"ดินสี่หมู่ที่ท่านพี่โยนให้ข้ามาเมื่อวาน... พูดตามตรงนะคะ สภาพของมันดูคล้ายกับลานประหารนักโทษมากกว่าจะเป็นแปลงเกษตรเสียอีกค่ะ!"
เสียงหัวเราะใสกระจ่างดั่งระฆังแก้วดังขึ้นท่ามกลางผืนดินสีเทาแห้งกร้าน ที่นี่คือเขตท้ายเมืองรกร้างที่ใครต่อใครต่างส่ายหน้าหนี แม้แต่หญ้าคาขบถยังไม่ยอมงอกงาม หลินฟางเซียนยืนเท้าสะเอว ชุดผ้าฝ้ายสีเรียบปลิวไปตามกระแสลมเย็นจัด นางกวาดสายตามองผืนดินกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยก้อนหินและรอยแตกแห้งระแหงด้วยความรู้สึกท้าทาย หาได้มีความหวาดกลัวไม่
จ้าวหานตงที่ยืนกอดอกพิงลำต้นสนโบราณอยู่ไม่ไกล ปลดปล่อยรอยยิ้มเอ็นดูระคนขบขันออกมา ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวทอดมองภรรยาตัวน้อยผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด เขาเดินเข้าไปใกล้ ใช้ปลายนิ้วเชยคางนางขึ้นเบาๆ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่มักจะใช้เฉพาะเวลากล่าววาจาชวนใจสั่น
"ข้าไม่ได้โยนภาระให้เจ้า... ข้าเพียงแต่มอบผืนผ้าใบผืนใหญ่ที่สุด ให้ศิลปินเอกเช่นเจ้าได้วาดลวดลายต่างหากเล่า ฮูหยินของข้า" สามีหนุ่มผู้ทรงอำนาจกล่าวหยอกเย้า แต่สายตากลับฉายแววเป็นห่วงเป็นใย "หากเจ้าเหนื่อยนัก เอาไว้ค่อยเริ่มพรุ่งนี้ก็ยังไม่สาย ที่ดินตรงนี้ ต่อให้ปล่อยทิ้งไว้เป็นรังนกกระจอก ข้าก็เลี้ยงดูเจ้าได้สบาย"
"ใครว่าข้าจะปล่อยทิ้งไว้เล่าคะ!" ฟางเซียนค้อนขวับให้สามีวงใหญ่ แต่มุมปากกลับอมยิ้ม "ท่านพี่คอยดูให้ดีเถอะค่ะ วันนี้แหละ ข้าจะทำให้ดินผืนนี้ร้องขอชีวิตใต้ฝ่าเท้าของข้า!"
ว่าแล้วนางก็สะบัดหน้าหนี แสร้งทำเป็นจัดชายเสื้อ แต่ภายในใจกลับส่งจิตอธิษฐานเรียกขาน "ระบบสวนเกษตรวิวัฒนาการ" ทันที!
*ติ๊ง! ตรวจพบความตั้งใจในการปรับปรุงดินระดับสูง เปิดใช้งานโหมดเร่งด่วน: ปุ๋ยวิเศษชีวภาพขั้นสุดยอด และน้ำค้างสวรรค์พันปี!*
แสงสว่างวาบสีเขียวมรกตจางๆ แผ่ซ่านออกจากปลายนิ้วมือเรียวบางของหลินฟางเซียน นางก้มตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง ฝ่ามือแนบลงบนพื้นดินแห้งแล้งราวกับกำลังสื่อสารกับผืนปฐพี พริบตา ภายในรัศมีร้อยหมู่ พลังงานอุ่นซ่านสายหนึ่งก็พวยพุ่งทะลักขึ้นมาจากใต้พิภพ ดินสีเทาที่เคยแข็งกระด้างค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทและร่วนซุยราวกับแป้งพัฟชั้นดี กลิ่นหอมกรุ่นของดินอุดมสมบูรณ์ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ราวกับปาฏิหาริย์ที่แม้แต่นักพรตผู้ทรงศีลยังต้องกราบกราน
จ้าวหานตงถึงกับชะงัก ร่างสูงใหญ่ก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกตะลึง แม้เขาจะรู้ว่าภรรยาของตนมีความลับซ่อนอยู่ แต่การได้เห็นความเปลี่ยนแปลงระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ก็ยังคงสร้างความสะพรึงกลัวแก่นายทหารผู้ผ่านศึกมาโชกโชนได้ไม่น้อย เขารีบก้าวเข้าไปคว้ามือเรียวของนางขึ้นมาสำรวจด้วยความร้อนรน
"ฟางเซียน! เจ้า... เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?" น้ำเสียงของเขาเจือความตระหนกอย่างปิดไม่มิด
"ข้าสบายดีค่ะท่านพี่..." นางเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มจนดวงตาหยีเป็นรูปจันทร์เสี้ยว แม้จะมีเหงื่อกาฬผุดพรายอยู่ตามไรผม แต่พวงแก้มกลับเปล่งปลั่งมีเลือดฝาด "เห็นหรือยังคะ? บอกแล้วว่าดินตรงนี้ ถ้าได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี มันจะกลายเป็นทองคำแท้ๆ เลยทีเดียว"
ไม่รอช้า หลินฟางเซียนหยิบเมล็ดพันธุ์ผลไม้หายากออกจากมิติลับ เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นเปล่งประกายแสงเรืองรองจางๆ ยามเมื่อสัมผัสกับดินร่วนซุย นางจัดการหย่อนลงหลุมที่ขุดเตรียมไว้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งรดด้วยน้ำค้างสวรรค์ที่เจือจางในอัตราส่วนที่เหมาะสม
เพียงชั่วก้านธูปเดียว ต้นกล้าผลไม้ที่ควรใช้เวลาเติบโตเป็นปีๆ กลับแตกหน่อผليใบสีเขียวขจี กิ่งก้านสาขาแผ่ขยายใหญ่โตอย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ ไม่นานนัก ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ก็ผลิบานสะพรั่งทั่วทั้งไร่ ส่งกลิ่นหอมหวานจรุงใจไปไกลสุดลูกหูลูกตา ดึงดูดหมู่ผีเสื้อและนกนานาชนิดให้บินมาโฉบเฉี่ยวราวกับสรวงสวรรค์บนดิน
นี่คือ "ไร่ส้มหยกสวรรค์" และ "สวนท้อเซียนพันปี" ที่นางตั้งใจจะใช้เป็นรากฐานสร้างความมั่งคั่งในเมืองปากร้ายแห่งนี้!
