เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนไปทั่วโถงรับรองของตระกูลจ้าว ชามกระเบื้องเคลือบสีครามราคาแพงถูกกวาดลงมาแตกกระจายไม่เป็นชิ้นดี ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลจ้าวดำคล้ำราวกับก้นหม้อ ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองหลานสะใภ้ตัวดีด้วยความเคียดแค้นชิงชังจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
"นังสะใภ้ไร้ค่า! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงกล้าเปิดร้านแข่งกับตลาดกลางของตระกูลเรา แถมยังขายของแปลกประหลาดพวกนั้นจนชาวบ้านแห่กันไปซื้อหมด ไม่เหลือลูกค้าให้ร้านเราเลยสักคน!"
หลินฟางเซียนยกมือขึ้นทัดปอยผมที่หลุดลุ่ยอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตฉายแววขบขันระคนสมเพช นางกวาดสายตามองเศษเครื่องกระเบื้องที่แตกกระจายบนพื้น ก่อนจะยิ้มรับด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่ทำให้อีกฝ่ายยิ่งโมโหจนหายใจไม่ทั่วท้อง
"เรียนคุณย่า ลูกสะใภ้ก็แค่ทำมาหากินสุจริตตามประสาคนรักสงบค่ะ สินค้าในร้านของข้าพเจ้า... 'ส้มสีทองกลิ่นน้ำผึ้ง' และ 'แยมผลไม้เวทมนตร์' ล้วนเป็นของหายากที่เติบโตด้วยน้ำพักน้ำแรงและความใส่ใจ หาใช่ของโหลๆ ที่ท่านยายเก็บไว้ขึ้นราใน10ปีที่แล้วไม่ เจ้าค่ะ"
คำว่า 'ของขึ้นรา' แทบจะทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าสำลักน้ำลายตัวเองตายคาที่ นางชี้หน้าหลินฟางเซียนด้วยมือที่สั่นเทา "ปากกล้าขึ้นนะเจ้า! คิดว่าแต่งให้เจ้าเมืองแล้วจะทำตัวปีนเกลียวผู้ใหญ่ได้หรือไง!"
"ปีนเกลียวหรือคะ? เปล่าเลยค่ะ ข้าพเจ้าเพียงแต่เคารพสิทธิในการทำมาค้าขายของตนเองเท่านั้น หากสินค้าของตระกูลจ้าวขายไม่ออก นั่นก็เป็นเพราะคุณภาพมันด้อยกว่า และไม่มีความคิดสร้างสรรค์ต่างหากเล่าคะ" ฟางเซียนตอบเสียงใส รอยยิ้มของนางงดงามจนบาดตาผู้คนในห้อง
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน อุณหภูมิในห้องโถงคล้ายลดลงจนหนาวเยือก เงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ จ้าวหานตงในชุดคลุมสีเข้มปักดิ้นทอง ท่วงท่าสง่างามน่าเกรงขาม ดวงคมกริบกวาดตามองซากกระเบื้องบนพื้นก่อนจะหยุดอยู่ที่ภรรยาตัวน้อยที่ยืนยันคำมั่นอย่างองอาจ
เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างนางโดยธรรมชาติ มือใหญ่เอื้อมไปโอบเอวบางไว้หลวมๆ เป็นการประกาศสถานะและความคุ้มครองอย่างชัดเจน สายตาที่เขามองฮูหยินผู้เฒ่านั้นไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ทั้งสิ้น เยียบเย็นราวน้ำแข็งพันปี
"ใครอนุญาตให้ท่านย่ามาเสียงดังในเรือนของภรรยาข้า?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ
"ท่าน... ท่านเจ้าเมือง! ท่านดูภรรยาตัวดีของท่านสิ มันหยามเกียรติวงศ์ตระกูลเรา!" ฮูหยินผู้เฒ่าฟ้องด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หวังว่าหลานชายคนนี้จะไว้หน้าตนบ้าง
จ้าวหานตงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองเศษถ้วยชาม "วงศ์ตระกูลเรา? น่าแปลก ที่ข้าจำได้ว่าเรือนหลังนี้และที่ดินแปลงนั้น ข้าเป็นคนควักกระเป๋าซื้อด้วยเบี้ยหวัดของตนเอง หาได้เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของตระกูลจ้าวไม่... และหากภรรยาของข้าจะทำการค้าอันใด ย่อมเป็นสิทธิ์ของนาง ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาตบโต๊ะเอะอะในเรือนของข้าทั้งสิ้น"
