ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า•ตอนที่ 14

การประลองยุทธภพ

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
ห้ามนั่งคุกเข่าขอความเมตตาจากสวรรค์ สิ่งที่ชาญฉลาดที่สุดคือการชักกระบี่ขึ้นมาแล้วฟันกบาลสวรรค์เสียให้ขาดสะบั้น! เสียงคำรามของเจ้าสำนักพยัคฆ์เมฆาสะท้านสะเทือนไปทั่วลานประลองแปดทิศ ม่านพลังค่ายกลอัคคีโลหิตที่ถูกกางขึ้นสะท้อนแสงสีชาดอาบไล้ใบหน้าของเหล่าผู้ฝึกตนจากเจ็ดสำนักใหญ่จนดูคล้ายดั่งปีศาจกระหายเลือด ใจกลางลานประลองเวลานี้ ปรากฏร่างของบุรุษชุดดำสนิทผู้หนึ่งกำลังยืนไขว้หลังอย่างไม่ยี่ห้อ ใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหยกขาวทว่าเรียบเฉยไร้อารมณ์ หลี่มู่เฉิน... ศิษย์น้องผู้ไร้ค่าในสายตาของทุกคน บัดนี้กลับยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าซากกระบี่หักนับพันเล่มของบรรดาอัจฉริยะแห่งยุทธภพ "บังAณ! เจ้าสวายวิชาชั่วช้าอันใด ถึงกล้าทำลายล้างรากฐานพลังของศิษย์สำนักกระบี่เทวะ!" เสียงตวาดด้วยความเกรี้ยวกราดดังขึ้นจากอัฒจันทร์ฝั่งทิศเหนือ เซียนจื่อเวยในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเหมันต์ก้าวออกมาจากเงาเมฆ ใบหน้างามล้ำเลิศที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีบัดนี้กลับฉายแววระคนตกตะลึงและโกรธเกรี้ยว มือเรียวดั่งลำหยกกำด้ามกระบี่อี้เซียนแน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาวโพลน นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าบุรุษที่มักจะก้มหน้าก้มตาหลบสายตาผู้คนและคอยเดินตามหลังนางเงียบๆ จะซ่อนเคล็ดวิชาบรรพกาลที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ไว้ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอมนั่น หลี่มู่เฉินค่อยๆ เบนสายตาขึ้นสบตากับนาง แววตาคู่นั้นลึกล้ำดึงดูดราวกับหลุมดำที่พร้อมจะกลืนกินดวงวิญญาณทั้งดวง เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยัน "ศิษย์พี่หญิง... ท่านโกรธเคืองข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ? หรือว่า... ท่านหวังจะให้ข้าเป็นฝ่ายนอนราบอยู่บนลานประลองนี้ เพื่อที่ท่านจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดที่เคยเหยียบย่ำข้าใต้ฝ่าเท้าเล่า?" "เจ้า...!" เซียนจื่อเวยหายใจติดขัด หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างประหลาด ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจากกลางหน้าอก บริเวณจุดชีพจรที่นางเคยทำพันธะจิตวิญญาณร่วมกับเขาไว้โดยไม่ตั้งใจเมื่อสามปีก่อน มันคือความรู้สึกเจ็บปวดที่นางไม่เคยเข้าใจ และไม่เคยลบเลือนไปจากความทรงจำได้เลย "การประลองยุทธภพประจำรอบร้อยปี หาใช่สถานที่สำหรับมาสቅศิษย์พี่ศิษย์น้องพร่ำพรรณนาความในใจไม่!" ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักตรวจสอบสวรรค์ก้าวออกมาประสานมือด้วยสีหน้าถมึงทึง พลังปราณขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ถูกปลดปล่อยออกมาจนแผ่นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม "หลี่มู่เฉิน เจ้าใช้วิชานอกรีตลอบสังหารศิษย์ร่วมสำนักและผู้เข้าประลอง บัดนี้ความผิดชัดเจนแล้ว เจ้าจะยอมจำนนแต่โดยดี หรือจะให้พวกเราลงทัณฑ์สถานหนักด้วยกระบี่อาญาสวรรค์!" สิ้นเสียงประกาศิต