โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายนิ้วเรียวยาว กระทบลงบนพื้นศิลาอัคนี เกิดเสียงซ่าดังก้องราวกับน้ำมันเดือดราดลงบนกองเพลิง อักขระโบราณนับหมื่นตัวที่สลักไว้บนผนึกคุกใต้พิภพสั่นสะทระเทือนจนเกิดรอยร้าวลึก กลิ่นอายความตายและปราณอสูรบรรพกาลแผ่พุ่งทะยานเสียดฟ้า ราวกับอสุรกายร้ายกำลังตื่นจากการหลับใหลนับหมื่นปี
"เจ้ากล้าดีอย่างไร... ถึงบังอาจเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตแห่งความตายของข้า มดปลวกมนุษย์!"
เสียงคำรามกึกก้องสะท้านสะเทือนผืนปฐพีจนยอดเขากลืนกินด้วยกลุ่มควันสีดำทมิฬ เงาขนาดมหึมาของ 'พยัคฆ์อัคคีทมิฬ' อสูรบรรพกาลขั้นบรรพกาลสะท้านฟ้า ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิด ดวงตาสองดวงสีโลหิตฉายแววดุดันและกระหายเลือด เขี้ยวเลี้ยวโค้งยาวราดด้วยเปลวเพลิงสีครามที่พร้อมแผดเผาทุกสรรพสิ่งให้มอดไหม้เป็นจุล
เซียนจื่อเวยที่ยืนอยู่เบื้องหลังในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืน ขมวดคิ้วมุ่นกระบี่วิเศษในมือสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่น นางสัมผัสได้ถึงแรงกดดันระดับสวรรค์ที่กดทับลงมาจนลมหายใจติดขัด พลังปราณของอสูรตัวนี้เหนือล้ำกว่าผู้ฝึกตนขั้นหลอมรวมวิญญาณทั่วไปนับร้อยเท่า หากเป็นคนอื่นคงแหลกสลายกลายเป็นผงธุลีไปนานแล้ว แต่ทว่า... หลี่มู่เฉินกลับยังคงยืนไขว่ห้าอย่างสงบนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบราวกับสายน้ำในบึงใหญ่
"อสูรชั้นต่ำ ตัวเจ้าเป็นเพียงสุนัขเฝ้าประตูที่หลงลืมถิ่นกำเนิด กล้าดียังไงมาส่งเสียงเห่าหอนต่อหน้าข้า?"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างไม่แยแส หลี่มู่เฉินปรายตามองอสูรยักษ์ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งและดูแคลน ราวกับพยัคฆ์อัคคีทมิฬตรงหน้าเป็นเพียงมดปลวกตัวจิ๋วที่สามารถบี้ให้ตายได้ด้วยปลายนิ้ว
"สามหาว!"
พยัคฆ์อัคคีทมิฬคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว กรงเล็บมหมหึมาฟาดลงมาดั่งสายฟ้าฟาด ฉีกกระชากมิติอากาศจนเกิดเสียงแปรปรวน ท้องนภาสีครามแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานในพริบตา คลื่นความร้อนแผดเผาพัดพาเอาหินผาหลอมละลายกลายเป็นลาวา
เซียนจื่อเวยหัวใจหล่นวูบ นางเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงร้อนรน "มู่เฉิน! ระวังตัวด้วย มันคืออสูรบรรพกาลที่แม้แต่วิหารเซียนยังต้องเกรงกลัว!"
