ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง•ตอนที่ 14

เดิมพันสูงลิ่ว

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
“ปล่อยมือค่ะมิลิน นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นตลก” รินรดาสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอกระทบพื้นหินอ่อนในโถงทางเดินโรงพยาบาลจนเกิดเสียงก้องกังวาน ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะป้องกันตัวดูจะแตกร้าวไม่เป็นชิ้นดี ดวงตาคู่สวยสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด มือที่กำโทรศัพท์มือถือไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด มิลินขยับกายขวางทางเดินเอาไว้ ร่างโปร่งในชุดแจ็กเก็ตยีนส์ตัวโคร่งดูขัดกับบรรยากาศเคร่งเครียดของวอร์ดฉุกเฉิน เธอพิงไหล่กับผนัง พลางหมุนปากกาในมือเล่นด้วยท่าทีสบายๆ ที่ดูยียวนกวนประสาทคนตรงหน้าเสียเหลือเกิน “เล่นตลก? รินรดาคะ... คุณคิดว่าอาการหมดสติของ ‘คุณท่าน’ จะจบลงแค่การหามส่งโรงพยาบาลหรือไง?” มิลินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความวิตก “บอร์ดบริหารกำลังรุมทึ้งหอศิลป์เหมือนฝูงอีแร้งทันทีที่คุณหลุดตำแหน่งภัณฑารักษ์ ใครจะไปเชื่อว่าการที่ประธานหมดสติไปกลางลานจอดรถ มันเป็นแค่เรื่องอุบัติเหตุ” “คุณจะพูดอะไรกันแน่” รินรดากัดริมฝีปากแน่น “ฉันจะบอกว่า... ถ้าคุณอยากรักษาเก้าอี้ภัณฑารักษ์ไว้ ก็เลิกทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปงานศพแล้วฟังฉัน” มิลินก้าวเข้ามาประชิด ระยะห่างระหว่างกันลดน้อยลงจนได้กลิ่นหอมจางๆ จากน้ำหอมกลิ่นไม้หอมผสมกลิ่นสีน้ำมันที่เป็นเอกลักษณ์ของมิลิน “ฉันมีหลักฐานที่พวกนั้นพยายามจะปิดตาย... แต่มันมีราคาที่ต้องจ่าย” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ “ราคาเหรอ? ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมต่อรองกับศิลปินตกอับอย่างคุณหรอกนะ” “ปากดีจังนะคะ” มิลินหัวเราะในลำคอ จังหวะก้าวเท้าของเธอเชื่องช้าแต่หนักแน่น เธอต้อนอีกฝ่ายจนหลังชิดกับผนังเย็นเฉียบ “แต่ภัณฑารักษ์ที่แสนสมบูรณ์แบบอย่างคุณ ตอนนี้เหลือทางเลือกแค่ไหน? ยอมจำนนให้คนพวกนั้นเขี่ยทิ้ง หรือจะจับมือกับคนที่คุณเกลียดแสนเกลียดเพื่อพลิกเกม?” รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย ความกดดันจากตระกูลที่สั่งลงมาว่าห้ามมี ‘ความผิดพลาด’ ตลอดจนภาระหน้าที่ในหอศิลป์ที่เธอรักดั่งชีวิต ทำให้เธอตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ข้อแม้ของคุณคืออะไร” รินรดาถามเสียงเรียบ ทว่าสั่นเครือ มิลินโน้มตัวลงมา ใบหน้าห่างกันเพียงลมหายใจกั้น สายตาที่เคยมั่นใจเปลี่ยนเป็นดุดันและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน “คืนนี้... ที่สตูดิโอส่วนตัวของฉัน คุณต้องยอมให้ฉันทำในสิ่งที่อยากทำมาตลอดนับตั้งแต่วันแรกที่เจอคุณที่หอศิลป์นั้น” หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอรู้ดีว่าสายตาแบบนี้หมายความว่าอย่างไร