เสียงกระแทกชามกระเบื้องเคลือบสีครามลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้านไปทั่วห้องโถงใหญ่ จวนเจ้าเมือง หาใช่เสียงจากความโกรธเกรี้ยวไม่ หากแต่เป็นเสียงที่จ้าวหานตงตั้งใจกระทำเพื่อให้ภรรยาตัวน้อยละสายจากกองบัญชีตรงหน้า
“ข้าเตือนเจ้าแล้วนะฟางเซียน ว่าการเป็น ‘ภรรยาเจ้าเมือง’ นั้น หมายถึงการนั่งจิบชาชมดอกไม้ หาใช่การก้มหน้าก้มตาคำนวณผลผลิตส้มเขียวหวานจนดึกดื่นเช่นนี้” สุ้มเสียงทุ้มต่ำเจือแววตัดพ้อแกมเอ็นดูดังขึ้น พร้อมกับที่มือหนาเอื้อมไปดึงสมุดบัญชีเล่มหนาออกจากมือเรียวอย่างถือวิสาสะ
หลินฟางเซียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดวงตากลมโตตวัดมองสามีรูปงามที่นับวันยิ่งทำตัวเหมือนสุนัขตัวใหญ่ขี้อ้อนเข้าไปทุกที นางปัดมือเขาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เพิ่งไปลุยสวนในมิติมาหมาดๆ “ท่านพี่หานตงเจ้าคะ ถ้าข้าไม่ก้มหน้าก้มตาดูบัญชี แล้วชาวบ้านในเขตปกครองทางเหนือสี่ร้อยครัวเรือนจะเอาอะไรกินล่ะคะฤดูหนาวนี้? ท่านคิดว่าพวกเขามีเงินทองซื้อหาเสบียงกักตุนเหมือนขุนนางในเมืองหลวงหรืออย่างไร”
จ้าวหานตงชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบทอประกายอ่อนโยนยามมองภรรยา สตรีผู้นี้ช่างแปลกประหลาดนัก แต่งเข้ามาเป็นฮูหยินเจ้าเมืองได้ไม่ทันไร แทนที่จะเรียกร้องเครื่องประดับแพรพรรณ นางกลับเรียกร้องหา ‘เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีสายพันธุ์ทนแล้ง’ และ ‘ปุ๋ยอินทรีย์สูตรลับ’ เสียอย่างนั้น
“ข้าจัดเตรียมกำลังพลขนส่งเสบียงส่วนกลางไปบรรเทาทุกข์แล้ว…”
“นั่นมันการแก้ปัญหาปลายเหตุเจ้าค่ะท่านพี่!” ฟางเซียนสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนสามีต้องยอมหุบปากเงียบ “การแจกข้าวสารให้กินฟรี ช้าวันเข้าพวกเขาก็จะคุ้นชินกับการรอความช่วยเหลือ จนกลายเป็นความเกียจคร้าน สิ่งที่ข้าจะทำในวันพรุ่งนี้ คือการเปิดโปรเจกต์ ‘คืนกำไรให้แผ่นดิน’ เริ่มต้นแจกจ่ายกล้าไม้ผลทนความหนาว และสอนเทคนิคการทำเกษตรแบบหมุนเวียนให้พวกเขามีรายได้ยั่งยืนต่างหากล่ะคะ”
รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนดวงหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา หลินฟางเซียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นางหยิบตะกร้าไม้ไผ่สานประณีตที่บรรจุผลส้มสีทองอร่ามจากมิติพิเศษ ส่งกลิ่นหอมหวานสดชื่นตลบอบอวลไปทั่วห้องโถง ส้มเหล่านี้ไม่ใช่ผลไม้ธรรมดา แต่มันถูกปลูกด้วยน้ำค้างวิเศษในมิติ มีสรรพคุณช่วยบำรุงกำลังและขับพิษในร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม
