เสียงสนิมเหล็กที่เสียดสีกันจนเกิดเสียงแหลมสูงบาดแก้วหูคือสิ่งสุดท้ายที่รินรดารับรู้ ก่อนที่ความมืดมิดจะเข้าครอบคลุมโถงทางเดินไร้หน้าต่างของหอศิลป์แห่งนี้ กลิ่นอับชื้นของสีน้ำมันเก่าเก็บผสมกับกลิ่นโลหะเย็นเยียบโชยเข้าปะทะจมูก ลมหายใจของรินรดาสั่นพร่าขณะที่เธอยังคงถูกกดทับด้วยแผ่นหลังที่แนบสนิทกับกำแพงอิฐเปลือย โดยมีร่างของมิลินกักขังเธอไว้ในวงแขน
“ดูเหมือนเราจะกลายเป็นหนูติดจั่นเข้าจริงๆ แล้วนะคะ... ภัณฑารักษ์ผู้แสนเพอร์เฟกต์”
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูของมิลินมาพร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่จงใจเป่ารดผิวเนื้อ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา เธอไม่ได้กลัวคนพวกนั้น แต่เธอกลัว ‘ระยะห่าง’ ที่ลดน้อยลงจนแทบจะเป็นศูนย์ระหว่างเธอกับหญิงสาวตรงหน้านี้มากกว่า
“ถอยไป มิลิน นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นเกมประสาท” รินรดาแค่นเสียงลอดไรฟัน พยายามดันไหล่คนตัวเล็กกว่าออก แต่ดูเหมือนแรงต้านนั้นจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร
มิลินไม่เพียงแต่ไม่ถอยกลับ แต่เธอยังขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะสัมผัสกัน มิลินใช้นิ้วเรียวสวยปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของอีกฝ่ายออกช้าๆ สายตาคมกริบนั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังไหวระริกของรินรดาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
“เล่นเกมงั้นหรือคะ? ฉันกำลังช่วยคุณคัดกรองความกลัวอยู่ต่างหาก” มิลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “คุณรินรดาคะ... รู้ไหมว่าเวลาที่คุณพยายามทำตัวเย็นชาทั้งที่ใจเต้นแรงจนฉันได้ยินเสียงน่ะ มันน่ารังแกแค่ไหน”
“อย่ามาหลงตัวเอง ฉันแค่... อึดอัด”
“อึดอัดเพราะประตูมันถูกล็อก หรืออึดอัดเพราะกลิ่นน้ำหอมของฉันกันแน่คะที่ทำให้คุณไม่มีสมาธิ” มิลินยกมือข้างหนึ่งขึ้นวางทาบกับผนังข้างศีรษะของรินรดา กักขังเธอไว้อย่างเบ็ดเสร็จ “คนเนี้ยบๆ อย่างคุณมักจะเกลียดการสูญเสียการควบคุมสินะคะ แต่เชื่อมั้ย... ยิ่งคุณพยายามคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามระเบียบเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้ฉันเห็นมากขึ้นเท่านั้น”
รินรดาตวัดสายตาคมกริบตอบ “พูดมากนักนะ... ถ้าคนพวกนั้นเข้ามาเจอเราในสภาพนี้ เธอจะรับผิดชอบยังไง”
“ก็แค่สร้างงานศิลปะชิ้นใหม่... ศิลปะที่บันทึกความทรงจำว่า ‘ภัณฑารักษ์หน้านิ่ง’ กำลังสั่นกลัวจนลืมหายใจในอ้อมกอดของฉันยังไงล่ะคะ”
คำพูดนั้นไม่ได้มีเพียงความโอหัง แต่มันแฝงด้วยความหลงใหลที่ดิบเถื่อนจนรินรดาต้องเบือนหน้าหนี ทว่ามิลินกลับใช้ปลายนิ้วเชยคางมนให้กลับมาสบตากันอีกครั้ง แรงสัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับหนักแน่นจนรินรดาขยับหนีไม่ได้ หัวใจของภัณฑารักษ์สาวเต้นรัวเหมือนกลองรบที่กำลังจะพ่ายแพ้ต่อทัพหน้าอย่างมิลิน
“มิลิน...” รินรดาเสียงสั่น “เราอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย เธอควรจะ...”
