เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ ก้องกังวานในความเงียบงดงามแต่ชวนขนหัวลุกของห้องเก็บของใต้ดิน เสียงสัญญาณเตือนภัยยังคงแผดเสียงแหลมสูง บีบเค้นประสาทสัมผัสจนแทบแหลกสลาย ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องทาบทับใบหน้าของคนทั้งคู่ให้กลายเป็นสีเลือด รินรดาผงะถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นวางจัดเก็บเอกสารโบราณจนฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย ในขณะที่มิลิน—หญิงสาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด—กลับเอื้อมมือคว้าข้อมือเรียวของภัณฑารักษ์สาวเอาไว้แน่นราวกับต้องการส่งผ่านความมั่นคงผ่านปลายนิ้วที่เย็นเฉียบ
"นิ่งไว้" กระแสเสียงของมิลินต่ำพร่าและจริงจังกว่าทุกครั้ง ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองไปที่บานประตูเหล็กหนาทึบที่สั่นสะเทือนเบาๆ จากแรงดันลมด้านนอก
"ใคร..." รินรดาเปล่งเสียงออกมาได้เพียงคำเดียว ลำคอแห้งผากราวกับถูกแผดเผาด้วยความตื่นตระหนก ไม่ใช่เพราะกลัวภัยอันตรายจากตัวอาคาร แต่เพราะความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนเกินความจำเป็นในพื้นที่จำกัดนี้กำลังทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ มิลินขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นอกของพวกเธอแทบแนบติดกัน กลิ่นกายหอมกรุ่นเจือกลิ่นสีน้ำมันและฝุ่นละอองจางๆ กลายเป็นสิ่งเดียวที่รินรดารับรู้ท่ามกลางความโกลาหล
*แอ๊ด...*
เสียงบานประตูเหล็กเก่าแก่ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างสูงโปรดของ 'ใครบางคน' ที่ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา แสงไฟฉุกเฉินสีแดงวาบผ่านใบหน้าคมคายและแววตาเรียบนิ่งที่คุ้นเคยจนเกินไป—นภัทร ผู้อำนวยการหนุ่มผู้กุมความลับครึ่งหนึ่งของหอศิลป์ร้างแห่งนี้ ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยราਤกับว่านี่ไม่ใช่สถานการณ์วิกฤต แต่เป็นเพียงการเดินตรวจงานตามปกติ
"คิดว่าติดอยู่ข้างในกันสองคนแล้วจะมีความสุขกันตามลำพังหรือคะ คุณรินรดา" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเย้าแหย่หลุดออกจากริมฝีปากของนภัทร ทว่าสายตาของเขากลับกวาดมองมือของมิลินที่ยังคงกุมข้อมือของรินรดาไว้อย่างแนบแน่นด้วยประกายตาดุจคมมีด
รินรดารีบดึงมือตัวเองกลับราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคืองขัดปนความอับอาย เธอยืดตัวตรงพยายามเรียกคืนท่าทีสุขุมเยือกเย็นที่เป็นเกราะกำบังมาตลอดชีวิต "คุณนภัทรเข้ามาได้ยังไงคะ? ระบบความปลอดภัยถูกล็อกไว้จากด้านนอก..."
"ถ้ามัวแต่รอให้ระบบเปิดเอง พวกคุณคงได้กลายเป็นศิลปวัตถุชิ้นใหม่ในห้องนี้แน่ค่ะ" นภัทรตัดบทด้วยรอยยิ้มมุมปากที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ข้าวของกระจัดกระจายจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ "แล้วก็... เลิกทำหน้าเหมือนฉันไปขัดจังหวะอะไรสำคัญสักทีเถอะค่ะ ทางออกฉุกเฉินเปิดแล้ว เชิญค่ะ"
มิลินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องมองผู้อำนวยการหนุ่มอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิด ฉันอาจจะพารินรดาทะลุกำแพงหนีออกไปเองแล้วก็ได้ค่ะ ไม่รบกวนให้คุณมาทำตัวเป็นฮีโร่ขัดตาทัพหรอกนะคะ"
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะคะ คุณมิลิน ระวังเถอะค่ะ... ปากแบบนี้แหละที่จะพาตัวเองไปตกหลุมพรางที่คนอื่นขุดไว้โดยไม่รู้ตัว" นภัทรตอบกลับทันควัน ไดอะล็อกคมคายระหว่างทั้งคู่พุ่งชนกันราวกับประกายไฟกระทบน้ำมัน รินรดากลอกตาด้วยความเหนื่อยหน่ายระคนโล่งใจ เธอก้าวเดินนำหน้าทั้งคู่ผ่านประตูเหล็กออกสู่ทางเดินหลักที่ระบบไฟสำรองเริ่มทำงานแล้ว
บรรยากาศตึงเครียดค่อยๆ คลี่คลายลงเมื่อพวกเ였เดินขึ้นมาถึงชั้นจัดแสดงหลัก ความเงียบสงบยามค่ำคืนของหอศิลป์ร้างกลับมาโอบล้อมไว้อีกครั้ง แต่มิติความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสามได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นภัทรขอตัวแยกย้ายไปตรวจสอบระบบควบคุมส่วนกลาง ทิ้งให้รินรดาและมิลินต้องเดินเคียงข้างกันไปตามโถงทางเดินยาวที่ทอดยาวสู่ห้องทำงานส่วนตัวของภัณฑารักษ์
