เซียนเกษตรอารมณ์ดี กับสามีดีกรีเจ้าเมืองปากร้าย•ตอนที่ 15

ความลับที่เริ่มเปิดเผย

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
“ท่านพี่ ท่านกำลังใช้สายตาเช่นนั้นมองสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ?” เสียงหวานใสดังกังวานขึ้น พร้อมกับร่างระหงของหลินฟางเซียนที่ก้าวออกมาจากเรือนครัวพร้อมถาดไม้หอมกรุ่น ในมือเรียวบางนั้นถือชามกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามลายคราม บรรจุ ‘ซุปไก่ตุ๋นโสมภูเขาและเห็ดหอมสวรรค์’ ที่เพิ่งเคี่ยวจนน้ำซุปกลายเป็นสีทองใสแจ๋ว กลิ่นหอมละมุนของสมุนไพรชั้นเลิศลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณเรือนพักจนแทบทำให้ผู้สูดดมรู้สึกราวกับล่องลอยอยู่บนสรวงสวรรค์ ทว่า จ้าวหานตง สามีรูปงามดีกรีเจ้าเมืองผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและวาจาเชือดเฉือน กลับไม่ได้สนใจกลิ่นหอมของอาหารตรงหน้าแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นกำลังจดจ้องอยู่ตรงกองตะกร้าไม้ไผ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง—ตะกร้าที่เมื่อครู่ยังว่างเปล่า แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยส้มเขียวหวานลูกโตผิวเปล่งปลั่งราวกับเคลือบด้วยไข่มุก และหัวไชเท้ารูปร่างประหลาดที่มีไอสีขาวบางเบาลอยวนเวียนอยู่รอบ ๆ ราวกับมีชีวิต เขารู้ดีว่าภรรยาตัวน้อยของตนมีความสามารถพิเศษบางอย่างที่คนทั่วไปไม่มี แต่การที่ผลไม้หน้าหนาวและผักสด ๆ เหล่านี้ปรากฏขึ้นมาในห้องปิดตายโดยไม่มีใครเดินเข้าออกประตูหลังบ้านเลยแม้แต่คนเดียว... ต่อให้เป็นยอดฝีมือด้านวิชาตัวเบาไร้เงาก็ยังไม่อาจทำได้อย่างไร้ร่องรอยปานนี้ จ้าวหานตงละสายตาจากกองผักผลไม้ลึกลับ เงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา รอยยิ้มมุมปากที่มักใช้ข่มขวัญศัตรูในค่ายทหารปรากฏขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมทอประกายล้ำลึกที่ยากจะคาดเด “ฟางเซียน... เจ้าอธิบายให้พี่ฟังได้หรือไม่ ว่าเหตุใดผลไม้เหล่านี้จึงงอกเงยออกมาได้ แม้กระทั่งในยามที่หิมะโปรยปรายเช่นนี้ หรือว่า... ภรรยาข้าแอบซ่อนเทพเซียนผู้สร้างสวนผลไม้ไว้ในเรือนหลังนี้กันแน่?” น้ำเสียงของเขานุ่มนวล ทว่าแฝงไปด้วยความหยอกเย้าและความจริงจังที่ผสมปนเปกันอย่างน่าประหลาด หลินฟางเซียนชะงักไปชั่วลมหายใจ รอยยิ้มบนใบหน้าค้างนิ่งไปเสี้ยววินาที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความตกใจ นี่เป็นครั้งแรกที่สามีจับพิรุธเรื่อง ‘มิติลับสวนส้ม’ ของนางได้ตรงจุดที่สุด! มิติลับในห้วงจิตสำนึก... ความลับที่นางตั้งใจจะเก็บไว้เป็นไม้ตายสุดท้ายเพื่อใช้เอาคืนพวกตระกูลจ้าวสายรองและบรรดาตัวร้ายที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อ กำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดของเมืองนี้แล้วหรือ? แต่นางเป็นใครกัน? หลินฟางเซียนผู้ผ่านการตบหน้าตัวร้ายมานักต่อนัก มีหรือจะแสดงพิรุธให้เสียชื่อเชฟอัจฉริยะ! นางวางถาดอาหารลงบนโต๊ะไม้ด้วยท่าทีสงบยิ่ง