“พรุ่งนี้เช้า ข้าจะไปที่หมู่บ้านไผ่เขียว หมู่บ้านที่ยากจนที่สุดในเขตปกครองของท่าน ท่านต้องเตรียมกองกำลังอารักขาให้ข้าด้วยนะคะ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด!” นางยื่นคำขาดพร้อมกับแกะเปลือกส้มส่งเข้าปากสามีคำโต เป็นอันปิดฉากการโต้เถียงด้วยความอร่อยที่แม้แต่ท่านเจ้าเมืองผู้เย่อหยิ่งยังต้องยอมจำนน
รุ่งอรุณถัดมา สายหมอกบางเบายังคงปกคลุมผืนป่าทางเหนือ แต่ขบวนเกี้ยวและรถม้าของฮูหยินจ้าวกลับเคลื่อนตัวมาถึงเขตหมู่บ้านไผ่เขียวแล้ว ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือความแห้งแล้งและบ้านเรือนที่มุงด้วยฟางเก่าๆ ชาวบ้านต่างพากันหลบอยู่หลังบานประตูกระต่ายด้วยความหวาดกลัว ขุนนางและคนจากทางการสำหรับพวกเขาแล้ว ไม่เคยนำสิ่งใดมาให้นอกจากการรีดนาทาเร้น
“ฮูหยิน… ข้าว่าชาวบ้านดูหวาดกลัวพวกเราเกินไปนะขอรับ” พ่อบ้านหลี่กระซิบกระซาบด้วยความกังวล
ฟางเซียนก้าวลงจากรถม้าด้วยท่าทีสง่างาม นางสวมชุดผ้าฝ้ายปักลายดอกส้มเรียบง่ายแต่ดูทรงคุณค่า รอยยิ้มที่เป็นมิตรประดับอยู่บนใบหน้า นางไม่ได้เดินเข้าไปหาชาวบ้านด้วยท่าทีเหนือกว่า แต่กลับเลือกที่จะเดินตรงไปยังบ่อน้ำกลางหมู่บ้านที่แห้งขอด พร้อมกับหยิบขวดกระเบื้องเคลือบสีเขียวมรกตออกมาจากแขนเสื้อ
“ทุกท่านเจ้าคะ! ข้าคือหลินฟางเซียน ภรรยาเจ้าเมืองคนปัจจุบัน วันนี้ข้าไม่ได้มาเก็บภาษี หรือมาจับกุมผู้ใด แต่ข้ามาเพื่อ ‘แจก’ เจ้าค่ะ!”
เสียงหวานใสแต่กังวานดังก้องไปทั่วบริเวณ ชาวบ้านค่อยๆ แง้มประตูออกทีละนิด สายตานับร้อยคู่จ้องมองมายังสตรีแปลกหน้าด้วยความระแวง
“แจกอะไรกัน… ขุนนางใจดีที่ไหนจะมาแจกของฟรี” เสียงแหบแห้งของชายชราคนหนึ่งดังขึ้นจากฝูงชน
ฟางเซียนไม่โกรธเคือง นางแย้มยิ้มกว้างกว่าเดิม ก่อนจะเปิดฝาขวดกระเบื้องในมือ เทของเหลวสีเขียวใสลงไปในดินแห้งแล้งริมบ่อน้ำต่อหน้าต่อตาผู้คน สิ่งมหัศจรรย์พลันบังเกิด! เพียงชั่วพริบตาเดียว รากไม้แห้งตายกลับแตกหน่อสีเขียวขจีเติบโตชูช่อกลายเป็นต้นกล้าสมุนไพรและผักสวนครัวภายในเวลาไม่ถึงกาลลมหายใจเข้าออก เสียงสูดหายใจเข้าพร้อมกันดังอื้ออึงด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
“นี่… นี่มันปาฏิหาริย์หรือมนต์ดำกันแน่!”
“ไม่ใช่ทั้งสองอย่างเจ้าค่ะ… แต่นี่คือ ‘ความรู้’ และ ‘เมล็ดพันธุ์’ ที่ข้าตั้งใจนำมามอบให้พวกท่าน” ฟางเซียนกวาดสายตามองทุกคนด้วยแววตาจริงใจ “ข้าจะสอนวิธีเพาะปลูกพืชที่เจริญเติบโตได้แม้ในดินแล้ง จัดหาแหล่งน้ำบาดาลใหม่ และรับซื้อผลผลิตทั้งหมดในราคาสูง ใครอยากลืมตาอ้าปากได้ จงก้าวออกมาหยิบกล้าไม้เหล่านี้ไปค่ะ!”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่หญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่งจะอุעםลูกน้อยวิ่งฝ่าวงล้อมเข้ามากราบลงแทบเท้าของนาง น้ำตานองหน้า “ฮูหยินเจ้าคะ… ลูกของข้าหิวโหยมาหลายวันแล้ว ถ้าท่านพูดจริง ข้าขอรับกล้าไม้นี้ด้วยเถอะเจ้าคะ!”
