โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งเกล็ดหิมะ ราวกับดอกเหมันต์ที่ผลิบานหยาดหยดบนทุ่งน้ำแข็ง ความเจ็บปวดแล่นริ้วผ่านเส้นชีพจรทุกเส้นจนหลี่มู่เฉินแทบกระอัก
เบื้องหน้าของเขา ม่านค่ายกลอัสนีสวรรค์กำลังแหลกสลาย เศษเสี้ยวพลังปราณโบราณระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกสีทองคำขาวที่แผดเผาทุกสิ่งจนมอดไหม้ ทว่าท่ามกลางพายุเพลิงแห่งการทำลายล้างนั้น ร่างระหงของเซียนจื่อเวยกลับพุ่งทะยานเข้าไปขวางกั้นไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว นางมิได้หันกลับมามองเขาแม้แต่เสี้ยวธุลี มีเพียงแผ่นหลังที่ตั้งตรงดั่งกระบี่เหล็กกล้า ทว่าสั่นเทาน้อยๆ ใต้เงาแห่งมหันตภัย
"จื่อเวย... เจ้าทำบ้าอะไรลงไป!"
เสียงทุ้มต่ำของหลี่มู่เฉินตึงเครียดจนสั่นพร่า นัยน์ตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นและซ่อนความลับแห่งจอมมารมาเนิ่นนาน บัดนี้กลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ปราณมารสีนิลในกายเขาปั่นป่วนจนทะลักออกทางทวารทั้งเจ็ด เมื่อสัมผัสได้ถึงพันธะวิญญาณ... พันธะที่เชื่อมโยงหัวใจของเขากับนางกำลังถูกแผดเผาให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน
เซียนจื่อเวยกระอักโลหิตคำโตออก1 คำ หยดเลือดสีแดงสดพ่นลงบนพื้นหินอัสนี เกิดเป็นเสียงฟ่อราวมหาภัยพิบัติ นางหันกลับมามองเขา รอยยิ้มบนเรียวปากบางซีดเซียวราวกับกระดาษ แต่นัยน์ตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับทอประกายอบอุ่นล้ำลึก สว่างไสวยิ่งกว่าดาราบนฟากฟ้า
"หลี่มู่เฉิน... ท่านซ่อนตัวตนมานานเกินไปแล้ว..." น้ำเสียงของนางแผ่วเบาดั่งสายลม แต่กลับก้องกังวานลึกลงไปในก้นบึ้งจิตวิญญาณของเขา "เคล็ดวิชาบรรพกาล... ไม่ควรถูกใช้เพื่อแบกรับความตายแต่เพียงผู้เดียว"
"เจ้าโง่เง่า..." หลี่มู่เฉินกัดกรามแน่นจนเลือดซึม ขาทั้งสองข้างพยายามฝืนยืนหยัดขึ้นจากพื้น แม้กระดูกทั่วร่างจะส่งเสียงลั่นดังกรอบแกรบราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เขารู้ดีว่าค่ายกลอัสนีสวรรค์นี้คือทัณฑ์ที่ถูกกำหนดไว้เพื่อลงทัณฑ์ผู้ฝืนลิขิตฟ้า หากนางรับแทนเขาเพียงลำพัง วิญญาณของนางจะต้องแตกดับ สูญสลายกลายเป็นธุลีที่ไม่แม้แต่จะได้เวียนว่ายตายเกิด!
"ข้าไม่ยอมให้เจ้าตาย... ข้าไม่อนุญาต!"
เขากระชากกระบี่มารโลหิตออกจากฝัก เสียงคมกระบี่กรีดกรายผ่าอากาศจนเกิดประกายไฟสีดำสนิท พลังปราณมารระดับบรรพกาลทะยานพุ่งขึ้นสู่ท้องนฟ้า เมฆทมิฬหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นน่าสะพรึงกลัว แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย แต่วินาทีที่เขาก้าวเท้าออกไปเพื่อจะดึงนางกลับมาสู่อ้อมอก มหาอัสนีบาตสายที่เก้า สายฟ้าสีทองคำผสมโลหิตก็ฟาดผ่าลงมาตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง!
*เปรี้ยงงงงงง—!*
แสงสว่างเจิดจ้าจนกลืนกินทุกสิ่งในรัศมีร้อยลี้ แรงระเบิดมหาศาลซัดร่างของหลี่มู่เฉินกระเด็นถอยหลังไปไกลนับร้อยวา กระอักโลหิตออกมาคำโตจนย้อมผืนหดินให้กลายเป็นสีชาด
เมื่อม่านควันและแสงสีทองจางลง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้หัวใจของหลี่มู่เฉินหยุดเต้นไปชั่วขณะ
ร่างของเซียนจื่อเวยทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น กระบี่วิเศษประจำกายของนางหักสะั้นเป็นสองท่อน อาภรณ์ขาวบัดนี้ถูกย้อมด้วยโลหิตจนแดงฉาน ทว่าเบื้องหน้าของนาง ปรากฏศิลาทัณฑ์สวรรค์ที่สลักอักขระโบราณกำลังเปล่งแสงสีทองเรืองรอง มันคือค่ายกลผนึกวิญญาณขั้นสูงสุด ที่กักขังทั้งตัวนางและ... ดวงจิตครึ่งหนึ่งของเขาที่เชื่อมโยงอยู่
"จื่อเวย!" หลี่มู่เฉินคำรามลั่นราวกับสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ เขาลุกขึ้นแล้วพุ่งทะยานเข้าไปหาด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วของเขาเกือบจะสัมผัสชายอาภรณ์ของนาง ม่านพลังสีทองใสก็ดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรง ผลักร่างของเขากระเด็นออกไปอีกครั้ง
"อย่าเข้ามา... มู่เฉิน" นางเงยหน้าขึ้นหยาดน้ำตาผสมกับคราบโลหิตบนใบหน้า นางส่งยิ้มให้เขา รอยยิ้มที่งดงามที่สุดและเจ็บปวดที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในรอบหลายพันปี "นี่คือ... ทางเดียวที่ท่านจะรอด... และข้า... ได้ทำในสิ่งที่ควรทำแล้ว"
"ไม่! เจ้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนข้า!" หลี่มู่เฉินคำราม ดวงตาสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยความคลุ้มคลั่ง พลังมารระเบิดทะลักทะลายออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด เขากำลังจะใช้เคล็ดวิชาต้องห้าม—เคล็ดวิชาเผาผลาญอายุขัยและดวงจิตเพื่อทำลายค่ายกลนี้ แม้จะต้องแลกด้วยการสูญสลายกลายเป็นเถ้าธุลี เขาก็จะไม่ยอมสูญเสียนางไปเด็ดขาด!