บรรยากาศรอบลานประลองก็พลันกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เหล่าผู้ฝึกตนหลายหมื่นชีวิตต่างกลั้นหายใจรอคอยคำตอบ รัศมีกระบี่นับหมื่นเล่มบนท้องฟ้าพุ่งเป้ามาที่หลี่มู่เฉินเพียงผู้เดียว ราวกับเมฆฝนที่พร้อมจะทลายร่างของเขากลายเป็นจุลในพริบตา ทว่า หลี่มู่เฉินกลับมิได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขากลับหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแต่น่าฟังนั้นก้องกังวานไปทั่วหุบเขา ดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของทุกคนจนน่าประหลาด "ลงทัณฑ์หรือ?" หลี่มู่เฉินก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว แรงกดดันมหาศาลที่กดทับเขาอยู่กลับถูกสะท้อนกลับด้วยคลื่นพลังสีทองจางๆ ที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา "พวกเจ้าสำนักทั้งหลาย... ตั้งแต่เมื่อใดกันที่สุนัขรับใช้แห่งสำนักเซียน กล้าเอ่ยคำว่า 'คุณธรรม' ต่อหน้าข้า ผู้เคยเหยียบย่ามซากศพของพวกมันมาแล้วนับล้าน?" สิ้นคำพูดนั้น ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เมฆทมิฬม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นขนาดมหึมา สายฟ้าสีม่วงเข้มฟาดผ่าลงมากลางลานประลองราวกับพญานาคพิโรธ แรงกดดันระดับบรรพกาลที่ถูกผนึกไว้ในร่างของหลี่มู่เฉินค่อยๆ ปลดปล่อยออกมาทีละน้อย แผ่นดินไสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย เซียนจื่อเวยเบิกตากว้างจนแทบถลน ร่างกายของนางสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ปราณกระบี่ในกายของนางตอบสนองต่อแรงกดดันนั้นจนควบคุมไม่ได้ เลือดสดๆ ไหลรินออกจากมุมปากของนาง ภาพตรงหน้าซ้อนทับกับนิมิตประหลาดที่นางมักจะฝันถึงในยามค่ำคืน... ภาพของบุรุษชุดดำผู้ยืนอยู่บนซากศพของทวยเทพและปีศาจ ท่ามกลางทะเลเพลิงที่แผดเผาผืนฟ้า "มู่... มู่เฉิน เจ้าเป็นใครกันแน่..." นางพร่ำกระซิบถามเสียงสั่น ร่างบางเซถลาเกือบจะล้มลงหากไม่มีด้ามกระบี่ค้ำยันไว้ หลี่มู่เฉินหันกลับมามองนาง แววตาที่เคยเย็นชาและเย่อหยิ่งพลันอ่อนลงชั่วขณะ เขาก้าวเท้าเพียงก้าวเดียวก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้านางอย่างรวดเร็วดั่งภูตผี ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่ปลายคางมนของนางอย่างแผ่วเบา ราวกับจะทะนุถนอมดอกไม้ที่ใกล้จะร่วงโรย "ข้าก็คือสามีในนามของท่าน... และเป็นหายนะที่พวกมันต่างหากเล่าที่ต้องก้มหัวให้" เขากระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงพร่ามัวที่ทำเอาหัวใจของนางเต้นระรัวดั่งกลองศึก แต่ก่อนที่เซียนจื่อเวยจะได้กล่าวสิ่งใดตอบโต้ แผ่นดินเบื้องล่างก็แยกตัวออกเป็นเหวลึกสีดำสนิท พร้อมกับเงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่ง ที่ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกนั้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้โลหิตในกายของทุกคนแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง "ฮ่าๆๆๆ... ในที่สุดผนึกหกภพก็เปิดออกแล้ว! เจ้าสำนักมาร... ในที่สุดพวกเราก็ได้พบกันเสียที!" หวังว่ารอยร้าวในใจของพวกเขาจะทำให้ท่านนักอ่านร่วมลุ้นและอินไปกับชะตากรรมของตัวละครนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%