"เหลือเชื่อ... นี่มันวิชาเซียนชัดๆ" จ้าวหานตงพึมพำกับตัวเอง เขามองภรรยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและเทิดทูน สามีหนุ่มรู้ดีว่าหากความลับนี้รั่วไหลออกไป โลกภายนอกจะต้องเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่แน่นอน "ฟางเซียน นับแต่นี้ ข้าจะสั่งให้องครักษ์เงาปิดตายพื้นที่บริเวณนี้ ห้ามผู้ใดเข้าใกล้เด็ดขาด ยกเว้นเสียแต่ว่ามันผู้นั้นจะอยากลองดีกับคมดาบของข้า"
"รอบคอบมากค่ะท่านพี่ สมกับที่เป็นเจ้าเมืองผู้เกรียงไกร" ฟางเซียนหัวเราะคิกคัก ยื่นมือไปหยิกแก้มสามีอย่างหยอกเย้าด้วยความหมั่นเขี้ยว "แต่เรื่องความปลอดภัย ข้าก็เตรียมการไว้แล้วเช่นกันค่ะ"
ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังดื่มด่ำกับความสำเร็จอันงดงาม ณ มุมหนึ่งของกำแพงไร่ที่ถูกบดบังด้วยแนวต้นไม้หนาทึบ สายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความริษยาและตกตะลึงจนแทบถลนออกมา
นั่นคือ "ฮูหยินรองจ้าว" แม่สามีผู้ใจร้ายและชอบหาเรื่องกลั่นแกล้งนางมาโดยตลอด นางแอบสะรอยตามมาดูความพินาศของสะใภ้กำพร้า แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นความมั่งคั่งและปาฏิหาริย์ที่แม้แต่ตระกูลใหญ่ยังต้องอิจฉา
"นังสารเลว... มันใช้มนต์ดำอันใดกัน!" ฮูหยินรองจ้าวขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้น ดวงตาแดงก่ำราวกับคนเสียสติ "ที่ดินไร้ค่ากลายเป็นไร่ผลไม้ทองคำไปเสียได้! หากปล่อยไว้มันต้องเหยียบย่ำหน้าข้าแน่!"
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ หันหลังกลับเตรียมจะไปฟ้องสามีและคนในตระกูลเพื่อหาทางฮุบไร่แห่งนี้มาเป็นของตน แต่ทว่า... เมื่อก้าวเท้าถอยหลังกลับไป ใบหน้าของนางก็ต้องซีดเผือดจนไร้สีเลือด
เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง กำลังยืนขวางทางออกอยู่ก่อนแล้ว ดวงตาคมปลาวาฬคู่นั้นเยียบเย็นไร้ความรู้สึก ราวกับยมทูตที่กำลังมองดูวิญญาณผู้ไร้ทางรอด
"ฮูหยินรอง... เดินทางมาไกลถึงนี่ คงจะเหนื่อยมากสินะคะ"
เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกจนกระดูกสันหลังวาบดังขึ้นจากด้านหลัง เมื่อฮูหยินรองหันกลับไป ก็พบว่าหลินฟางเซียนมายืนยิ้มหวานรออยู่แล้ว ในมือของนางถือตะกร้าผลไม้สดใหม่ที่เพิ่งเด็ดจากต้น ลูกส้มสีทองอร่ามส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ แต่กลับแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว
"เจ้า... เจ้าจะทำอะไรข้า! ข้าเป็นแม่นะ!" ฮูหยินรองกรีดร้องเสียงหลง ขาอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
ฟางเซียนย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าหญิงสูงวัยผู้กำลังตัวสั่นเทา นางยื่นผลส้มลูกโตไปตรงหน้าพลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน
"แม่หรือคะ? น่าเสียดายจัง... ที่ดินผืนนี้ห้ามสุนัขและคนจัญไรเข้ามาเหยียบย่ำเสียด้วยสิคะท่านแม่... ว่าแต่ ท่านสนใจจะลองชิมส้มอาบยาพิษลูกนี้ ดูก่อนดีไหมล่ะคะ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนสวนส้มปลายฟ้ามาโดยตลอดนะคะ!
เซียนเกษตรอารมณ์ดี กับสามีดีกรีเจ้าเมืองปากร้าย•ตอนที่ 6
ปรับปรุงดินให้กลายเป็นทอง
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรอารมณ์ดี กับสามีดีกรีเจ้าเมืองปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!