กาน้ำชาเคลือบกระเบื้องลายครามถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดังสนั่น จนน้ำชาสีอำพันกระเซ็นเปรอะเปื้อนขอบถ้วย
"ฮูหยินหลิน! ท่านอย่ามาทำเป็นไขسแดงกลบเกลื่อน ผักจากแปลงของท่านมีสารพิษเจือปน ชาวบ้านตระกูลหม่ากินเข้าไปถึงกับท้องร่วงอาเจียนจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด หากท่านไม่แสดงความรับผิดชอบวันนี้ อย่าหวังว่าจะได้ก้าวเท้าออกจากตลาดสมุนไพรตะวันออกเลย!"
เสียงแหลมสูงของ "แม่ค้าเถา" เจ้าแม่ตลาดมืดผู้ผูกขาดการค้าพืชผักมานานนับปีดังแผดก้องไปทั่วบริเวณ ฝูงชนที่กำลังเดินจับจ่ายใช้สอยต่างหยุดฝีเท้า หันมามองเหตุการณ์ความวุ่นวายด้วยสายตาระแวดระวัง บางคนเริ่มซุบซิบกระซิบกระซาบถึงความน่ากลัวของผักแปลกปลอมที่หลินฟางเซียนนำมาวางขาย
หลินฟางเซียนมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงปรายตามองสตรีนัยน์ตาดุดันตรงหน้า ชายกระโปรงสีเขียวหยกปักลายดอกเหมันต์ของนางนิ่งสงบ ไม่ไหวติงตามแรงอารมณ์ของคู่กรณี นางยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ลิ้มรสความหอมหวานละมุนของใบชาอู่หลงจากมิติลับ ก่อนจะวางลงอย่างนุ่มนวล
"แม่ค้าเถา... ท่านช่างมีความสามารถในการแต่งนิทานยิ่งนัก น่าเสียดายที่ท่านเกิดเป็นแม่ค้า หาไม่แล้วป่านนี้คงได้ไปเป็นนักเล่านิทานประจำหอสุราเมืองหลวงแล้วกระมัง" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาประดับบนมุมปาก ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี
"นี่เจ้า! กล้าดียังไงมาว่าข้าพูดเพ้อเจ้อ!" เถาเหนียงหน้าดำคร่ำเครียด นางหันไปโวยวายกับฝูงชน "ทุกคนดูนางสิ! ไร้สำนึกผิดแถมยังปากดี ผักหน้าตาประหลาดสีสันสดใสเกินจริงพวกนั้น ใครดูก็รู้ว่าเป็นพิษ!"
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ปลายฟ้าในใจของหลินฟางเซียนกำลังหัวเราะร่า นางรู้ดีว่าผักในมิติลับของนางผ่านการวิวัฒนาการจนไร้สารพิษสิ้นเชิง แถมยังมีสรรพคุณบำรุงร่างกายเสียด้วยซ้ำ ข่าวลือเรื่องผักมีพิษนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน แต่มันคือแผนการสกปรกของพวกที่เสียผลประโยชน์และกลุ่มเงาปริศนาที่เพิ่งส่งคำเตือนมาเมื่อวานต่างหาก
"ผักมีพิษหรือเจ้าคะ?" ฟางเซียนทวนคำ รอยยิ้มเยnเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กิริยาท่าทางสง่างามทรงอำนาจโดยไม่ต้องพยายาม "ในเมื่อท่านกล่าวหาว่าผักของข้ามีพิษจนทำให้คนท้องร่วง งั้นเรามาพิสูจน์กันต่อหน้าธารกำนัลดีหรือไม่?"
"พิสูจน์อย่างไรล่ะ หรือเจ้าจะให้ข้าเรียกคนตระกูลหม่ามานอนชักดิ้นชักงอให้ดูตรงนี้!" เถาเหนียงแค่น
"ไม่ต้องลำบากถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ" ฟางเซียนสะบัดแขนเสื้อเล็กน้อย มิติลับในห้วงจิตส่งสัญญาณตอบรับ นางหยิบ "แตงกวาหยกสวรรค์" ผลอวบอ้วนสีเขียวมรกตใสไร้ที่ติออกมาจากตะกร้าสาน ปริมาณน้ำในผลแตงกวาฉ่ำเยิ้ม ส่งกลิ่นหอมสดชื่นราวน้ำค้างยามเช้าออกมากระจายไปทั่วบริเวณทันที "ในเมื่อท่านบอกว่ามีพิษ ข้าผู้เป็นเจ้าของสวนจะ 'กินโชว์' ให้ท่านเห็นทีละผลเลยเป็นอย่างไร หากข้ากินแล้วเป็นอะไรไป ข้าจะยกกรรมสิทธิ์แปลงผักทั้งหมดให้ท่านฟรีๆ แต่ถ้าข้ากินหมดนี่แล้วยังยืนหัวเราะร่า... ท่านต้องคุกเข่าขอขมาข้ากลางตลาดแห่งนี้ สามครั้ง!"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันที ฝูงชนต่างกลั้นหายใจ บางคนถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ ความกล้าบ้าบิ่นของฮูหยินน้อยหลินผู้นี้ dépasse ความคาดหมายของทุกคนไปไกลลิบ
เถาเหนียงชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ นางไม่คิดว่าสตรีตรงหน้าจะใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟันเช่นนี้ แต่เมื่อนึกถึงคำสั่งและเงินก้อนโตที่ได้รับมาจากเบื้องหลัง นางจึงกัดฟันกรอดแล้วเอ่ยเสียงแข็ง "ได้! ถ้าเจ้ากล้ากิน เจ้าก็กินให้หมดเดี๋ยวนี้!"
