ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง•ตอนที่ 19

สงครามประสาท

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องจัดแสดงนิทรรศการชั้นสามไม่ได้ช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มในอกของรินรดาเลยแม้แต่น้อย สัมผัสอุ่นวาบจากริมฝีปากที่เพิ่งทาบทับลงมาเมื่อไม่กี่นาาทีก่อนยังคงวนเวียนอยู่บนกลีบปากของเธอ ราวกับรอยประทับจากเหล็กเผาไฟที่ลบไม่ออก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรง The Row จ้องมองร่างระหงของคนที่เพิ่งสร้างเรื่องชวนหัวใจวายด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ มิลินยืนพิงผนังห้อง กอดอกแน่น รอยยิ้มเจ้าเลื้อยที่มุมปากนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนรินรดาอยากจะคว้ากระดาษทรายมาขัดมันทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด "คุณนี่มัน..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสติและมาด 'ภัณฑารักษ์ผู้ไร้ที่ติ' ของตัวเองกลับมาให้เร็วที่สุด "ฉวยโอกาสเก่งเป็นเลิศเลยนะคะ คุณมิลิน" "ก็คุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่า... ห้ามปฏิเสธ" มิลินลอยหน้าลอยตาตอบ เสียงใสราวยวนเย้า แถมยังขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวโชว์หรี่จมูก "หรือว่าติดใจสัมผัสเมื่อกี้เข้าแล้วคะ? หน้าแดงใหญ่เลยนะ ภัณฑารักษ์คนเก่ง" "ฉันไม่ได้หน้าแดง! นี่มันอากาศในห้องนี้มันร้อนต่างหาก!" รินรดาเสียง ภัณฑารักษ์สาวสะบัดหน้าหนีเพื่อซ่อนพวงแก้มที่ร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน รอยจูบฉาบฉวยที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นนั่น... มันรukร่านความสงบเรียบร้อยในชีวิตเธอเกินไปแล้ว ก่อนที่การต่อปากต่อคำอันเร่าร้อนจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงเอะอะโวยวายจากโถงทางเดินชั้นล่างก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากสีชมพูจางๆ กลับกลายเป็นความตึงเครียดในเสี้ยววินาที รินรดาขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณความระแวงภัยทำงานทันที เธอกวาดสายตามองหน้ามิลินที่รอยยิ้มซุกซนเมื่อครู่เลือนหายไป กลายเป็นความเรียบเฉยที่แฝงแววตื่นตัว "แขกไม่ได้รับเชิญมาแล้วสินะคะ" มิลินพึมพำเสียงเบา ประตูห้องจัดแสดงถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างท้วมของ 'อนันต์' กรรมการบริหารอาวุโสแห่ง1 สมาคมศิลปวัฒนธรรมก้าวเดินเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง ด้านหลังของเขาคือผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวออนไลน์สายวัฒนธรรมสองราย พร้อมด้วยแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปที่สาดส่องเข้ามาอย่างไร้ความเกรงใจ "เกิดอะไรขึ้นคะ คุณอนันต์ ถึงได้พาคนบุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้" รินรดาปรับสีหน้ากลับเป็นความเย็นชาไร้ความรู้สึกได้ในเสี้ยววินาที เธอเดินออกไปขวางหน้า เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงอำนาจในฐานะภัณฑารักษ์ผู้ดูแลสถานที่ อนันต์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองผลงานศิลปะชิ้นเอกที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องด้วยแววตาสมเพชระคนเย้ยหยัน "พื้นที่ส่วนตัวอะไรกันคุณรินรดา หอศิลป์แห่งนี้เป็นสมบัติของสาธารณะ แต่พวกคุณกลับใช้มันซุกซ่อนเรื่องเน่าเฟะเอาไว้!" มิลินหรี่ตาลงก้าวเข้ามาเคียงข้างรินรดา มือเรียวยาวเอื้อมไปควชายเสื้อสูทของภัณฑารักษ์สาวเบาๆ เป็นเชิงส่งสัญญาณเตือน "ระวังตัวหน่อยนะคะ หมูตอนตัวนี้ดูเหมือนจะพกอาวุธมาด้วย" เธอ กระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน อนันต์ไม่รอช้า เขาโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังปึก สะท้อนก้องความเงียบงันในห้องจัดแสดง "นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญ!" ออนันต์ประกาศกร้าว จงใจเปล่งเสียงให้ดังพอที่นักข่าวทั้งสองคนจะเก็บบันทึกภาพและเสียงไว้ได้อย่างชัดเจน "ภาพถ่ายการลักลอบนำเข้าผลงานศิลปะปลอมแปลง และเอกสารการยักยอกงบประมาณบูรณะหอศิลป์ โดยมีลายเซ็นอนุมัติของคุณ... รินรดา!" รินรดาก้มมองแฟ้มเอกสารนั้น แววตาไหววูบไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตกใจที่เห็นเอกสารปลอมแปลงเหล่านั้นถูกทำขึ้นมาแนบเนียนจนแทบแยกไม่ออก ลายเซ็นของเธอถูกปลอมได้อย่างไร้ที่ติ "คุณกำลังกล่าวหาฉันด้วยเอกสารขยะพวกนี้เนี่ยนะคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงเยือกเย็นและทรงพลังสะกดข่มบรรยากาศรอบตัวให้กดดันขึ้นมาทันที "ถ้าคุณมีความรู้ด้านกฎหมายสักนิด คุณคงรู้ว่าการกล่าวหาลอยๆ แบบนี้ มีโทษทางอาญาฐานหมิ่นประมาท" "ปากดีไปเถอะ!" ออนันต์ยิ้มเยาะอย่างได้ใจ หันไปพยักหน้าให้ผู้สื่อข่าว "คุณนักข่าวครับ ช่วยกันกระจายข่าวนี้ออกไปให้สังคมได้รู้ว่า หอศิลป์ที่ขึ้นชื่อว่าบริสุทธิ์ผุดผ่องแห่งนี้ แท้จริงแล้วเป็นแค่แหล่งฟอกเงินและแหล่งรวมงานศิลปะเกรดต่ำของยัยภัณฑารักษ์หน้าเลือดกับเด็กเส้นคนนี้!" สถานการณ์ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก แฟลชกล้องยังคงรัวยับเยิน มิลินขบกรามแน่น ดวงตาคู่สวยประกายวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอกำลังจะก้าวออกไปซัดหน้าไอ้แก่สารเลวคนนั้นสักหมัดข้อหาพ่นวาจาจัญไรใส่รินรดา แต่ทว่า... มือบางของรินรดากลับเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้เสียก่อน รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้เรียบสนิท ไร้ความตระหนกใดๆ เธอกำลังจะเปิดปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนตามแบบฉบับของภัณฑารักษ์มือหนึ่ง ทว่า... ก่อนที่คำพูดโต้แย้งทรงพลังจะหลุดจากริมฝีปาก เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานก็ดังขึ้นจากความมืดตรงประตูทางเข้าด้านหลังกลุ่มนักข่าว *แปะ... แปะ... แปะ...* "ช่างเป็นการแสดงงิ้วที่น่าสนุกเสียจริงนะคะ... คุณอนันต์" เสียงทุ้มหวานแต่เยือกเย็นจนกระดูกสันหลังวาบสะท้านดังขึ้น ร่างระหงในชุดสูทผ้าไหมสีดำสนิทก้าวพ้นเงาสลัวเข้ามาในแสงไฟ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่มาเยือนใหม่ชัดเจน ส่วนมิลินถึงกับผะงะไปครึ่งก้าวด้วยความคาดไม่ถึง รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากของแขกผู้มาใหม่ ไม่ใช่รอยยิ้มที่เป็นมิตร... แต่มันคือรอยยิ้มของมัจจุราชที่ถือเคียวรอเวลาปลิดชีพ "สวัสดีค่ะทุกคน... พอดีฉันบังเอิญผ่านมา และบังเอิญยิ่งกว่า... ที่ถือ 'ต้นฉบับจริง' ของเอกสารที่พวกคุณกำลังตื่นเต้นกันอยู่พอดีเลยค่ะ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาตลอดนะคะ หวังว่าจะชอบความแซ่บในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%