กลิ่นน้ำยาเคลือบผ้าใบผสมกับฝุ่นเก่าของห้องจัดแสดงร้างชั้นสาม ไม่ได้ทำให้รินรดาอยากสมาคมกับความสุนทรีย์ในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย สิ่งที่หญิงสาวสนใจมีเพียงรอยกรีดเฉียงสี่สิบห้าองศาบนผืนผ้าใบชิ้นเอกของศตวรรษที่สิบเก้า ซึ่งถูกทำลายอย่างจงใจเมื่อคืนก่อน
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือสีขาวยังคงกดทัชสกรีนแท็บเล็ตเช็คภาพจากกล้องวงจรปิดตัวที่ใช้งานได้ ทว่าแสงไฟฉุกเฉินกะพริบติดๆ ดับๆ กลับทำหน้าที่ได้แย่เสียยิ่งกว่าหิ่งห้อยอับแสง
"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าเป็นหุ่นยนต์ไร้จิตวิญญาณแบบนั้น ผู้บงการคงเดินหนีออกไปจิบไวน์ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ชาติปางก่อนแล้วค่ะท่านภัณฑารักษ์"
เสียงกวนประสาทที่ลอยมาจากมุมมืดของเสาหินอ่อน ทำให้รินรดาต้องผ่อนลมหายใจยาวเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ร่างสูงโปร่งของมิลินก้าวออกมาจากเงาสลัว เส้นผมสีเข้มรวบไว้ลวกๆ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย ศิลปินสาวจอมแสบไม่ได้มีทีท่าทุกข์ร้อนเลยสักนิดกับการที่ผลงาน (แม้จะไม่ใช่ของตัวเองโดยตรงแต่ก็อยู่ในความรับผิดชอบ) ถูกทำลาย
"ถ้าคุณมีเวลาว่างมาเดินแซะฉัน เอาสมองส่วนหน้าไปช่วยวิเคราะห์รอยคัตเตอร์บนผ้าใบนั่นดีกว่าค่ะมิลิน" รินรดาตอกกลับเสียงเรียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมพอกจะตัดกระจกให้ขาดได้ "รอยกรีดนี้คมกริบและใช้แรงกดสม่ำเสมอ... คนทำไม่ใช่พวก vandal โรคจิตสติหลุดแน่ๆ แต่เป็นคนที่มีความรู้เรื่องโครงสร้างศิลปะเป็นอย่างดี"
มิลินไม่โกรธสักนิดที่โดนย้อน หล่อนย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ร่นระยะห่างระหว่างกันจนรินรดาต้องเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเฉพาะตัวของศิลปินสาว—เจือจางด้วยกลิ่นสนิมเหล็กและสีน้ำมัน—โชยปะทะนาสิกจนน่าหงุดหงิดที่มันรบกวนสมาธิ
"รู้ลึกและรู้ดีขนาดนี้... คุณกำลังสงสัยฉันอยู่หรือเปล่าคะริน" มิลินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของอีกฝ่ายอย่างท้าทาย "ภัณฑารักษ์คนสวยคิดว่าฉันทำลายผลงานเพื่อเรียกร้องความสนใจงั้นเหรอคะ?"
