"ฮูหยินน้อยหลิน... ข้ามาตามคำทำนาย... และข้าคือกุญแจดอกเดียวที่จะบอกท่านว่า เหตุใด 'ผลไม้สวรรค์' ในมิติของท่าน ถึงเริ่มมีรอยร้าวสีเลือดปรากฏขึ้นแล้ว!"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ซ่อนเล็บดังขึ้นในความมืดของห้องเก็บสมุนไพร กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านจนเปลวเทียนไหววูบ หลินฟางเซียนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างใช้ความคิด รอยร้าวสีเลือดบนลูกท้อสวรรค์ในมิติลับของนางเมื่อยามบ่ายยังคงติดตา แล้วเหตุใดบุรุษลึกลับที่สวมหน้ากากเงินครึ่งซีกผู้นี้จึงล่วงรู้ความลับเป็นตายนี้ได้
"ท่านเป็นใครกันแน่ และคำทำนายที่ว่า... หมายถึงอันใด" ฟางเซียนเอ่ยเสียงเรียบ แม้ในใจจะเตรียมเรียกใช้พลังวิวัฒนาการในมิติเพื่อป้องกันตัว หากแต่คนผู้นั้นกลับหัวเราะเบาในลำคอ ท่าทางมิได้มีความเกรงกลัวต่อสายตาคมกริบของนางเลยแม้แต่น้อย
"ข้าก็คือผู้ที่จะมาช่วยต่อชะตา 'สวนสวรรค์' ของท่านอย่างไรเล่า... หากท่านยังดึงดันจะใช้มันเยียวยาผู้คนในเมืองนี้โดยไม่ระวังตัว เกรงว่าอีกไม่นาน... มิติลับของท่านจะกลืนกินวิญญาณท่านเสียเอง"
สิ้นคำ บุรุษลึกลับก็สะบัดแขนเสื้อ ทิ้งควันสีครามจางๆ ไว้เบื้องหลังร่างที่หายวับไปกับความมืดราวกับภูตผี ทิ้งให้ฟางเซียนยืนกัดฟันกรวดด้วยความคับแค้นใจ มิติลับของนางมีปัญหาจริงหรือ? และไอ้รอยร้าวสีเลือดนั่นมันคือลางบอกเหตุอันใดกันแน่!
รุ่งอรุณถัดมา แม้แสงอาทิตย์จะสาดส่องลงมาทาบทับแปลงเกษตรจนผลผลิตส่งกลิ่นหอมหวานยั่วยวนเพียงใด แต่ฟางเซียนกลับไม่มีอารมณ์จะชื่นชมความงามของพวกมัน นางกำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกส้มสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งเก็บเกี่ยวออกมาจากมิติเพื่อเตรียมทำ "เค้กส้มหนหนาว" ขนมหวานสูตรพิเศษที่จะวางขายในตลาดวันพรุ่งนี้ ทว่าในขณะที่มือเรียวกำลังบรรจงปอกเปลือกส้ม กลิ่นหอมเย็นยะเยือกของชาสมุนไพรชั้นดีก็ลอยมาแตะจมูก พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของสามีตัวร้ายที่ก้าวเข้ามาในห้องครัวอย่างเงียบเชียบ
จ้าวหานตงในชุดคลุมผ้าไหมสีนิลปักลายเมฆาด้วยดิ้นทองดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามยิ่งนัก ดวงตาคมดุราวเหยี่ยวทอดมองภรรยาคนสวยที่กำลังทำหน้ามุ่ยใส่เขียงไม้ นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววเอ็นดูกลบเกลื่อนความเย่อหยิ่งไว้มิดชิด
"เจ้าทำหน้าเหมือนคนอมขี้ไก่มาสามวันแปดวันแล้วนะ ฮูหยินของข้า" หานตงเอ่ยเย้า พลางหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่ หยิบผลส้มสีทองขึ้นมาพิจารณาเล่น "หรือว่าสามีผู้นี้ไม่หล่อเหลาพอ จนทำให้เจ้าต้องมานั่งถอนหายใจใส่ผลไม้พวกนี้แทน"
ฟางเซียนค้อนควับให้สามีตัวดีไปหนึ่งวง พลางวางมีดในมือลงแล้วหันไปเผชิญหน้า "ท่านเจ้าเมืองผู้ยิ่งใหญ่ ว่าราชการบ้านเมืองจนว่างงานนักหรือ ถึงได้มาเดินวนเวียนอยู่ในครัวของข้าได้ทุกวี่ทุกวัน เจ้าค่ะ? หรือว่าคลังหลวงไม่มีงานให้ทำแล้ว"
จ้าวหานตงหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือหนาออกไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของนางอย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นนั้นทำให้หัวใจที่ตึงเครียดของฟางเซียนผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด "งานราษฎร์งานหลวงข้าจัดการหมดแล้ว... แต่เรื่องของเจ้า ข้าต้องใส่ใจเป็นพิเศษ" ว่าแล้วเขาก็หยิบม้วนกระดาษหนังแกะผูกด้วยริบบิ้นสีชาดออกมาจากอกเสื้อ วางลงตรงหน้าภรรยา "นี่คือของขวัญที่ข้าตั้งใจมอบให้เจ้า"
ฟางเซียนเลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงน นางค่อยๆ คลี่ม้วนกระดาษนั้นออก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยเมื่อพบว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือ "โฉนดที่ดิน" ผืนใหญ่ติดริมแม่น้ำหมื่นลี้ ซึ่งอุดมไปด้วยดินร่วนซุยเหมาะแก่การเพาะปลูก และที่สำคัญ... มันคือพื้นที่รกร้างที่นางเคยบ่นว่าอยากได้มาทำเป็นสวนผลไม้ขนาดใหญ่เมื่อเดือนก่อน!