ฟางเซียนหาได้มีความเกรงกลัวไม่ นางหยิบมีดพกเล่มเล็กที่เหลาจากหยกขาวขึ้นมา ฝานเนื้อแตงกวาชิ้นหนาเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย เสียงกรุบกรอบดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันของผู้คน กลิ่นหอมหวานฉ่ำน้ำกระจายไปทั่วโพรงปาก ฟื้นฟูพละกำลังและความสดชื่นให้ร่างกายในพริบตา นางหยิบกินชิ้นแล้วชิ้นเล่า จนหมดทั้งผลด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังกินผลไม้เชื่อมในงานเทศกาล
ผ่านไปหนึ่งเค่อ... สองเค่อ...
หลินฟางเซียนยังคงยืนยิ้มแย้มแก้มปริ สีหน้าเปล่งปลั่งมีเลือดฝาด ผิวพรรณผุดผ่องขึ้นเสียด้วยซ้ำ ไม่มีอาการปวดท้อง อาเจียน หรือหน้าเขียวคล้ำอย่างที่แม่ค้าเถาปรามาสไว้แม้แต่น้อย
"อืม... หวานฉ่ำชื่นใจดีแท้ค่ะ" ฟางเซียนใช้ผ้าแพรเช็ดมุมปากเบาๆ ก่อนจะปรายตามองเถาเหนียงที่หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ "ทีนี้... ถึงตาที่ท่านต้องทำตามสัญญาแล้วกระมังคะ แม่ค้าเถา"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดลงอย่างฉับพลัน ฝูงชนต่างถอยร่นออกไปเป็นวงกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากความเงียบงันนั้น เถาเหนียงตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นางพยายามจะถอยหลังหนี แต่ทว่า...
"คิดจะไปไหนหรือ?"
เสียงทุ้มนุ่มทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมฆาเงิน
จ้าวหานตงก้าวเท้าเข้ามาในวงล้อมอย่างช้าๆ รองเท้าบูทหนังส่งเสียงกระทบพื้นศิลาเป็นจังหวะหนักแน่น แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ กลิ่นอายความเป็นแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่ขยายกดทับจนทุกคนแทบหายใจไม่ออก เขายกมือขึ้นโอบเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนจะกวาดสายตาดุร้ายมองเถาเหนียงและผู้คนที่แอบซ่อนอยู่ตามมุมมืด
"ภรรยาของข้า... ต่อให้กินยาพิษก็ยังไม่ตายง่ายๆ หรอก" หานตงเหยียดยิ้มเหี้ยมเกรียม น้ำเสียงทรงอำนาจสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "แต่ไอ้พวกที่บังอาจปล่อยข่าวลือใส่ร้ายนาง... วันนี้คงต้องถามดูก่อนว่า พวกมันเตรียมโลงศพไว้ต้อนรับตัวเองแล้วหรือยัง!"
สิ้นเสียงคำประกาศิต ทหารองครักษ์เงาจำนวนนับสิบนายก็พุ่งตัวลงมาจากหลังคา ล้อมรอบพ่อค้าแม่ขายและกลุ่มคนลึกลับที่แฝงตัวอยู่จนหมดสิ้น ทางหนีทีไล่ถูกปิดตายในพริบตา
ดวงตาของจ้าวหานตงหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองตรงไปยังตรอกมืดฝั่งตรงข้าม ที่ซึ่งเงาร่างของบุรุษสวมหน้ากากเงินคนเดิมกำลังยืนกำหมัดแน่น จ้องมองมาที่พวกเขาด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย หานตงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะเอ่ยปากพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคนฟังเย็นเฉียบ
"ในที่สุด... แกก็โผล่หัวออกมาจากรูเสียทีนะ 'ท่านอ๋องรอง'..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนสวนส้มปลายฟ้ามาโดยตลอดนะคะ!
เซียนเกษตรอารมณ์ดี กับสามีดีกรีเจ้าเมืองปากร้าย•ตอนที่ 13
รับมือแม่ค้าจอมแสบ
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรอารมณ์ดี กับสามีดีกรีเจ้าเมืองปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!