"จำได้หรือยัง... หญิงงามของข้า?"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับกระซิบอยู่ริมข้างใบหู ทว่ากลับก้องกังวานเสียดแทงลึกลงไปถึงห้วงวิญญาณ
เซียนจื่อเวยสะفัดกายถอยหลังสามก้าวอย่างตื่นตระหนก ปลายกระบี่เหมันต์ในมือสั่นระริก ปราณกระบี่สีขาวโพลนแผ่ซ่านจนเกล็ดน้ำค้างรอบกายแข็งตัวกลายเป็นผุยผง ดวงตาหงส์คู่สวยจ้องมองบุรุษตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อนระคนหวาดระแวง หลี่มู่เฉินในยามนี้มิใช่ศิษย์น้องผู้อ่อนแอไร้เรี่ยวแรงที่นางต้องคอยปกป้องคุ้มครองอีกต่อไปแล้ว รัศมีรอบกายเขาดูลึกล้ำ ดุดัน และทรงอำนาจราวกับพญาอินทรีที่หุบปีกซ่อนเล็บคมกริบรอวันทะยานฟ้า
"เจ้า... พูดจาเหลวไหลอันใด!" จื่อเวยเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามกดข่มความสั่นไหวในอกเสื้อที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก ความผูกพันประหลาดทางจิตวิญญาณที่เชื่อมโยงพวกเขาทั้งสองไว้ ทำให้หัวใจของนางปวดแปลบทุกครั้งยามที่เขาเข้าใกล้
หลี่มู่เฉินเพียงแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นทั้งงดงามและเย้ยหยันในคราเดียวกัน นัยน์ตาคู่คมลẫกษ์ล้ำดั่งเหวหมื่นลี้ เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาช้าๆ ทว่าทุกย่างก้าวกลับสั่นสะเทือนปฐพี ราวกับท่วงทำนองแห่งความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา "เหลวไหลอย่างนั้นหรือ? ปราณกระบี่เก้าสวรรค์ในกายเจ้ากำลังร่ำร้องหาไออุ่นจากข้า... เจ้ากล้าปฏิเสธหรือไม่ว่ายามที่อยู่ใกล้ข้า ชีพจรโลหิตในกายเจ้ามิได้เต้นเป็นจังหวะเดียวกับข้า?"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจเซียนจื่อเวย นางรู้ดีแก่ใจว่าเขาพูดความจริง พันธะโลหิตและจิตวิญญาณที่ถูกผูกไว้ตั้งแต่อดีตชาติกำลังแผดเผานางจากภายใน
ทันใดนั้นเอง ภายในห้วงจิตใต้สำนึกของหลี่มู่เฉินเกิดเสียงคำรามกึกก้องดั่งอัสนีบาต!
ปัง!
มิติภายในจิตวิญญาณของเขาพลันแตกกระจาย อักษรโบราณสีทองนับหมื่นตัวพรั่งพรูออกมาจากความมืดมิด ท่องจำ เคลื่อนไหว และหลอมรวมเข้ากับกระแสลมปราณดั้งเดิม นี่คือ "เคล็ดวิชากระบี่นิรันดร์" ตำราลับบรรพกาลที่หลับใหลอยู่ใต้ผนึกแห่งความทรงจำของจอมมาร!
หลี่มู่เฉินนิ่งงันไปชั่วขณะ เปลือกตาปิดลงรับเอาพลังมหาศาลที่ไหลทะลักเข้าสู่เส้น 36 ชีพจรหลัก ทั่วร่างของเขาถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีนิลปนทอง รัศมีกดดันระดับ "ปราชญ์สวรรค์" แผ่ซ่านออกไปเป็นวงกว้างจนยอดเขาเมฆาคำรามลั่น พื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นรอยแยกนับพันสาย แรงกดดันนี้ทำให้เซียนจื่อเวยถึงกับต้องคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ใช้กระบี่ค้ำยันพื้นไว้เพื่อไม่ให้ทรุดฮวบลงไป
"นี่มัน... พลังปราณระดับใดกัน?" จื่อเวยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด นางเป็นถึงศิษย์เอกแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ บำเพ็ญเพียรมานับร้อยปี แต่ไม่เคยพบเห็นพลังที่บริสุทธิ์และน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้มาก่อน
หลี่มู่เฉินลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีดำสนิทในยามนี้แปรเปลี่ยนเป็นประกายสีทองเจิดจ้า เขากวาดสายตามองตำราลับที่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัว สัมผัสได้ถึงความรกร้างและแห้งแล้งของเส้นชีพจรเดิมในร่างนี้ ก่อนจะตัดสินใจนั่งขัดสมาธิลงกลางลานหินอย่างไร้ความเกรงกลัวต่อลมปราณย้อนกลับ
"จื่อเวย..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงอำนาจอย่างเด็ดขาด "หากไม่อยากตายอยู่ที่นี่ จงนั่งลงข้างๆ ข้า หลอมรวมจิตวิญญาณรับเคล็ดวิชานี้เสีย มิฉะนั้น ทัณฑ์สวรรค์ที่กำลังจะมาเยือนจะบดขยี้พวกเราให้แหลקותสลายไปพร้อมกัน!"
