"ขอโทษด้วยค่ะ... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะล็อกห้อง..."
เสียงกุญแจกระทบกันกริ๊กรวมถึงแรงเหวี่ยงจากกลไกสปริงของบานประตูเหล็กหนาหนักที่ปิดตายดังสนั่น ก้องกังวานไปทั่วห้องเก็บผลงานศิลปะใต้ดินของหอศิลป์ร้าง รินรดาถึงกับชะงักค้าง มือเรียวที่กำลังถือแฟ้มเอกสารงบประมาณสั่นน้อยๆ เมื่อหันกลับไปพบว่าลูกบิดประตูหลุดติดมือออกมาพร้อมกับเดือยล็อกที่หักงอคาเบ้า
ให้ตายสิ... ระบบรักษาความปลอดภัยโบราณของตึกนี้รวนอีกแล้ว และเธอกับยัยตัวแสบก็เพิ่งถูกขังไว้ในห้องมืดทึบไร้สัญญาณโทรศัพท์โดยสมบูรณ์
"อุ๊ย ตายแล้ว... ภัณฑารักษ์ผู้แสนเพอร์เฟกต์ทำพลาดท่าเสียแล้วเหรอคะเนี่ย?"
เสียงใสติดจะกวนประสาทดังขึ้นมาจากมุมมืดของชั้นวางโครงเหล็กจัดเก็บภาพเขียน มิลินก้าวออกมาจากเงาสลัว แสงไฟฉุกเฉินสีส้มอมแดงสลัวรางสะท้อนกับดวงตาคู่คมที่พราวระยับด้วยความขบขัน รอยยิ้มมุมปากของศิลปินสาวแสบสันต์คนนี้ช่างน่าหมั่นไส้เสียจนรินรดาอยากจะเอาแฟ้มเอกสารฟาดหน้าผากสักที สองปีก่อนเธอกับยัยนี่เป็นแค่คู่กัดที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างจำยอม แต่นับวัน... ระยะห่างระหว่างพวกเธอกลับลดลงเรื่อยๆ จนน่ากลัว
"ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะคะคุณมิลิน ช่วยมาดูตรงนี้หน่อยสิคะ ไม่ใช่มาลอยหน้าลอยตาอยู่แถวนี้" รินรดาเชิดหน้าขึ้น กลบเกลื่อนความตระหนกด้วยท่าทีเย็นชาตามความคุ้นชิน
"โอ๊ะ โอ๋... เรียกใช้งานคนอื่นเขาก็ต้องมีมารยาทกว่านี้หน่อยสิคะท่านภัณฑารักษ์ หรือว่ากลัวจนตัวสั่นหมดแล้ว?"
มิลินก้าวเข้าไปใกล้ รินรดารู้สึกได้ถึงอุณหภูมิความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวของอีกฝ่ายในระยะประชิด กลิ่นอายเฉพาะตัวของสีน้ำมันและกลิ่นหอมเจือจางของดอกไม้ป่าลอยแตะจมูก ท่ามกลางความเงียบงัดและอับทึบของห้องใต้ดิน บรรยากาศกอธิคโรมานซ์รอบตัวดูเหมือนจะบีบให้ช่องว่างระหว่างพวกเธอลดลงเรื่อยๆ จนแทบไม่มีอากาศหายใจ
รินรดาถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางงานศิลปะ มิลินใช้มือข้างหนึ่งทาบลงบนโครงเหล็กกั้นขวางทางถอยของเธอไว้ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาซุกซนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งจริงจังที่คาดเดาไม่ได้
"ปล่อยนะคะ มิลิน... คุณเล่นเกินไปแล้ว" รินรดาเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนเห็นงบประมาณติดลบเสียอีก
"เปลaเสียหน่อยค่ะ... ฉันแค่กำลังคิดว่า คนที่แบกความคาดหวังของตระกูลไว้ทั้งตระกูล ทำไมถึงยังทำตัวแข็งกระด้างใส่โลกใบนี้ได้ขนาดนี้นะ รินรดา"
คำพูดนั้นทำเอารินรดาชะงักกึก ดวงตาสีนิลไหววูบอย่างปิดไม่มิด ปมในใจที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของภัณฑารักษ์ผู้ไร้ที่ติถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างง่ายดายด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำจากปากของคนตรงหน้า
"คุณรู้... อะไรเกี่ยวกับฉัน..." เสียงของรินรดาแผ่วเบาลงโดยไม่รู้ตัว ความเยือกเย็นที่เคยมีสลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเปราะบางที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยทิฐิ
"รู้สิคะ... รู้ว่าคุณเหนื่อยแค่ไหนที่ต้องคอยทำตามกรอบที่พ่อแม่ขีดไว้ รู้ว่าคุณเกลียดการพ่ายแพ้แค่ไหน และ... รู้ว่าภายใต้ชุดสูทเนียบๆ กับใบหน้าบึ้งตึงนั่น คุณกำลังร้องไห้ข้างในอยู่"