ทว่า ก่อนที่เขาจะได้ร่ายอักขระบทสุดท้าย เซียนจื่อเวยกลับยกมือขึ้น วาดปลายนิ้วกลางอากาศอย่างแผ่วเบa
*วาบ—!*
อักขระโบราณสีทองสว่างวาบขึ้นที่หน้าผากของหลี่มู่เฉิน ร่างกายของเขาแข็งทื่อไปในทันที ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย มีเพียงนัยน์ตาที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและโกรธเกรี้ยว ปราณมารที่กำลังปะทุถูกกดให้กลับคืนสู่ตันtianอย่างรุนแรงจนเขาเจ็บแปลบไปถึงขั้วหัวใจ
"เจ้า... ทำอะไรกับข้า ปลดผนึกเดี๋ยวนี้!" เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดุจพญาอินทรีย์แดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้น
"ข้าเพียง... อยากให้ท่านมีชีวิตอยู่ต่อไป" เสียงของเซียนจื่อเวยแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ ร่างของนางเริ่มโปร่งแสงทีละน้อย ราวกับละอองดาวที่กำลังจะสลายหายไปในอากาศ "ในชาตินี้... ข้าทำหน้าที่ศิษย์พี่หญิงได้ไม่ดีพอ... แต่อย่างน้อย... ข้าก็ได้ปกป้องคนที่ข้า... รักที่สุด..."
คำว่า "รักที่สุด" ลอยละลิ่วหายไปพร้อมกับสายลมแห่งหุบเขาอัสนี
ร่างของเซียนจื่อเวยสลายกลายเป็นแสงประกายสีทองนับล้านดวง ลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน ดุจดั่งหิ่งห้อยนับหมื่นที่โหยหาแสงจันทร์ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว และความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจของหลี่มู่เฉินจนแหลกสลาย
ผนึกที่พันธนาการไว้คลายลงทันทีเมื่อร่างของนางสลายไปจนหมดสิ้น หลี่มู่เฉินทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นดินที่ยังหลงเหลือไอความร้อน มือหนากำเศษดินและกลีบดอกไม้ที่เปื้อนโลหิตของนางแน่นจนเล็บจมลงไปในเนื้อ เลือดสีสดไหลรินหยดลงสู่พื้น ทว่าความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความเวิ้งว้างในอก
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้านของอดีตจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ ที่บัดนี้ไม่ต่างอะไรกับคนตายทั้งเป็น
*ครืนนนนน—!*
ท่ามกลางความโศกเศร้าที่กำลังกัดกินวิญญาณ ท้องฟ้าที่ควรจะสงบกลับปรากฏเสียงคำรามกึกก้องขึ้นอีกครั้ง เมฆหมอกสีดำทมิฬม้วนตัวกลับมาปกคลุมหนากว่าเดิม และในใจกลางมหาเมฆทมิฬนั้น... เงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งกำลังก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติที่ควรจะถูกปิดตายไปแล้ว!
เงาร่างนั้นสวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าสลักเสลาด้วยความงดงามที่ไร้ที่ติ ทว่าแววตากลับเย็นชาและไร้ซึ่งความรู้สึกยิ่งกว่าเซียนจื่อเวยนับร้อยเท่า และที่สำคัญที่สุด... ใบหน้านนั้น งดงามราวกับถอดแบบมาจากเซียนจื่อเวยทุกกระเบียดนิ้ว!
"เจ้า... เป็นใครกันแน่?" หลี่มู่เฉินเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาสדก่ำจ้องมองเงาร่างปริศนาที่กำลังลอยตัวอยู่เหนือพื้นดิน พร้อมกับกระบี่ในมือที่สะท้อนแสงสีเงินยวงเยือกเย็น
เงาร่างนั้นก้มลงมองเขา มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ดั่งคมมีดที่กรีดลงบนแผลสด
"ข้าคือผู้ที่จะมาทวงคืนทุกสิ่ง... ที่เจ้ารemember ผิดพลาดไป หลี่มู่เฉิน"
---
(ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเคียงข้างความเจ็บปวดงดงามนี้ไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - หิวเยี่ยนซี)
ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า•ตอนที่ 35
การเสียสละครั้งยิ่งใหญ่
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!