ประโยคนี้ทำเอาฮูหยินผู้เฒ่าหน้าซีดเผือดจนแทบเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น ส่วนบรรดาบ่าวไพร่ต่างพากันก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าหายใจแรง
ฟางเซียนแอบอมยิ้มกริ่มในใจ นางเอื้อมมือไปหยิกเบาๆ ที่เอวหนาเป็นการหมั่นไส้สามีสายเปย์ที่พูดจาได้สะใจนางยิ่งนัก หานตงก้มลงมองนางแวบหนึ่ง แววตาที่มองภรรยาอ่อนแสงลงทันทีจนแทบหยาดเยิ้ม กลายเป็นความคลั่งรักที่ซ่อนไม่มิด
คล้อยหลังความวุ่นวาย ฟางเซียนก็ปลีกตัวเข้ามาในมิติลับของตนเอง อากาศบริสุทธิ์และกลิ่นหอมหวานของผลไม้นานาพันธุ์โชยเข้าจมูกทันทีที่ก้าวเข้ามา นางเดินตรงไปยังแปลงทดลองเกษตรวิวัฒนาการที่ตอนนี้ผลผลิตล็อตใหม่สุกงอมพอดี
"หึ... ในเมื่อพวกเขานึกว่าข้ามีดีแค่ส้มกับแยม วันนี้ข้าจะเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ต่อให้ควักตาดูู ก็ไม่มีทางลอกเลียนแบบได้เด็ดขาด"
นางยิ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะลงมือเก็บเกี่ยวผลไม้เรืองแสงสีม่วงมรกต มิติลับนี้ไม่เพียงแต่ให้ผลผลิตที่รสชาติยอดเยี่ยม แต่ยังมีคุณสมบัติพิเศษในการบำรุงร่างกายและผิวพรรณอย่างล้ำลึก หากนำไปแปรรูปเป็น 'น้ำหอมแห้งอัดก้อน' และ 'ชาดอกไม้เปลี่ยนสี' รับรองว่าตลาดในเมืองหลวงต้องสั่นสะเทือนยิ่งกว่าแผ่นดินไหว
เวลาผ่านไปชั่วก้านธูป สินค้าตัวใหม่ถูกบรรจุลงในตลับไม้หอมแกะสลักอย่างประณีต งดงามราวกับงานศิลปะชั้น
ตกดึก ในยามที่ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วเมือง ฟางเซียนและหานตงแอบนำสินค้าล็อตแรกไปวางจำหน่ายอย่างเงียบเชيراتที่ 'ตลาดมืด' ใกล้ท่าเรือ ทันทีที่ตลับไม้ใบแรกถูกเปิดออก กลิ่นหอมละมุนลึกล้ำราวกับดอกไม้บานยามค่ำคืนก็ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ดึงดูดเหล่าพ่อค้ากระเป๋าหนักและบรรดาคุณหญิงคุณนายผู้รักสวยรักงามให้กรูเข้ามาล้อม2แผงค้าของนางจนแทบไม่มีที่ยืน
"นี่มันกลิ่นอันใดกัน! หอมยิ่งกว่าน้ำหอมบรรณาการจากแคว้นใต้เสียอีก!" เสียงอุทานด้วยความตื่นตะลึงดังขึ้นจากสตรีผู้หนึ่งที่แต่งกายด้วยผ้าแพรชั้นดี
"ข้าขอซื้อหมดนี่! ตั้งราคามาเท่าไหร่ ข้าจ่ายไม่อั้น!" พ่อค้าต่างเมืองคนหนึ่งตะโกนแข่งกันเสียงดัง พร้อมกับควักตั๋วเงินปึกใหญ่ออกมาโบกสะบัด
ฟางเซียนแย้มยิ้มทางการค้า นางเตรียมจะหยิบสินค้าส่งให้ลูกค้าตรงหน้า แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากตรอกมืดเบื้องหน้า พร้อมกับคบเพลิงสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามา
กลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากอนతลบังหน้า พร้อมอาวุธครบมือพุ่งตรงเข้ามาล้อมแผงค้าของนางไว้ในพริบตา ผู้นำกลุ่มก้าวออกมา ปลดหน้ากากเผยให้เห็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก พร้อมกับโยนป้ายคำสั่งสลักตราประจำตระกูลเก่าแก่ลงแทบเท้าของฟางเซียน
"ฮูหยินน้อย... นายท่านของเราสั่งมาว่า สินค้าวิเศษพวกนี้ ห้ามขายให้ใครหน้าไหนทั้งสิ้น นอกจากจะยกสูตรทั้งหมดให้ตระกูลเราแต่เพียงผู้เดียว!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่คอยสนับสนุนและร่วมเดินทางเติบโตไปพร้อมกับความแซ่บของฟางเซียนนะคะ!
เซียนเกษตรอารมณ์ดี กับสามีดีกรีเจ้าเมืองปากร้าย•ตอนที่ 10
กลยุทธ์การตลาดฉบับเชฟ
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรอารมณ์ดี กับสามีดีกรีเจ้าเมืองปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!