ฝก้าวเดินของทั้งคู่สอดประสานกันในความเงียบ รินรดาลอบมองเสี้ยวหน้าของศิลปินสาวที่เดินอยู่ข้างๆ เส้นผมสีเข้มปรกใบหน้าขาวเนียน ท่าทีที่มักจะมั่นอกมั่นใจและกวนประสาทอยู่เสมอกลับเจือด้วยร่องรอยความอ่อนล้าจากการเผชิญหน้ากับความกลัวเมื่อครู่ แม้ปากจะบอกว่าไม่กลัวอะไร แต่ข้อมือที่ยังคงสั่นระริกเล็กน้อยนั้นฟ้องทุกอย่าง
"ยังกลัวอยู่หรือเปล่าคะ?" รินรดาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงที่เคยแข็งกระด้างและเจ้าระเบียบในยามปกติ กลับมีความนุ่มนวลเจืออยู่จางๆ อย่างที่เจ้าตัวก็ไม่ทันตั้งตัว
มิลินชะלוฝีเท้าลง หันมาสบตากับภัณฑรักษ์สาวตรงๆ มุมปากหยักยิ้มบางเบາ "ถ้าฉันบอกว่ากลัว... คุณจะยอมให้ฉันจับมือเดินไปส่งถึงห้องทำงานไหมล่ะคะ, คุณภัณฑารักษ์หน้าตาย"
รินรดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะเมื่อเจอคำถามหยอกเย้าที่แฝงความจริงจังเกินต้านทาน เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ พยายามดึงมาดขรึมกลับคืนมา "คุณนี่มัน... เหลืออดจริงๆ เลยนะคะ มิลิน"
"ก็เหลือแค่คุณคนเดียวนี่แหละค่ะที่ฉันยอมให้ความอดทนมันหมดลงได้ง่ายๆ" มิลินก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีที่ว่าง กลิ่นหอมเฉพาะตัวของศิลปินสาวโอบล้อมรินรดาไว้อีกหน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อดวงตากลมโตคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของเธอด้วยสายตาที่ร้อนแรงและลึกซึ้งเกินกว่าจะหลบหนี
"ถอยไปเลยนะคะ..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามดันไหล่บางของอีกฝ่ายเบาๆ แต่มีหรือที่คนอย่างมิลินจะยอมถอย
"ไม่ถอยค่ะ..." มิลินกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความหมายที่ทำให้ซอกคอของรินรดาร้อนผ่าว "ในเมื่อผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันแล้ว ฉันคิดว่าเราควรจะมี 'ข้อตกลง' อะไรบางอย่างร่วมกันได้แล้วนะคะ... รินรดา"
มือเรียวของมิลินเลื่อนขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าของรินรดาแผ่วเบา ปลายนิ้วอุ่นจัดไล้ผ่านพวงแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่เต็มไปด้วยความไว้ใจและความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันแต่หนักหน่วง รินรดานิ่งงัง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสะกดด้วยแววตาที่เว้าวอนและจริงจังจนน่าใจหาย ความเย็นชาทั้งหมดที่เธอสะสมมาแรมปีพังทลายลงในพริบตาเดียวภายใต้สัมผัสที่อ่อนโยนนี้
ทว่า—ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าใกล้กันจนแทบจะหลอมละลายเป็นเนื้อเดียว เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูห้องทำงานที่เปิดแง้มไว้ก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
"คุณรินรดาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ระบบเซ็นเซอร์ที่ห้องใต้หลังคา... ตรวจพบร่องรอยของการงัดแงะ และมีบางอย่าง... กำลังเคลื่อนไหวอยู่ข้างบนนั้นครับ!"
มิลินชะงักค้าง รินรดาสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างจำใจ ดวงตาสองคู่ประสานกันด้วยความรู้สึกที่ค้างคาและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอมองหน้ามิลินแวบหนึ่งก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดที่ซ่อนความสั่นไหวไว้เบื้องลึก "ตามฉันมาค่ะ... เราต้องขึ้นไปดูให้เห็นกับตาว่าใครบังอาจเล่นตลกอะไรในหอศิลป์ของฉัน!"
มิลินยิ้มรับมุมปาก แววตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความท้าทาย "ด้วยความยินดีค่ะที่รัก... แต่ถ้าข้างบนนั้นมีผีจริงๆ ฉันขออนุญาตกระโดดกอดคุณก่อนเป็นคนแรกเลยนะคะ!"
*กึก—!*
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ตอกกลับประโยคกวนประสาทนั้น ไฟฟ้าทั่วทั้งตึกก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดสนิทพุ่งเข้ากลืนกินทุกสิ่งรอบตัวทันที และในความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัวนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นจากเพดานเหนือศีรษะพวกเธอ—ราศีของใครบางคนกำลังกระโดดลงมาประชิดตัวพวกเธอจากความมืดมิดเบื้องบน!
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เดือดพล่านนี้นะคะ
ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง•ตอนที่ 21
สัมผัสแห่งความไว้ใจ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!