ทว่า หลี่มู่เฉินหาได้หลบเลี่ยงไม่ เขากลับก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายที่ดูบอบบางราวกับคุณชายสำอาง กลับเปล่งประกายแสงสีทองอร่ามเจิดจ้า เคล็ดวิชาบรรพกาลที่ถูกผนึกไว้ในห้วงสำนึกถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด ปราณมารและปราณเซียนหลอมรวมกันเป็นวงแหวนอักขระเก้าชั้นฟ้าหมุนวนรอบตัวเขา
*เปรี้ยง!*
กรงเล็บอัคคีปะทะเข้ากับฝ่ามือเปล่าของหลี่มู่เฉินอย่างจัง คลื่นกระแทกมหาศาลแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ต้นไม้ใบหญ้าในรัศมีร้อยลี้ถูกถอนรากถอนโคนในชั่วพริบตา พื้นดินยุบตัวลงเป็นหลุมลึกหลายร้อยจั้ง ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
เซียนจื่อเวยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง หลี่มู่เฉินผู้ที่นางเคยคิดว่าเป็นเพียงศิษย์น้องที่อ่อนแอและต้องคอยปกป้อง กลับใช้มือเปล่ารับการโจมตีของอสูรบรรพกาลได้อย่างง่ายดาย แถมสีหน้าของเขายังคงไร้ซึ่งความเหน็ดเหนื่อย ราวกับกำลังปัดเป่าแมลงวันตัวหนึ่งเท่านั้น
"มีฝีมือเพียงเท่านี้เองหรือ?" หลี่มู่เฉินมุมปากยกยิ้มเย็นเยียบ "น่าผิดหวังยิ่งนัก... หากเจ้ามีดีแค่นี้ ก็จงสยบลงและเป็นพาหนะให้ข้าเสียเถอะ!"
สิ้นคำพูดนั้น แววตาของหลี่มู่เฉินก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ไร้ซึ่งประกายแสงใดๆ ปราณมารระดับราชาอสูรพรั่งพรูออกจากร่างราวกับทำนบแตก พยัคฆ์อัคคีทมิฬที่เคยดุร้ายและเย่อหยิ่ง กลับตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง สัญชาตญาณดิบของมันร้องเตือนว่าสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้านี้ไม่ใช่คน แต่มันคือ "ภัยพิบัติ" ที่แม้แต่สวรรค์ยังต้องสั่นสะท้าน
พลังกดดันมหาศาลกดทับร่างของพยัคฆ์อัคคีทมิฬจนมันต้องคุกเข่าลงกับพื้นศิลา เสียงคำรามของมันแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางหงอยด้วยความยอมจำนน อักขระสีทองเส้นหนึ่งพุ่งออกจากหน้าผากของหลี่มู่เฉิน พุ่งตรงเข้าสู่ห้วงจิตวิญญาณของอสูรยักษ์ ประทับตราพันธสัญญาเลือดอย่างสมบูรณ์แบบ
พยัคฆ์อัคคีทมิฬคำรามก้องเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างกายมหึมาจะหดเล็กลงเหลือเพียงเสือโคร่งตัวขนาดพอเหมาะ ขนสีดำสนิทสลับลวดลายอัคคีเพลิงลุกโชน มันก้มศีลง1ลงแทบเท้าของหลี่มู่เฉินอย่างนอบน้อม
เซียนจื่อเวยยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม สมองของนางว่างเปล่า ภาพตรงหน้าเกินกว่าที่สติปัญญาของนางจะประมวลผลได้ทัน หลี่มู่เฉินสยบอสูรบรรพกาลได้ภายในกระบวนท่าเดียวโดยไม่แม้แต่จะชักกระบี่ออกจากฝัก!
หลี่มู่เฉินหันกลับมามองนาง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวบางที่ยังคงสั่นเทาของนางเบาๆ กระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงความนัยลึกซึ้ง "ศิษย์พี่... ไยท่านจึงมองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นเล่า? หรือว่าท่านเพิ่งจะตระหนักได้ว่า... สามีของท่านผู้นี้แข็งแกร่งเพียงใด?"
เซียนจื่อเวยใบ้าร้อนผ่าว หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก นางกำลังจะเอ่ยปากต่อว่าความอวดดีของเขา แต่ทว่า... ทันใดนั้น ท้องนภากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เมฆทมิฬหนาทึบก่อตัวขึ้นพร้อมกับเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องสะท้านฟ้า สายฟ้าสีเลือดเส้นมหมหึมาผ่าลงมาตรงหน้าพวกเขาอย่างกะทันหัน
พร้อมกับเงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง ที่ก้าวออกมาจากรอยแยกของมิติ พร้อมด้วยกระบี่โบราณที่ส่งกลิ่นอายสังหารเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ และน้ำเสียงที่เอמהดังก้องกังวานไปทั่วหุบเขา...
"หลี่มู่เฉิน... ในที่สุดข้าก็หาตัวเจ้าพบ... หนี้เลือดเมื่อหมื่นปีก่อน ถึงเวลาต้องชำระแล้ว!"
หลิวเยี่ยนซีขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะคะ
ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า•ตอนที่ 19
พันธสัญญาอสูร
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!