เซียนจื่อเวยลังเลเพียงชั่วลมหายใจ นางมองใบหน้าที่หล่อเหลาแต่ทว่าเย็นชาและเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่ม ภายในใจมีความหวาดกลัวและความดื้อรั้นตีกันวุ่นวาย แต่สัญชาตญาณแห่งเซียนกลับร่ำร้องให้เชื่อฟังเขา นางจึงกัดฟันกรอด ขยับกายเข้าไปนั่งขัดสมาธิประจันหน้ากับเขา ฝ่ามือเรียวงามทั้งสองข้างยกขึ้นประกบเข้ากับฝ่ามือหนาของหลี่มู่เฉินโดยไม่มีทางเลือก
ตูม!
ทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสกัน กระแสพลังหยินหยางพุ่งทะยานเสียดฟ้า ไอเย็นเยือกของเหมันต์และไออุ่นดุจเปลวเพลิงบรรพกาลหลอมรวมกันเป็นเกลียวคลื่น พายุหมุนแห่งลมปราณพัดโหมกระหน่ำรอบตัวพวกเขาทั้งสองจนเกิดเป็นม่านพลังโปร่งแสงป้องกันสรรพสิ่ง
ภายในจิตใต้สำนึก หลี่มู่เฉินนำพาดวงจิตของตนและจื่อเวยดิ่งลึกสู่ห้วงแห่งการบำเพ็ญเพียร อักษรโบราณสีทองพุ่งเข้าสู่จุดตันtianของทั้งคู่ทีละตัว ความเจ็บปวดจากการชำระล้างไขกระดูกและเส้นชีพจรแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูรูขุมขน จื่อเวยส่งเสียงครางแผ่วด้วยความเจ็บปวด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าหวาน นางรู้สึกราวกับร่างกำลังจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ
"อดทนไว้..." หลี่มู่เฉินกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจของเขาอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงเพื่อถ่ายทอดพลังปราณประคับประคองนาง "ข้าอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครพรากเจ้าไปจากข้าได้"
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ทว่าทันทีที่พลังปราณระลอกสุดท้ายไหลเข้าสู่จุดศูนย์กลาง ร่างของทั้งสองก็สว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีทองและสีเงินตัดกันระยิบระยับ ขอบเขตพลังของหลี่มู่เฉินทะยานผ่านขั้นรวมลมปราณ สู่ขั้นก่อกำเนิด และก้าวข้ามไปสู่ขั้นจิตวิญญาณแท้จริงในชั่วพริบตา!
ทว่า... ในวินาทีที่พวกเขากำลังจะบรรลุเคล็ดวิชากระบี่นิรันดร์ขั้นแรก ท้องน้ายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกย้อมด้วยสีเลือด เมฆหมอกดำทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง เสียงคำรามกึกก้องสะท้านสะเทือนสามภพดังขึ้นพร้อมกับสายฟ้าสีแดงฉานที่ผ่าลงมาตรงกลางลานพิธี!
ปังกรีดฟ้า!
ม่านพลังป้องกันแตกกระจายในพริบตา เศษศิลาปลิวว่อน ท่ามกลางควันและฝุ่นตลบ เงาร่างมหึมาในชุดเกราะโบราณสีดำสนิทผู้ถือเคียวอสูรเล่มใหญ่ก็ก้าวทะลุมิติออกมาจากรอยแยกแห่งความมืด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ...
"หึๆๆ... ที่แท้จอมมารผู้ไร้เทียมทานก็มาหลบซ่อนอยู่ที่นี่เองสินะ เจ้าคิดว่าสะสมพลังลับหลังความตายแล้วจะรอดพ้นเงื้อมมือของแดนสวรรค์ได้งั้นหรือ?"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและสัมผัสความลึกล้ำของวิชากระบี่นี้ไป2ด้วยกันนะคะ!
ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า•ตอนที่ 3
เคล็ดวิชากระบี่นิรันดร์
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!