กิริยาอาการไม่มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ร่างบางหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสามี ดวงตากลมโตฉายแววระยิบระยับราวกับเด็กน้อยที่กำลังถือไพ่เหนือกว่าในมือ “ท่านพี่อยากรู้จริงๆ หรือเจ้าคะ?” นางเอียงคอมองเล็กน้อยอย่างน่ารักน่าเอ็นดู ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก กลิ่นกายหอมสะอาดอ่อนๆ ของนางลอยเข้าจมูกของจ้าวหานตงจนเขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว “หากพี่บอกว่าอยากรู้ล่ะ?” จ้าวหานตงเอ่ยเสียงพร่า มือหนายื่นออกไปโอบเอวคอดกิ่วของภรรยาเข้ามาใกล้โดยธรรมชาติ ดึงนางให้นั่งลงบนตักแกร่งของตนอย่างถือวิสาสะ ฟางเซียนอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ ใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้เขากอดกุมไว้ตามใจชอบ “ความลับก็คือ...” หลินฟางเซียนจงใจลากเสียงยาว ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ “ข้าเป็นศิษย์เอกของเทพเซียนเกษตรผู้รักความยุติธรรม ท่านอาจารย์เห็นว่าข้าต้องมาแต่งงานกับท่านผู้มีอำนาจแต่ปากร้าย เกรงว่าข้าจะอดตายหรือถูกรังแก จึงมอบ ‘เมล็ดพันธุ์วิเศษ’ และดินแดนสวรรค์พกพาให้ข้าไว้ใช้ตั้งตัวอย่างไรล่ะเจ้าคะ!” คำตอบทีเล่นทีจริงนี้ ฟังดูราวกับเรื่องเหลวไหลสิ้นดี แต่น่าแปลกที่จ้าวหานตงกลับไม่ได้หัวเราะเยาะ เขากลับมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่ใสราวกระจกเงาของนาง เห็นความจริงใจและความซุกซนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ออกมาอย่างระอาปนเอ็นดู มือหนายกขึ้นลูบเรือนผมนุ่มสลวยของภรรยาอย่างเบามือ “เจ้าเด็กคนนี้นี่... ตอบคำถามได้เจ้าเล่ห์นัก” เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “ต่อให้เจ้าจะเป็นศิษย์ของเทพเซียน หรือแม้แต่เป็นปีศาจแปลงกายมา... ในสายตาของจ้าวหานตงผู้นี้ เจ้าก็เป็นเพียงหลินฟางเซียน ภรรยาผู้เป็นดั่งดวงใจของข้าคนเดียวเท่านั้น” หัวใจของหลินฟางเซียนกระตุกวาบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย นางไม่คาดคิดเลยว่าบุรุษผู้เย็นชาและระแวดระวังตัวแจอย่างจ้าวหานตง จะเลือกที่จะ ‘ปกป้อง’ และ ‘ไม่ซักไซ้ไล่เลียง’ ความลับของนางให้ลึกซึ้งเกินกว่าที่นางต้องการจะบอก เขารู้ว่านางมี秘密 แต่เขากลับเลือกที่จะห่อหุ้มและสร้างเกราะ “ท่านพี่... ท่านไม่กลัวหรือว่าข้าจะเป็นภัยต่อบ้านเมืองของท่าน?” นางถามเสียงแผ่วเบา ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ “ภัยหรือ?” จ้าวหานตงหัวเราะในลำคอ แววตาฉายประกายอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงพวกขุนนางกังฉินนอกเมือง “ถ้าหากการที่ภรรยาข้าเสกส้มหวานและผักวิเศษเหล่านี้ออกมา ทำให้ประชาชนในเมืองอิ่มท้อง ทำให้แผ่นดินนี้มีความสุข เช่นนั้นข้าก็อยากจะประกาศให้ทั่วหล้ารู้ว่า... เทพเซียนผู้นั้นช่างตาถึงนักที่เลือกเจ้ามาเป็นภรรยาข้า!” คำพูดหวานเลี่ยนแต่จริงใจนี้เกือบทำให้หลินฟางเซียนสำลักความเขินอาย นางซุกใบหน้าลงกับอกแกร่งของเขาเพื่อซ่อนรอยยิ้มกว้างที่หุบแทบไม่ลง