นิ้วเรียวของมิลินเอื้อมมาแตะที่ปลายคางของรินรดาอย่างแผ่วเบา บังคับให้เธอกลับมาสบตา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสัมผัสนั้นสั่นคลอนหัวใจที่ด้านชามานานของเธอได้รุนแรงเพียงใด รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บกดมาเนิ่นนานพรั่งพรูขึ้นมาจุกที่ลำคอ
"แล้วคุณล่ะ... มิลิน... คนที่ทำตัวแหกคอก ปั้นงานศิลปะที่ไม่มีใครเข้าใจ หนีออกจากบ้านมาใช้ชีวิตตามอำเภอใจ คุณมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินฉัน?" รินรดาเค้นเสียงถาม กลับกลายเป็นการระบายความอัดอั้นของตัวเองออกมาบ้าง ไดอะล็อกโต้ตอบที่เฉือดเฉือนเปลี่ยนเป็นความเปราะบางที่น่าค้นหา
มิลินเงียบไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มกวนประสาทจางหายไปจากใบหน้า แววตาของศิลปินสาวไหววูบคล้ายมีร่องรอยความเจ็บปวดซ่อนอยู่ลึกๆ
"ใช่ค่ะ... ฉันมันพวกแหกคอก ฉันหนีออกจากบ้านมาเพราะตระกูลของฉันมองว่าศิลปะมันไร้ค่า เป็นแค่เรื่องเพ้อเจ้อของเด็กไม่รู้จักโต... ทุกภาพที่ฉันวาด ไม่เคยมีค่าอะไรในสายตาของคนที่บ้านเลยสักนิด" มิลินยิ้มหยันให้กับตัวเอง แววตาเศร้าสร้อยที่แสดงออกมาวบวาบทำเอารินรดารู้สึกเจ็บแปลบในอกอย่างประหลาด
มือที่เคยตั้งท่าต่อต้าน ค่อยๆ ยกขึ้นแตะที่หลังมือของมิลินที่ยังคงประคองคางเธออยู่ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของทั้งสองคนถ่ายทอดความรู้สึกที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูดออกมาได้ ความเจ็บปวดจากปมของครอบครัวที่คล้ายคลึงกัน กลับกลายเป็นสะพานเชื่อมโยงหัวใจสองดวงเข้าหากันในความมืดมิด
"บางที... เราก็อาจจะเจ็บปวดจากเรื่องเดียวกันนะคะ" รินรดากระซิบเสียงแผ่ว ความเย่อหยิ่งทลายลงสิ้นเชิง
มิลินขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากของทั้งคู่แนบชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความหวานปนความขมปร่าที่ลึกล้ำ ชวนให้หัวใจเต้นระทึกจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"งั้นเรามาแลกเปลี่ยนความลับกันดีไหมคะ... ภัณฑารักษ์คนเก่ง?" มิลินกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าด้วยแรงอารมณ์ "ถ้าคุณยอมบอกฉันว่า... ทำไมเวลาอยู่ใกล้ฉัน หัวใจคุณถึงได้เต้นดังขนาดนี้..."
ดวงตากลมโตของมิลินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดา ราวกับจะอ่านใจเธอบนเส้นด้ายแห่งความรู้สึกที่ตึงเครียด รินรดากลั้นหายใจ สมองขาวโพลนไปหมด เธอไม่รู้จะหาคำพูดไหนมาปฏิเสธ หรือแม้แต่จะเบือนหน้าหนี
แกร็ก!
เสียงกลอนประตูกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับแสงไฟนีออนสว่างวาบสาดส่องเข้ามาในห้องเก็บงาน ทำลายบรรยากาศสีชมพูหม่นปนความเร่าร้อนเมื่อครู่อย่างไม่ใยดี
"คุณรินรดาครับ! เอกสารงบประมาณจัดแสดงนิทรรศการรอบหน้า... เอ๊ะ... ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย?"
เสียงของเจ้าหน้าที่หนุ่มรุ่นน้องดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับสีหน้าเลิกลั่กที่มองเห็นภาพภัณฑารักษ์สาวคนสวยยืนชิดติดกับศิลปินจอมแสบในระยะประชิดชนิดที่เรียกว่าแนบเนื้อ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง•ตอนที่ 6
ความลับในเงามืด
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!