รอยยิ้มแห่งชัยชนะและความอิ่มเอมใจฉายชัดในดวงตาของฟางเซียน นางรีบก้มลงประคองหญิงผู้นั้นขึ้นมาทันที ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่น เสียงควบม้ามะุทะลุทะลวงก็ดังแทรกขึ้นทำลายความสงบ
ม้าศึกสีดำสนิทพุ่งทะยานเข้ามาหยุดตรงหน้าขบวนของนางอย่างไร้มารยาท ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทหารยศสูงกระโดดลงจากหลังม้า ใบหน้าคมคายดุดลั่นแฝงแววเยาะหยันจับจ้องมาที่ฟางเซียนด้วยสายตาเหยียดหยาม
“ฮูหยินน้อย… เล่นขายของสนุกพอหรือยัง? การดูแลชาวบ้านยากจนพวกนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาทำเล่นๆ เพื่อซื้อเสียงหรอกนะ!”
ฟางเซียนหรี่ตามองผู้มาใหม่ทันที บุรุษผู้นี้คือ ‘แม่ทัพรองหลี่เฉิง’ ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบของรองเจ้าเมืองฝ่ายซ้าย ผู้จ้องจะหาเรื่องฮูหยินเจ้าเมืองเพื่อดิสเครดิตอำนาจของจ้าวหานตงมาโดยตลอด
บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น รอยยิ้มของฟางเซียนหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตานิ่งสนิททรงอำนาจ นางค่อยๆ หมุนตัวกลับไปประจันหน้ากับชายหนุ่มผู้มาขัดลาภอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
“อ้าว… นึกว่าใคร ที่แท้ก็ท่านแม่ทัพรองผู้ว่างงานจนต้องมาเดินตรวจตราริมถนนนี่เอง” ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน “ไม่ทราบว่าการที่ข้าเอา ‘อาหารและอนาคต’ มาให้ราษฎรในเขตปกครองของสามีข้า มันไปขัดหูขัดตาอันใดท่านแม่ทัพรองหรือเพคะ? หรือว่า… ท่านกลัวว่าชาวบ้านฉลาดขึ้นแล้ว ท่านจะไม่มีช่องทางสูบเงินภาษีพวกเขาเหมือนเก่ากันแน่?”
คำพูดแทงใจดำทำเอาใบหน้าคมเข้มของหลี่เฉิงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เขาถลึงตาใส่สตรีตรงหน้าอย่างลืมตัว ยกมือชี้หน้าหมายจะตะคอกใส่
“ปากดีนักนะนังตัวดี! เจ้าคิดว่าเอาผักเน่าๆ มาแจกแล้วจะซื้อใจคนได้รึ วันนี้ถ้าข้าบอกว่าเสบียงเหล่านี้ผิดกฎหมาย เจ้าก็ต้องถูกจับกุมตัวกลับจวนเพื่อสอบสวน!”
พริบตานั้นเอง ก่อนที่นิ้วหยาบกร้านของหลี่เฉิงจะทันได้แตะชายเสื้อของนาง เสียงทุ้มต่ำดั่งพญายมจากขุมนรกก็ดังแทรกขึ้นผ่ากลางอากาศ หนาวเหน็บจนทุกคนต้องสะท้านเยือก
“กล้าดียังไง… ถึงเอานิ้วสกปรกๆ ของเจ้ามาชี้ภรรยาข้า?”
จ้าวหานตงก้าวลงจากหลังม้าศึกสีขาวบริสุทธิ์ ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีอำมหิตปกคลุมไปทั่วสารทิศ ดาบยาวข้างเอวถูกชักออกมาเพียงครึ่งนิ้ว สะท้อนแสงอาทิตย์วาววับบาดตา นัยน์ตาสีเข้มดุจพญาเสือจ้องมองแม่ทัพรองราวกับจะกลืนกินทั้งเป็น
“ท่านเจ้าเมือง… ข้า… ข้าแค่…” หลี่เฉิงหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงกับพื้นทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจแท้จริงของผู้ครองเมือง
ฟางเซียนลอบยิ้มมุมปากอย่างสะใจ นางขยับเข้าไปใกล้สามี เอื้อมมือไปจับแขนเสื้อเขาเบาๆ ส่งสายตาเจ้าเล่ห์เป็นเชิงกระซิบ
“ท่านพี่… อย่าเพิ่งรีบตัดหัวเขานะคะ… วันนี้ข้ามี ‘เมนูเด็ด’ จากผลผลิตล็อตแรกที่จะทำให้ท่านแม่ทัพรองผู้นี้ ต้องคุกเข่าขอซื้อกินทีเดียวล่ะเจ้าค่ะ!”
—–
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนสวนส้มปลายฟ้ามาโดยตลอดนะคะ!
เซียนเกษตรอารมณ์ดี กับสามีดีกรีเจ้าเมืองปากร้าย•ตอนที่ 14
คืนกำไรให้แผ่นดิน
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรอารมณ์ดี กับสามีดีกรีเจ้าเมืองปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!