"ถ้าแม่สามีของท่านยังกล้าส่งสายตากินเลือดกินเนื้อมาที่แผงขายของข้าอีกแม้แต่คลาเดียว ข้าจะเอา 'ส้มแป้นยักษ์' จากมิติลับปาใส่หน้าให้บวมปูดเท่าลูกมะพร้าวเลยคอยดู!"
หลินฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ แต่ดวงตากลับพราวระยับไปด้วยประกายแห่งความเจ้าเล่ห์ มือเรียวบางตักน้ำแกงปลาต้มส้มมะนาวดองสีเหลืองทองอร่ามลงในชามกระเบื้องเคลือบ ลวดลายปลาว่ายน้ำเด่นชัด ควันสีขาวกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกลิ่นหอมฟุ้งของสมุนไพรและรสเปรี้ยวเค็มกลมกล่อมที่เตะจมูกผู้คนในรัศมีสลี้จนน้ำลายสอ
บรรยากาศหน้าแผงค้าชั่วคราวในตลาดเมืองริมชายแดนเวลานี้คึกคักเสียจนน่าตกใจ ตั้งแต่รุ่งสางที่นางเปิดแผงขาย "ข้าวต้มแห้งหมูสับกระดูกอ่อน" และ "ยำส้มโอสามรส" สินค้าล็อตแรกที่หยิบออกมาจากมิติลับก็หมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ! รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่ปรุงด้วยฝีมือเชฟระดับอัจฉริยะ ทำให้เหล่าพ่อค้าแม่ขายและชาวบ้านต่างพากันต่อคิวแย่งชิงราวกับแจกฟรี
แต่ดูเหมือนความสำเร็จของนางจะบาดตาบาดใจใครบางคนเข้าอย่างจัง...
ถัดไปไม่ไกล สะใภ้รองตระกูลจ้าวและแม่สามีใจร้ายผู้ชอบมาหาเรื่องยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หลังเสาไม้ เกาะกลุ่มกันส่งเสียงฮึดฮัดด้วยความอิจฉาริษยาจนตัวสั่น นางเฒ่าตระกูลจ้าวกัดฟันกรอด ยามเห็นเงินอีแปะจำนวนมากถูกเทลงในถุงผ้าของฟางเซียนราวกับใบไม้ร่วง
"นังตัวดี! มันไปเอาเงินทุนมาจากไหนนักหนา ถึงได้กล้ามาเปิดแผงแข่งกับคนในตระกูล!" เสียงแหบแห้งเอ่ยลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้น
ฟางเซียนไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่หรา นางแค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะหันไปต้อนรับลูกค้าคนสำคัญที่เพิ่งก้าวเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม
"เชิญค่ะ! บะหมี่เกี๊ยวหมูแดงน้ำซุปกระดูกเคี่ยวสามวันสามคืน เส้นเหนียวนุ่มทำเองสดๆ ร้อนๆ สักชามไหมคะเจ้าคะ?"
ทว่า ลูกค้าที่ก้าวเข้ามาใหม่ผู้นี้กลับไม่ได้สนใจเมนูเส้นตรงหน้าเลยสักนิด...
บุรุษร่างสูงโปร่งในอาภัพไหมปักลายพยัคฆ์ซ่อนลายเมฆเนื้อดี กลิ่นอายสูงศักดิ์แผ่ซ่านออกมาจากตัวจนผู้คนรอบข้างต้องโดยอัตโนมัติ ใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินหยก ดวงตาคมกริบลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร จมูกโด่งเป็นสันคม และริมฝีปากหยักได้รูปที่มักจะเม้มเป็นเส้นตรงด้วยความเย่อหยิ่ง เขาคือ **จ้าวหานตง** เจ้าเมืองผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแห่งดินแดนรกร้างแห่งนี้ และยังเป็นสามี(ในนาม)ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้าย ไร้หัวใจ และเกลียดชังการคลุมถุงชนที่สุด!