มิลินไม่ได้ต้องการเงินหรืออำนาจ แต่กำลังรุกไล่เธอด้วยเกมที่อันตรายกว่านั้น “คุณมันบ้า” “ใช่ค่ะ ฉันบ้า” มิลินกระซิบชิดใบหู เสียงแหบพร่าทำเอาคนฟังขนลุกซู่ “บ้าพอที่จะช่วยคุณรอดพ้นจากนรกที่บ้านของคุณกำลังขุดไว้ให้... แต่คุณต้องเลิกทำหน้าตายใส่ฉัน แล้วตอบมาว่าจะรับข้อเสนอนี้ไหม” มือของมิลินเลื่อนขึ้นมาจัดปอยผมที่ปรกหน้าของรินรดาอย่างเบามือ สัมผัสที่แผ่วเบาขัดกับสถานการณ์อันตึงเครียด มันเป็นสัมผัสที่อาบยาพิษหวานล้ำซึ่งรินรดาเองก็รู้ดีว่าเธอไม่มีทางต้านทาน ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนหลายคนก็ดังมาจากสุดทางเดิน รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของเลขาส่วนตัวของคุณท่านเดินนำกลุ่มชายชุดดำตรงมายังจุดที่พวกเธออยู่ “คุณรินรดาครับ... ทางบอร์ดเรียกประชุมด่วนครับ” ชายชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ ก่อนจะเหลือบมองมิลินด้วยสายตาเหยียดหยาม “รวมถึงเรื่องที่คุณพาคนนอกเข้ามาวุ่นวายในพื้นที่เขตโรงพยาบาลด้วย” รินรดาสะดุ้ง แต่ก่อนที่เธอจะได้ตอบโต้ มือของมิลินกลับเลื่อนลงมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แล้วดึงให้เธอหลบไปข้างหลังตนเอง มิลินยืนเผชิญหน้ากับกลุ่มคนเหล่านั้นด้วยท่าทีไม่สะทกสะท้าน “ถ้าอยากจะประชุมนัก ก็รอให้คนของฉันทำธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อน” มิลินเอ่ยพลางยิ้มเย็น “หรือถ้าพวกคุณรีบมาก... ก็เชิญไปรอในห้องประชุมให้รากงอกเล่นไปก่อน เพราะคุณรินรดาต้องไปกับฉัน” รินรดาใจหายวาบ เธอสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่ข้อมือของมิลินที่บอกเป็นนัยว่า ‘ตามมา’ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เหมือนเข็มนาฬิกากำลังหมุนนับถอยหลังสู่หายนะ มิลินตัดสินใจพาเธอหมุนตัวหันหลังแล้วก้าวเดินไปในทิศทางตรงกันข้ามกับกลุ่มชายชุดดำ “มิลิน! คุณจะพาฉันไปไหน!” มิลินไม่ตอบ เธอเพียงแค่หยุดกะทันหันในมุมมืดของทางเดินหนีไฟ ก่อนจะกดรินรดาเข้ากับผนัง ล็อคตัวไว้ด้วยวงแขนทั้งสองข้าง ในขณะที่เสียงรองเท้าของกลุ่มชายชุดดำกำลังใกล้เข้ามาทุกที “ถ้าออกไปทางนั้น คุณจบเห่แน่” มิลินกระซิบพลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยริมฝีปากของรินรดา “ตอนนี้... คุณมีสองทางเลือก ทางแรกคือยอมถูกลากไปเข้าห้องเชือด หรือทางที่สอง... ยอมให้ฉันจูบเพื่อเป็นค่าผ่านทางไปสู่ความลับที่พวกนั้นซ่อนไว้ในห้องทำงานของคุณท่าน” รินรดามองลึกเข้าไปในดวงตาของมิลิน เธอเห็นความมุ่งมั่นและความปรารถนาที่ไม่มีวันปิดบังได้ ก่อนที่มิลินจะก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน เสียงเปิดประตูหนีไฟดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟจากไฟฉายที่ส่องกราดเข้ามาในความมืด! ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ บลัดดี้แมรี่จะรีบกลับมาเขียนตอนถัดไปให้ฟินกันต่อค่ะ!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%