เคมีระหว่างคนทั้งสองอบอวลไปด้วยความหวานชื่นจนแทบจะหยดเป็นน้ำผึ้ง ทว่าความสุขมักอยู่ได้ไม่นาน... *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาท ตามด้วยเสียงแหลมแสบแก้วหูของฮูหยินผู้เฒ่ารองจากตระกูลจ้าว ที่ดังแทรกเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้เจ้าของเรือนอนุญาต “หลินฟางเซียน! นังสะใภ้ตัวดี! ข้ารู้ว่าพวกเจ้าแอบซ่อนอาหารดีๆ ไว้ในเรือนนี้ เปิดประตูให้ข้าเดี๋ยวนี้! อย่าคิดว่าแต่งงานกับท่านเจ้าเมืองแล้วจะทำตัวเป็นนายหญิงผู้สูงส่ง ข้าเป็นถึงท่านป้าของเขา เจ้าไม่มีสิทธิ์มาปิดประตูใส่หน้าข้า!” บรรยากาศหวานชื่นในห้องสลายหายไปในพริบตา ดวงตาของจ้าวหานตงแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในฤดูหนาว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนน่ากลัว เขากำลังจะลุกขึ้นไปจัดการกับอีป้าตัวแสบที่บังaжรมาขัดจังหวะเวลาสวีทกับภรรยา แต่หลินฟางเซียนกลับเอื้อมมือเรียวไปแตะที่แขนแกร่งเสียก่อน นางเงยหน้าขึ้น สบตากับสามีด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก แววตาดุดันและเต็มไปด้วยความมั่นใจฉายชัด ราวกับนางพญาผู้กำลังรอคอยเหยื่อเดินเข้ามาติดกับดัก “ท่านพี่... อย่าเพิ่งออกแรงให้มือของท่านต้องแปดเปื้อนเลยเจ้าค่ะ” หลินฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม “ในเมื่อนางอยากรู้ นักว่าในเรือนของเรามีอะไรซ่อนอยู่... วันนี้สะใภ้ผู้ไม่รักดีคนนี้ จะจัดชุดใหญ่ต้อนรับท่านป้าผู้ประเสริฐด้วยมือของตัวเองเจ้าค่ะ” นางลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ รอยยิ้มซุกซนเมื่อครู่หายไปแทนที่ด้วยความเฉียบขาดอันทรงพลัง ขณะที่จ้าวหานตงนั่งไขว่ห้างมองภรรยาด้วยความหลงใหลระคนสะใจ เขายกมุมปากขึ้นยิ้มบางๆ พลางผายมือราวกับจะบอกว่า *เชิญแม่นางจัดการตามสบาย* หลินฟางเซียนหันไปหยิบ ‘น้ำพริกนรกสูตรลับมิติ’ ที่เพิ่งตำเสร็จใหม่ๆ ใส่ถ้วยกระเบื้อง กลิ่นหอมเผ็ดร้อนของพริกคั่วและสมุนไพรเตะจมูกทันทีที่เปิดฝา พร้อมกับเตรียมแผนการตบหน้าตัวร้ายชุดใหญ่ที่จะทำให้ตระกูลจ้าวสายรองต้องจดจำไปจนวันตาย! ทว่า... ในจังหวะที่มือกำลังจะผลักบานประตูออกเพื่อเผชิญหน้ากับความวุ่นวายด้านนอก เสียงฝีเท้ารelentless ของทหารองครักษ์ผู้หนึ่งก็ดังแทรกเข้ามา พร้อมกับข่าวกรองด่วนที่ทำให้รอยยิ้มของหลินฟางเซียนต้องชะงักค้าง “เรียนท่านเจ้าเมือง! ทะ... ทางการหลวงจากเมืองหลวง ส่งราชโองการลับมาถึงท่านแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และคนที่นำราชโองการมา... คือ ‘องค์ชายรอง’ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการตามล่าตัวผู้มีวิเศษจากแดนใต้พ่ะย่ะค่ะ!” หัวใจของหลินฟางเซียนหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม รอยยิ้มแห่งความมั่นใจเมื่อครู่แข็งค้างในทันที —– ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนสวนส้มปลายฟ้ามาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรอารมณ์ดี กับสามีดีกรีเจ้าเมืองปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%