"ฉันไม่ได้พูด" รินรดาเชิดหน้าขึ้น เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสบตากับอีกฝ่าย "แต่คนที่มีแรงจูงใจมากที่สุด มักจะเป็นคนที่เราคาดไม่ถึงเสมอ... และคุณ มิลิน คือคนที่ได้ประโยชน์ที่สุดถ้าหอศิลป์นี้ถูกสั่งปิด"
"โอ้โห ปักปรักำกันเก่งแบบนี้ ระวังจะตกหลุมรักคนทำเข้าสักวันนะคะ" มิลินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั่นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนรินรดาอยากจะหยิบแฟ้มเอกสารฟาดหน้าผากมนๆ นั่นสักที "แต่เสียใจด้วยนะ ฉันรักงานศิลปะมากกว่าจะทำลายมันด้วยมือตัวเอง... อีกอย่าง ถ้าฉันจะทำลายอะไรสักอย่าง ฉันเลือกทำลายกำแพงน้ำแข็งในใจคุณดีกว่า น่าสนุกกว่ากันเยอะ"
การปะทะฝีปากหยุดชะงักลงเมื่อแสงไฟฉุกเฉินบนเพดานดับวูบลงกะทันหัน ความมืดมิดกลืนกินห้องโถงกว้างทันที เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านกระจกโดมด้านบนลงมาสาดกระทบพื้น บรรยากาศกอธิคยามวิกาลกดทับลงมาจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจน
รินรดานิ่วหน้า คว(านหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทเพื่อเปิดไฟฉาย ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสตัวเครื่อง ข้อมือกลับถูกคว้าหมับด้วยมืออุ่นจัดของคนตรงหน้า แรงดึงเพียงนิดเดียวทำให้ร่างของภัณฑารักษ์สาวเซเข้าปะทะกับแผ่นอกนุ่มของศิลปินสาวโดยไม่ทันตั้งตัว
"อยาขยับค่ะ..." เสียงกระซิบกระซาบดังชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนรินรดารู้สึกวูบวาบอย่างประหลาด "มีคนอื่นอยู่ในห้องนี้..."
รินรดานิ่งค้าง หัวใจเต้นกระหน่ำจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน สายตาพยายามเพ่งฝ่าความมืดไปยังทางเข้าห้องจัดแสดงที่อยู่ไกลออกไป เงาร่างตะคุ่มของใครบางคนกำลังเคลื่อนไหวอยู่หลังม่านกำมะหยี่สีแดงเข้ม เสียงรองเท้ากระทบพื้นไม้ปาร์เกต์ดังเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ บ่งบอกว่าผู้บงการตัวจริงยังไม่ไปไหน และพวกเธอกำลังเดินเข้าสู่ ‘เกมไล่ล่า’ ที่อันตรายกว่าที่คิด
มิลินขยับมือเรียวลงมาประสานนิ้วเข้ากับมือของรินรดาแน่นขึ้น เป็นการส่งสัญญาณเตือนสลายความเย็นชาของอีกฝ่ายโดยปริยาย รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว—นี่ไม่ใช่การบุกรุกธรรมดา แต่พวกมันจงใจล่อให้พวกเธอติดกับในห้องนี้
ในจังหวะที่เงาร่างปริศนานั้นก้าวพ้นม่านกำมะหยี่ออกมา แสงจันทร์ก็สาดส่องลงมาพอดี เผยให้เห็นใบหน้าภายใต้ฮู้ดสีดำสนิท... และวัตถุโลหะสีเงินสะท้อนแสงไฟในมือของมัน
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากเตือน มิลินก็กระชากแขนเธอให้หลบหลังเสาหินอ่อนด้วยความเร็วสูง พร้อมๆ กับเสียงปืนเก็บเสียงที่ดัง *ฟึ่บ* เจาะทะลุกระจกตู้จัดแสดงด้านหลังแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ
ความตายเฉียดผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที ทว่าในความมืดและกลิ่นอายความหวาดกลัวนั้น ปลายนิ้วของมิลินที่ยังคงกุมมือรินรดาไว้แน่นกลับสั่นระริกเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เป็นความตื่นเต้นเร้าใจที่สะท้อนผ่านสัมผัสแนบแน่น
และก่อนที่รินรดาจะได้สะบัดมือออกเพื่อตั้งรับสถานการณ์ เสียงฝีเท้าหนักๆ อีกหลายคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงประตูเหล็กกันไฟถูกกระแทกปิดสนิทด้วยแรงมหาศาลจากด้านนอก... *พวกมันไม่ได้มาคนเดียว และตอนนี้ ทางหนีถูกตัดขาดแล้ว*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและฟินจิกหมอนไปกับบลัดดี้แมรี่นะคะ
ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง•ตอนที่ 9
เกมไล่ล่าและจับผิด
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!