เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อดีดัง “เพลียะ!” จนกาน้ำชาลายครามสั่นสะเทือน หยดน้ำชาสีอำพันกระเซ็นเปื้อนกระดาษสาเนื้อดีราคาแพงระยับ ทว่าเจ้าของมือที่ฟาดลงไปหาได้ใส่ใจความเสียหายไม่ ดวงตาคู่เรียวรีที่กรีดอายไลเนอร์เฉี่ยวคมราวกับหางหงส์กำลังวาวโรจน์ด้วยความขัดเคืองระคนริษยา
"เหลวไหลสิ้นดี! แค่สตรีบ้านนอกคอกนาที่สามีถูกลดขั้นมาอยู่ชายแดน เหตุใดชื่อเสียงของนางถึงขจรขจายไปทั่วเมืองหลวงได้เล่า? ไหนจะผักผลไม้ลูกโตเท่าศีรษะคน นั่นมันวิชาปีศาจอันใดกัน!"
คุณหนูรอง 'ไป๋ลี่หลิน' แห่งตระกูลไป๋ ตระกูลคหาสน์ใหญ่ผู้กุมเส้นทางการค้าครึ่งหนึ่งของแคว้น กัดริมฝีปากจนเป็นรอยแดง เล็บยาวที่สวมปลอกทองคำจิกเข้ากับฝ่ามือจนเนื้อแทบปริ วันนี้ในงานเลี้ยงน้ำชาของเหล่าคุณหนูกลุ่มไฮโซ ทุกหัวข้อสนทนาไม่ว่าจะหันไปทางไหน ล้วนแต่พูดถึง ‘ส้มสายพันธุ์ใหม่’ ที่มีรสชาติหวานฉ่ำละมุนลิ้น และ ‘น้ำผึ้งดอกไม้ป่าวิเศษ’ ที่ช่วยฟื้น
บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนมาจากไร่ของ 'หลินฟางเซียน' ภรรยาของท่านเจ้าเมืองจ้าวหานตงทั้งสิ้น
"คุณหนูรองโปรดระวังคำพูดด้วยเจ้าค่ะ ช่วงนี้ท่านเจ้าเมืองกำลังเป็นที่โปรดปรานของเบื้องบน แม้ตระกูลไป๋ของเราจะร่ำรวย แต่การไปมีเรื่องกับข้าราชการมือสะอาดและกำราบโจรป่าอย่างไร้ความปรานีเช่นนั้น เกรงว่าจะ..." สาวใช้คนสนิทรีบก้มหน้ากระซิบเตือนด้วยความหวาดหวั่น
"หึ! ข้าราชการมือสะอาดอันใดกัน? ก็แค่พวกไต่เต้ามาจากกองทัพโคลนตม!" ไป๋ลี่หลินแค่น
เสียงหัวเราะเยาะในลำคอ นางอุตส่าห์ส่งคนไปสืบจนรู้ว่าเดิมทีหลินฟางเซียนก็เป็นเพียงบุตรสาวอนุที่ถูกทอดทิ้ง ไร้ซึ่งชาติตระกูลและสินเจ้าสาวติดตัว เหตุใดตอนนี้ถึงกลายเป็นแม่นางเอกชนผู้มั่งคั่งไปได้? ยิ่งคิดก็ยิ่งขัดหูขัดตา ยิ่งเห็นบรรดาคุณชายตระกูลใหญ่ต่างพากันส่งคนไปกว้านซื้อผลไม้จากสวนส้มปลายฟ้าเพื่อเอาใจนาง ความอิจฉาริษยาก็แผดเผาอกซ้ายจนแทบไหม้เกรียม
ในขณะเดียวกัน ณ เรือนพักหลังใหญ่ใจกลางเมืองยามบ่ายแก่ๆ กลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวของส้มรมควันสมุนไพรก็ลอยอบอวลไปทั่วห้องครัว หลินฟางเซียนกำลังงละมุนอยู่กับการเคี่ยวแยมส้มสูตรลับเฉพาะในมิติตั๋วเกษตรวิวัฒนาการ มือเรียวบางตักน้ำตาลกรวดเคี่ยวจนเหนียวข้นลงในหม้อทองเหลือง เสียงน้ำเดือดปุดๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมสดชื่นของเปลือกส้ม ทำให้ความเหนื่อยล้าจากการทำบัญชีค้าขายตลอดทั้งวันมลายหายสิ้น
"ภรรยา... เจ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่ กลิ่นหอมนี่ชวนให้ท้องร้องเสียจริง"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูกดังขึ้นพร้อมกับอ้อมแขนแข็งแกร่งที่สวมกอดจากด้านหลังอย่างคุ้นเคย จ้าวหานตงในชุดขุนนางสีเข้มที่เพิ่งกลับจากตรวจราชการก้มลงสูดดมความหอมที่ซอกคอระหงของภรรยาอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมเข้มที่มักจะตีสีหน้านิ่งขรึมและดุร้ายยามเผชิญหน้ากับพวกขุนนางฉ้อฉล กลับอ่อนโยนลงทันทีเมื่ออยู่ต่อหน้าภรรยาตัวน้อย
"ท่านพี่ อย่ากวนส่าย องค์ประกอบสำคัญกำลังจะเข้ากันพอดีเจ้าค่ะ" ฟางเซียนหัวเราะคิกคัก เอี้ยวตัวหลบเล็กน้อยก่อนจะใช้ช้อนไม้ตักแยมสีส้มทองคำวาววับป้อนให้สามีชิม "เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ? หวานอมเปรี้ยวพอดีหรือไม่"
จ้าวหานตงเคี้ยวช้าๆ ดวงตาคมกริบพินิจมองภรรยาด้วยแววตาคลั่งรักระดับสิบ "ฝีมือภรรยา ย่อมอร่อยที่สุดในใต้หล้าอยู่แล้ว... ว่าแต่ วันนี้เจ้าดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ มีเรื่องสนุกอันใดเกิดขึ้นอีกเล่า หืม?"
