ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง•ตอนที่ 7

แรงดึงดูดที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
เสียงกระแอมกระחักของเจ้าหน้าที่หนุ่มรุ่นน้องที่ดังขึ้นอย่างผิดจังหวะ ราวกับมีดผ่าเหล่าที่กรีดแทรกบรรยากาศอึมครึมระหว่างเราสองคนให้ขาดวิ่น รินรดา สะดุ้งเฮือกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ไขสันหลัง เธอดันร่างของตัวเองถอยหลังออกห่างจากฉันอย่างรวดเร็วจนเกือบสะดุดขอบลังไม้เก่าคร่ำคร่า สองมือเรียวรีบจัดระเบียบเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ยับยู่ยี่จากการเบียดเสียดเมื่อครู่ ใบหน้าหวานคมที่เคยนิ่งสนิทดั่งรูปปั้นหินอ่อน บัดนี้กลับขึ้นสีแดงจัดลามเลียไปจนถึงใบหู ร่างบางพยายามซ่อนความปั่นป่วนไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นที่สั่นระริก "เอ่อ... คือว่า... ผมแค่มารายงานเรื่องการเคลื่อนย้ายภาพวาดชุดสุดท้ายครับคุณริน" น้องเจ้าหน้าที่หนุ่มก้มหน้ามองพื้นทันที ขาเรียวเล็กก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความเลิกลั่ก ใบหน้าเหเกร็งคล้ายคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อตระหนักว่าตนเองดันเข้ามาขัดจังหวะเวลา 'หน้าสิ่วหน้าขวาด' เข้าอย่างจัง ฉันปรายตามองลูกน้องตัวดีที่ยืนตัวลีบเป็นกุ้งแห้งด้วยรอยยิ้มมุมปาก นึกสนุกอยากจะแกล้งคนหน้าบางให้สติหลุดเล่นเสียหน่อย จึงจงใจเอียงคอเล็กน้อยแล้วก้าวเข้าไปหารินรดาอีกครั้งอย่างไม่เกรงกลอก พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจให้กังวานอยู่ในลำคอ "ไม่เป็นไรค่ะน้องกรณ์... พวกเราแค่กำลัง 'ตกลงรายละเอียด' งานศิลปะชิ้นเอกชิ้นสุดท้ายกันอยู่... จริงไหมคะคุณภัณฑารักษ์?" ฉันเน้นเสียงคำว่าตกลงรายละเอียดพร้อมกับส่งสายตาแพรวพราวระยิบระยับไปให้คนตรงหน้า รินรดาตวัดสายตาดุๆ กลับมาทันที นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความขัดเคืองที่ถูกฉันต้อนจนมุม ปากเรียวบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะเอ่ยลอดไรฟันออกมาเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคน "คุณมิลิน... หุบปากแล้วถอยไปไกลๆ เลยนะคะ" "อุ๊ย... ดุจังเลยค่ะคนสวย เมื่อกี้ยังตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขนฉันอยู่เลยแท้ๆ" ฉันกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ จงใจโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูขาวสะอาดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น ร่างบางสะดุ้งเฮือกอีกรอบด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นอย่างเหลืออดก่อนที่เธอจะหันไปออกคำสั่งเสียงแข็งกับเจ้าหน้าที่หนุ่มที่ยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ตรงประตู "ออกไปรอข้างนอกก่อนค่ะคุณกรณ์! เดี๋ยวฉันตามออกไปจัดการเอกสารต่อ!" "ครับ! ครับผมคุณริน!" เจ้าหน้าที่หนุ่มรับคำเสียงหลง รีบหมุนตัวจ้ำอ้าวออกจากห้องโถงร้างทันทีราวกับกลัวว่าตัวเองจะโดนลูกหลงจากรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากตัวภัณฑารักษ์สาว เมื่อประตูไม้บานใหญ่ปิดสนิทลง ความเงียบงันก็กลับมาปกคลุมพื้นที่กว้างขวางของหอศิลป์ร้างอีกครั้ง มีเพียงฝุ่นละอองที่ลอยวนเวียนอยู่ท่ามกลางแสงสลัวจากช่องหน้าต่างบานสูง รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอยกมือขึ้นกอดอกเพื่อสร้างกำแพงป้องกันตัวเองจากฉัน ทว่าดวงตาที่ไหวระริกนั้นกลับทรยศความนิ่งเฉยเสียหมดสิ้น "คุณสนุกมากไหมคะที่ได้แกล้งฉันแบบนี้?" เสียงหวานติดจะสั่นพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้น