"นี่มัน..." ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นมองสามีอย่างไม่เชื่อสายตา "ท่านกว้านซื้อที่ดินผืนนี้มาให้ข้าหรือ? หานตง ที่ดินแถบนั้นราคาแพงลิบลิ่ว แถมตระกูลหลั่งก็พยายามแย่งชิงอยู่ไม่ใช่หรือไร เหตุใดท่านถึง..."
"ข้าบอกแล้วอย่างไร ว่าอะไรที่ภรรยาข้าอยากได้ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา ข้าก็หามาให้ได้" จ้าวหานตงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตากลับจริงจังและเปี่ยมด้วยความคลั่งรักจนฟางเซียนรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า "อีกอย่าง... ข้าไม่อยากให้ฮูหยินตัวน้อยของข้าต้องเหนื่อยยากไปแย่งชิงอะไรกับพวกสวะตระกูลหลั่งให้รกสมอง ที่ดินผืนนี้ เป็นชื่อของเจ้าแต่เพียงผู้เดียวแล้ว ฟางเซียน"
ความซาบซึ้งและอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนขอบตาร้อนผ่า นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ปากร้ายและเผด็จการกับผู้อื่นเพียงใด แต่กับนางแล้ว... เขากลับยอมทุ่มเททุกสิ่งเพื่อให้อยู่ในความสบาย ทว่า ในวินาทีที่ฟางเซียนกำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ ร่างสูงของสามีกลับชะงักกึก สีหน้าคมเข้มแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในพริบตา
ดวงตาคุมกริบของจ้าวหานตงกวาดมองไปทางหน้าต่างห้องครัวที่ปิดสนิท ก่อนจะคว้าตัวภรรยาเข้ามากอดแนบอก สัญชาตญาณนักรบของเขาพุ่งพล่านเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแปลกปลอมที่คืบคลานเข้ามาใกล้
"หานตง? มีอะไรหรือเจ้าคะ" ฟางเซียนเอ่ยถามเสียงเบา หัวใจเริ่มเต้นรัวด้วยความหวาดระแวง
"อย่าขยับ..." เจ้าเมืองหนุ่มกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน มือข้างหนึ่งชักกระบี่ประจำกายออกจากฝักอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับที่บานหน้าต่างไม้ถูกแรงกระแทกปริศนาซัดจนพังกระจัดกระจาย!
ท่ามกลางเศษไม้ที่ปลิวว่อน เงาร่างในชุดดำสนิทนับสิบพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมอาวุธวาววับในมือ และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ผู้นำกลุ่มมือสังหารนั้น สวมหน้ากากเงินครึ่งซีกเช่นเดียวกับบุรุษลึกลับเมื่อคืนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน!
"ฮูหยินน้อยหลิน... ท่านเจ้าเมืองจ้าว..." เสียงแหบพร่าดังลอดหน้ากากเงินออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "พวกเรามารับ 'ของขวัญ' ชิ้นสุดท้าย... ที่สามีของท่านไม่มีวันปกป้องได้!"
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนสวนส้มปลายฟ้ามาโดยตลอดนะคะ
เซียนเกษตรอารมณ์ดี กับสามีดีกรีเจ้าเมืองปากร้าย•ตอนที่ 12
ของขวัญล้ำค่าจากท่านเจ้าเมือง
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรอารมณ์ดี กับสามีดีกรีเจ้าเมืองปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!