จ้าวหานตงปรายตามองภรรยาแต่งตั้งที่ไม่ได้พบหน้ากันเลยนับตั้งแต่วันเข้าพิธีแต่งงาน มุมปากหยักกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยัน สายตาคมกวาดมองแผงขายอาหารเล็กๆ สลับกับใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่เปื้อนเหงื่อไคลจางๆ ของนางอย่างพิจารณา
"คิดไม่ถึงว่าสตรีที่ท่านแม่หามาให้เพื่อล้างซวย จะมีความสามารถถึงขั้นมาตั้งแผงขายเศษอาหารข้างถนนหาเลี้ยงชีพได้... ช่างน่าประทับใจเสียจริง" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน ทว่าในแววตกลับมีความสนใจบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ ที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ทันรู้ตัว
ฟางเซียนชะงักมือที่กำลังถือทัพพีตักน้ำซุป นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีปากร้ายทันที ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายในดวงตากลมโตคู่นั้น
"เรียนท่านเจ้าเมืองผู้สูงส่ง การหาเงินด้วยมือตนเองย่อมมีเกียรติกว่าการนั่งรอความตายหรือแบมือขอส่วนบุญจากคนอื่นนะคะ... หรือว่าท่านเจ้าเมืองผู้ยิ่งใหญ่ สนใจจะชิมฝีมือ 'เศษอาหาร' ของภรรยาคนนี้สักชามไหมล่ะคะ? เผื่อว่ากินเข้าไปแล้ว ปากที่ชอบพ่นวาจาเผอเรอจะได้มีรสชาติหวานขึ้นมาบ้าง!"
สิ้นเสียงของนาง เหล่าชาวบ้านที่นั่งกินอาหารอยู่รอบๆ ถึงกับสำลักน้ำลายพรวด บรรยากาศรอบด้านเงียบกริบลงทันทีด้วยความตกใจ ไม่มีใครกล้าหายใจแรง เพราะต่างรู้ดีว่าเจ้าเมืองจ้าวหานตงผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและเลือดเย็นเพียงใด การกล้าต่อปากต่อคำกับเขา มีค่าเท่ากับการ역เดินไปเหยียบหางพยัคฆ์ชัดๆ!
จ้าวหานตงหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความกดดันแผ่กระจายออกมารอบกาย แต่นางเอกของเรากลับเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาประสานกันราวกับมีประกายไฟปะทะกันกลางอากาศ
ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่มุมปากของท่านเจ้าเมืองจะกระตุกยิ้มขึ้นอย่างคาดไม่ถึง
"ดี... กล้าดียิ่งนัก" เจ้าเมืองหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงก้าวเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวผุกร่อนตรงหน้าแผงของนางอย่างไร้ซึ่งความถือตัว สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น "ในเมื่อเจ้ากล้าท้าทายข้าถึงเพียงนี้ หากอาหารชามนี้ของเจ้าไม่อร่อยล้ำจนทำให้ข้าเปลี่ยนใจ... ข้าจะสั่งทุบแผงนี้ทิ้งเสียเดี๋ยวนี้!"
ฟางเซียนแย้มรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มออกมาทันที รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย นางหันหลังกลับไปหยิบชามกระเบื้องใบใหม่อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับแอบส่งกระแสจิตเข้าไปในมิติลับเพื่อหยิบ "น้ำพริกเผากากหมูสูตรลับเฉพาะ" และ "ไข่ยางตูมมะตูมเยิ้ม" ออกมาเตรียมไว้เสิร์ฟ
"ท่านรับรองได้เลยค่ะว่าท่านจะไม่มีวันได้ทุบแผงนี้..." นางกระซิบเสียงเบาขณะวางชามบะหมี่คลุกน้ำมันหอมซอสสูตรพิเศษลงตรงหน้าเขา กลิ่นหอมเย้ายวนของกระเทือนเจียวใหม่ๆ และกากหมูกรอบกรุบพุ่งปะทะจมูกของจ้าวหานตงเต็มเปี่ยม "...เพราะหลังจากที่ท่านได้ชิมคำแรก ท่านอาจจะอยากเอาทรัพย์สินครึ่งเมืองมาเปย์ให้ข้าแทนการทุบแผงเสียด้วยซ้ำนะคะ!"
เจ้าเมืองหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยยามได้กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์และสบเข้ากับดวงตาพราวระยับที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เหลือล้นของภรรยา
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะใช้ตะเกียบหยิบเส้นบะหมี่เข้าปากนั้นเอง...
จู่ๆ เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความตกใจกลัวก็ดังลั่นมาจากตรอกซอกซอยด้านหลังตลาด พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างปริศนาที่พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง พร้อมกับกระบี่เปลือยคมกริบที่สะท้อนแสงอาทิตย์จนแสบตา พุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขานั่งอยู่เป๊ะ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนสวนส้มปลายฟ้ามาโดยตลอดนะคะ!
เซียนเกษตรอารมณ์ดี กับสามีดีกรีเจ้าเมืองปากร้าย•ตอนที่ 4
พบพานเจ้าเมืองจอมเปย์
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรอารมณ์ดี กับสามีดีกรีเจ้าเมืองปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!