โลหิตหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายกระบี่ สะท้อนแสงจันทร์สีครามราวกับอัญมณีหยาดน้ำค้างบนยอดเขาหมื่นศิลา
ความเงียบงันปกคลุมลานประลองยุทธสำนักกระบี่ฟ้าครามราวกับห้วงเวลาถูกแช่แข็ง เสียงลมหายใจของเซียนนับพันชีวิตพลดะสะดุดลง ณ วินาทีที่ร่างของผู้อาวุโสลำดับสามกระเด็นไปกระแทกเข้ากับเสาศิลาค้ำฟ้าจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ
ไม่มีใครคาดคิดว่าผลลัพธ์จะออกมาเช่นนี้...
หลี่มู่เฉินยืนหยัดอย่างมั่นคง อาภรณ์สีขาวสะอาดปราศจากรอยเปื้อน แม้แต่วี่แววของความเหนื่อยล้าก็ยังไม่ปรากฏให้เห็น เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นละอองที่หัวไหล่อย่างแผ่วเบา ท่าทางเรียเฉยและเกียจคร้านเช่นนั้น ยิ่งสร้างความสะเทือนใจแก่เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สายตรงที่นั่งชมอยู่บนอัฒจันทร์สูงตระหง่านยิ่งนัก
"เขา... เขาใช้กระบวนท่าอันใดกันแน่?"
เสียงกระซิบกระซาบด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นจากกลุ่มศิษย์สายใน ไม่มีใครมองทันด้วยซ้ำว่าหลี่มู่เฉินชักกระบี่ออกจากฝักตั้งแต่เมื่อใด รู้ตัวอีกที พลังปราณอันกดดันดั่งภูเขาไท่ซานก็กดทับลงมาจนพวกเขารู้สึกราวกับกระดูกทั่วร่างกำลังจะแหลกสลาย
บนยอดอัฒจันทร์ประธาน เซียนจื่อเวยยืนขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่หงส์ที่มักจะเย็นชาและสงบดั่งน้ำในบึงเหมันต์ บัดนี้กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจของนางเต้นระรัวผิดจังหวะ พันธะทางจิตวิญญาณที่เชื่อมโยงระหว่างนางกับชายหนุ่มกำลังร้อนผ่าว ราวกับจิตวิญญาณของเขากำลังเรียกร้องบางสิ่งบางอย่างจากนาง
*วิชานั้น... มันไม่ใช่เคล็ดวิชาของสำนักเรา* เซียนจื่อเวยขบเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกซับซ้อนฉายชัดในแววตา ทั้งความประหลาดใจ หวาดหวั่น และ... ความประทับใจที่ยากจะลบเลือน
หลี่มู่เฉินเงยหน้าขึ้นสบตากับนางพอดี รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเขาแฝงความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่ผู้ใดจะคาดเดา เขายกกระบี่ในมือขึ้นชี้ฟ้า ท่ามกลางมวลหมู่เมฆที่เริ่มก่อตัวเป็นเกลียวคลื่นอัคคีและสายฟ้าสีทองคำอันน่าสะพรึงกลัว ชื่อเสียงของเขาในวันนี้ มิใช่เพียงแค่การเอาชนะคู่ประลอง แต่เป็นการประกาศก้องต่อหน้าฟ้าดินว่า นาม "หลี่มู่เฉิน" ได้ถูกจารึกไว้บนจุดสูงสุดของยุทธภพอย่าง
"ยังมีผู้ใดต้องการชี้แนะอีกหรือไม่?"
น้ำเสียงเรียบเรื่อยดังก้องกังวานไปทั่วหุบเขา สะท้อนสะเทือนผืนปฐพีจนแผ่นดินไหวสะเทือนเล็กน้อย ไม่มีใครกล้าสบตา ไม่มีใครกล้าส่งเสียงท้วงติง แม้แต่เจ้าสำนักยังต้องนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะครอบงำ ท้องฟ้าเบื้องบนกลับฉีกขาดออกเป็นทางยาว กลิ่นอายโบราณอันชั่วร้ายและทรงพลังระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินก็ทะลักทะลายลงมา พร้อมกับเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ หยาดฝนสีดำสนิทร่วงหล่นลงมาแผ่ขยายอาณาเขตความตาย และเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กรีดแทงจิตวิญญาณของผู้คนก็ดังขึ้น
"ฮ่าๆๆ... ช่างเก่งกาจสมกับที่เป็น 'จอมมาร' ผู้หลงลืมตนเอง!"
หลี่มู่เฉินหรี่ตาลงทันที ประกายกระบี่ในมือสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น ขณะที่เซียนจื่อเวยพลันหน้าถอดสีเมื่อตระหนักว่าภัยพิบัติที่แท้จริงกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว
รอกลืนน้ำลายระลอกใหม่ในตอนหน้าด้วยกันนะคะ หลิวเยี่ยนซีขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและวิถีกระบี่นี้ด้วยกันค่ะ
ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า•ตอนที่ 16
ชื่อเสียงสะท้านปฐพี
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!