“ควรจะกลัว? ควรจะวางแผน? หรือควรจะยอมรับว่าในพื้นที่แคบๆ ที่ไม่มีใครเห็นนี้... เราสองคนต่างหากที่คือ ‘ความจริง’ เพียงอย่างเดียว”
มิลินขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากของเธอกระซิบผ่านริมฝีปากของรินรดาเพียงเสี้ยววินาที “คุณเก่งแต่ควบคุมงานศิลปะที่ตายแล้ว แต่กับความรู้สึกที่มันเต้นตุบๆ อยู่ในอกคุณตอนนี้... คุณกลับไม่รู้วิธีจัดการมันเลยสักนิด”
รินรดาไร้คำโต้ตอบ รสชาติของความพ่ายแพ้ในเกมคำพูดนี้มันช่างหวานล้ำจนน่าประหลาด เธอเป็นถึงภัณฑารักษ์ที่ใครต่อใครต่างเกรงขาม แต่กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับศิลปินสาวที่ทั้งร้ายกาจและเอาแต่ใจคนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่โถงทางเดินด้านนอกก็เงียบลง แต่แทนที่ด้วยเสียง ‘คลิก’ เบาๆ ของกลอนประตูที่ถูกไขจากด้านนอก ประตูเหล็กกันไฟที่ควรจะปิดตายค่อยๆ แง้มออกช้าๆ เผยให้เห็นแสงไฟฉายกราดไปมาในความมืด พร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนที่ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย
มิลินไม่รอช้า เธอคว้ามือรินรดาไว้แน่นก่อนจะกระชากร่างนั้นให้หมอบลงหลังแท่นวางประติมากรรมหินอ่อนที่ตั้งอยู่ใกล้ที่สุด รินรดาแทบจะขาดใจตายเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่สื่อความหมายว่า *‘เงียบไว้’*
ในความมืดที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างแผ่วเบา รินรดาเงยหน้าขึ้นมองมิลินที่กำลังจ้องไปยังทิศทางของคนแปลกหน้า ดวงตาของมิลินในตอนนี้ไม่มีความขี้เล่นหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเย็นชาและแววตาของผู้ล่าที่พร้อมจะปะทะ
“รินรดาคะ” มิลินกระซิบเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ถ้าพวกมันเดินมาถึงตรงนี้... ต่อให้ต้องทำอะไรที่เกินเลยไปกว่าแค่คำพูด ฉันก็จะไม่ปล่อยให้คุณเป็นอะไรไปเด็ดขาด... เตรียมตัวไว้นะคะ เพราะถ้าเราพลาดจังหวะนี้ไป ครั้งหน้าฉันจะไม่แค่รุกรินคุณด้วยคำพูดอย่างเดียวแน่”
วินาทีที่แสงไฟฉายกวาดมาใกล้ตำแหน่งที่ทั้งสองซ่อนตัว มิลินก็ขยับตัวเข้าหาความมืดมิดอีกครั้ง เธอเงื้อมือคว้าเศษแจกันเซรามิกที่แตกหักอยู่บนพื้นขึ้นมา พร้อมกับที่เงาร่างของชายคนหนึ่งเดินพ้นมุมเสาเข้ามา และสายตาของเขาก็หยุดชะงักลงที่ตรงกลางของห้องโถงที่ว่างเปล่า... สายตาที่มองตรงมายังที่ที่พวกเธอซ่อนตัวอยู่!
บลัดดี้แมรี่หวังว่าบทนี้จะทำให้รีดเดอร์ใจเต้นแรงไปพร้อมกับความลับที่กำลังจะเปิดเผยนะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันเสมอค่ะ
ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง•ตอนที่ 10
พื้นที่ส่วนตัว
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!