เธอจ้องหน้าฉันเขม็ง ราวกับต้องการใช้สายตาเฉียบคมนี้พิฆาตฉันให้ทะลุเป็นรู "สนุกสิคะ... โดยเฉพาะเวลาที่ได้เห็นคุณสูญเสียความควบคุมแบบเมื่อกี้" ฉันก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้งอย่างไม่ยอมลดละ ร่างสูงโปร่งของศิลปินสาวกดดันคนตัวเล็กกว่าให้ถอยร่นจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นวางหนังสือโบราณ ฉันใช้มือข้างหนึ่งยันขอบชั้นไม้ไว้ กักขังเธอให้อยู่ในพื้นที่วงแขนของฉันเพียงลำพัง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายความเครียดจากการทำงานลอยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของรินรดาที่ทำให้ประสาทสัมผัสของฉันตื่นตัวอย่างประหลาด รินรดากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่กระชั้นชิดขึ้น ดวงตาคู่คมหลบตาฉันชั่วขณะเมื่อระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงคืบเดียว "คุณมัน... คนไร้ยางอาย..." เธอกล่าวหาด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว ไร้ซึ่งพลังอำนาจในการข่มขู่ใดๆ ทั้งสิ้น "ไร้ยางอายแค่กับคุณคนเดียวนั่นแหละค่ะ" ฉันโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มที่สั่นระริก "ยอมรับมาเถอะค่ะริน... ว่าหัวใจคุณไม่ได้นิ่งสนิทเหมือนกับสีหน้าตอนนี้เลยสักนิด... ทำไมล่ะคะ? กลัวว่าตัวเองจะเผลอใจให้ศิลปินจอมแสบคนนี้เข้าจริงๆ หรือไง?" คำพูดทิ่มแทงที่ตรงไปตรงมาทำให้รินรดาชะงักงัน เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อขับไล่ความปั่นป่วนที่กำลังตีรวนอยู่ในอก ปมในใจเรื่องความคาดหวังของครอบครัวและระเบียบวินัยอันเคร่งครัดที่เธอแบกรับไว้มาตลอดชีวิตกำลังปะทะกับแรงดึงดูดดิบเถื่อนที่ฉันมอบให้อย่างไร้ทางหลีกเลี่ยง มือเรียวที่กอดอกอยู่ค่อยๆ คลายออก เธอยกมือขึ้นหมายจะดันแผงอกฉันให้ออกห่าง ทว่าปลายนิ้วกลับสั่นเทาจนน่าใจหาย "ปล่อยฉันนะคะ... มิลิน..." น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นอ้อนวอนโดยไม่รู้ตัว มันเป็นความอ่อนแอที่หาดูได้ยากยิ่งจากภัณฑารักษ์หน้าตายคนนี้ และนั่นแหละ... คือสิ่งที่ทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบ ฉันชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อเห็นแววตาไหววุ่นที่ฉายชัดความเปราะบางอยู่ภายใน ความตั้งใจที่จะแกล้งหยอกล้อเพื่อให้เธอจนมุมกลับมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มและลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม นิ้วมือของฉันยื่นออกไปโดยสัญชาตญาณ ปลายเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาเคลียแก้มเนียนใสอย่างเบามือที่สุด รินรดาหลับตาลงรับสัมผัสแผ่วเบานั้นโดยไม่ได้ขัดขืน ร่างกายของเธอยังคงแนบชิดติดกับชั้นวางหนังสือ และลมหายใจของเราก็ผสานเป็นจังหวะเดียวกันอย่างลืมตัว "ถ้าฉันไม่ปล่อยล่ะคะ..." ฉันกระซิบแผ่วเบาราวกับละเมอ ริมฝีปากของเราอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซ็นติเมตร จนฉันเกือบจะอดใจไม่ไหวที่จะข้ามเส้นแบ่งเขตปลอดภัยที่เธอสร้างขึ้น ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกที่ทำลายมนต์สะกดทุกอย่างจนพังทลาย "คุณรินครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ภาพวาดชิ้นเอกในห้องจัดแสดงหลัก... มันหายไปครับ!" รินรดาเบิกตากว้างขึ้นทันที สติสัมปชัญญะทั้งหมดพุ่งกลับเข้าร่างในเสี้ยววินาที เธอดันอกฉันออกสุดแรงด้วยความตกใจ ก่อนจะหันขวับไปมองประตูห้องที่กำลังจะถูกเปิดออกด้วยหัวใจที่เต้นรำระส่ำระสาย *** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%