"จะไม่มีเรื่องสนุกได้อย่างไรล่ะเจ้าคะ" ฟางเซียนวางช้อนลง หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสามี ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับราวกับเด็กน้อยที่วางแผนแกล้งคนสำเร็จ "วันนี้ส้มล็อตแรกส่งออกหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม แถมข้ายังได้ยินมาว่า คุณหนูรองตระกูลไป๋ผู้สูงส่งนางนั้น ถึงกับทำถ้วยชาแตกไปสองใบเพราะโมโหที่ข้าแย่งส่วนแบ่งการตลาดเครื่องประทินโฉมไป"
จ้าวหานตงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏที่มุมปากหยัก "ตระกูลไป๋รahตระกูลนั้นหรือ? พวกเขาผูกขาดการค้าใบชาและผ้าแพรมานาน จนคิดว่าแผ่นดินนี้เป็นของตนเอง หากพวกเขากล้าหาเรื่องเจ้าแม้แต่ปลายเล็บ ข้าจะสั่งให้กองตรวจการไปตรวจสอบบัญชีการค้าของพวกเขาย้อนหลังสิบปีเสียให้เข็ด"
"อุ๊ย! ท่านพี่ อย่าใจร้อนเช่นนั้นสิเจ้าค่ะ การทำธุรกิจให้สนุก เราต้องใช้ฝีมือตบหน้าพวกเขาทีละก้าวอย่างสง่างามสิเจ้าคะ ถึงจะสะใจกว่ากันตั้งเยอะ" ฟางเซียนยิ้มกริ่ม ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์
นางไม่ได้กลัวตระกูลใหญ่เหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน นางกำลังตั้งตารอคอยว่าคู่แข่งทางการค้าเหล่านี้จะงัดไม้เด็ดอะไรออกมาสู้กับ ‘สวนส้มปลายฟ้า’ ของนาง เพราะทุกครั้งที่มีคนพยายามขัดขวาง มิติลับในตัวนางจะยิ่งปลดล็อกสินค้าหายากระดับเทพออกมาตบหน้าพวกมันให้หน้าชาเล่นเสมอ
ทว่า บรรยากาศอบอุ่นและเสียงหัวเราะในห้องครัวกลับต้องสะดุดลง เมื่อเสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงรายงานด้วยความตื่นตระหนกของพ่อบ้าน
"เรียนนายท่าน ฮูหยิน... มี... มีแขกไม่ได้รับเชิญมาขอพบขอรับ!"
พ่อบ้านก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด ในมือถือเทียบเชิญสีทองอร่ามที่ประทับตราตระกูลไป๋อย่างชัดเจน "คุณหนูรองไป๋ลี่หลิน เดินทางมาถึงหน้าจวนแล้วนางบอกว่า... มี ‘ธุระสำคัญ’ ที่ต้องสะสางกับฮูหยินด้วยตนเองในวันนี้ให้ได้ขอรับ!"
จ้าวหานตงหุบยิ้มทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก บรรยากาศรอบตัวแผ่รังสีสังหารออกมาโดยไม่รู้ตัว "บังaniญนัก ถึงถิ่นเราแล้วยังกล้ามาหาเรื่องถึงเรือน"
ทว่า หลินฟางเซียนกลับยกย่องเรียวปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา นางยื่นมือไปแตะแขนสามีเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ดวงตากลมโตฉายประกายท้าทายอย่างสนุกสนาน
"ใจเย็นก่อนสิเจ้าคะท่านพี่... ในเมื่อปลาติดเบ็ดมาถึงที่แล้ว มีหรือที่เราจะไม่ต้อนรับให้สมเกียรติ?" ฟางเซียนปัดเศษแป้งบนมือออกเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งกระซิบที่ทำให้หัวใจของคนฟังเต้นระรัว "เรามาดูกันซิว่า คุณหนูผู้สูงศักดิ์นางนั้น จะมีปัญญาเอาชนะ ‘แยมส้มพิชิตใจสามี’ ของข้าได้อย่างไร"
นางก้าวเดินนำออกไปอย่างมั่นใจ โดยมีเจ้าเมืองหนุ่มผู้คลั่งรักเดินตามประกบไม่ห่าง สายตาสองคู่ประสานกันด้วยความรู้ใจ—ศึกครั้งนี้ ใครหน้าไหนก็อย่าหวังว่าจะรอดเงื้อมมือของฮูหยินเจ้าเมืองสายสู้ชีวิตคนนี้ไปได้!
...
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนสวนส้มปลายฟ้ามาโดยตลอดนะคะ!)
---
**[สวนส้มปลายฟ้า]**
เซียนเกษตรอารมณ์ดี กับสามีดีกรีเจ้าเมืองปากร้าย•ตอนที่ 9
ศัตรูในเงามืด
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรอารมณ์ดี กับสามีดีกรีเจ้าเมืองปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!