่างของหลี่มู่เฉิน จนเส้นผมสีดำสนิทของเขาปลิวไสวไปตามแรงลมปราณ...
หลี่มู่เฉินมิได้หลบหนี มิได้ชักกระบี่ออกและมิได้แม้แต่จะตั้งค่ายกลป้องกันตัว!
เขากลับเพียงแค่... ปิดเปลือกตาลงช้าๆ
*ตูมมมม!*
คลื่นพลังระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นผงควันสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่วรัศมีร้อยวา แรงปะทะรุนแรงจนแท่นหยกสั่นสะเทือน เหล่าศิษย์น้องต่างพากันถอยร่นด้วยความหวาดกลัว คิดว่าร่างของหลี่มู่เฉินคงแหลกสลายกลายเป็นจุลไปแล้วอย่างแน่นอน
ทว่า เมื่อกลุ่มควันจางหายลง ภาพที่ปรากฏต่อสายตากลับทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง!
เฟิงหาน... ผู้มีพลังระดับก่อเกิดวิญญาณขั้นสูง บัดนี้คุกเข่าลงกับพื้นหยกด้วยสภาพน่าเวทนา กระบี่อัสนีทมิฬในมือหักสะบั้นเป็นสองท่อน เลือดสีสดไหลทะลักออกจากมุมปากของเขา ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดราวกับเพิ่งได้เห็นภูตผีปีศาจในขุมนรก
ส่วนหลี่มู่เฉิน... เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม เสื้อผ้าอาภรณ์ไม่มีแม้แต่รอยขาดหรือคราบฝุ่นละอองแม้แต่น้อย มือข้างซ้ายของเขายังคงไขว้หลังไว้อย่างสบายๆ ราวกับเมื่อครู่มิได้มีศึกใหญ่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
สิ่งที่ทำให้ทุกคนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ มิใช่ความพ่ายแพ้ของเฟิงหาน... แต่เป็น "ไอพลัง" ที่เล็ดลอดออกมาจากร่างของหลี่มู่เฉินเพียงชั่วเสี้ยวลมหายใจต่างหาก!
มันเป็นไอพลังสีดำสนิทที่เจือด้วยกลิ่นอายบรรพกาลอันเก่าแก่และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสิ่งใด ราวกับมังกรทมิฬที่หลับใหลมานับหมื่นปีได้ลืมตาตื่นขึ้นมามองมดปลวก ดินฟ้าอากาศรอบตัวแปรปรวนในพริบตา เมฆฝนสีดำทะมุนก่อตัวขึ้นเหนือสำนักเซียนเมฆาอัสนีอย่างฉับพลัน สายฟ้าคำรามก้องราวกับสวรรค์กำลังสั่นสะท้านต่อหน้าการตื่นขึ้นของตัวตนที่แท้จริง!
เซียนจื่อเวยถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว หัวใจของนางเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก รอยประทับที่ข้อมือซ้ายร้อนระอุขึ้นจนเจ็บแปลบ ภาพความทรงจำที่นางเคยคิดว่าสูญหายไปตลอดกาล กำลังไหลทะลักเข้ามาในหัวจนแทบตั้งรับไม่ทัน
นางจำได้แล้ว...
นางจำบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้านี้ได้แม่นยำ... เขามิใช่ศิษย์รับใส่งอกง่อยผู้ใด แต่คือจอมมารผู้เคยพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ทรราชผู้ที่นางเคยใช้กระบี่เล่มเดียวกันนี้แทงทะลุหัวใจเมื่อร้อยปีก่อน!
หลี่มู่เฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสสีดำสนิทคู่นั้นมิได้มีความขี้ขลาดหรืออ่อนแออีกต่อไป มีเพียงประกายความลึกล้ำ เย็นเยียบ และทรงอำนาจดั่งราชาผู้ครองพิภพ เขากวาดสายตามองไปรอบลานประลอง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของเซียนจื่อเวย
มุมปากของเขาผุดรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงความหมายลึกซึ้งเกินคาดเดา
"ศิษย์พี่หญิง... เล่นสนุกพอหรือยังคะ?" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังสะท้อนก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน ท่ามกลางความเงียบงันราวกับป่าช้าที่แม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังไม่มีใครกล้าส่งเสียง
และในวินาทีนั้นเอง... เบื้องล่างหุบเขาหมื่นอัสนีที่ควรจะสงบเงียบ กลับมีเสียงคำรามกึกก้องราวกับแผ่นดินกำลังจะแยกออกเป็นสองเสี่ยง! เงาร่างสีดำมหึมานับพันสายพุ่งทะยานขึ้นมาจากก้นเหว พร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันของตัวตนปริศนาที่สะท้อนก้องฟ้า "นายท่าน... ในที่สุดท่านก็ยอมปลดผนึกแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะคะ
---
หลิวเยี่ยนซี
ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า•ตอนที่ 6
การประลองเลือกศิษย์
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!