ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง•ตอนที่ 12

ถอดหน้ากาก

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
คราบน้ำตาบนแก้มเนียนของรินรดาไม่ใช่สิ่งที่มิลินคาดคิดว่าจะได้เห็น—โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันมาจากผู้หญิงที่ขึ้นชื่อเรื่องความเย่อหยิ่งและระเบียบจัดจนน่าหมั่นไส้ที่สุดในวงการศิลปะ “มองอะไรคะ?” เสียงที่พยายามดัดให้แข็งกร้าวกลับสั่นเครือจนน่าสมเพช รินรดายกหลังมือขึ้นปาดคราบน้ำตาลวกๆ ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววพิพากษาผู้คนมานักต่อนักบัดนี้แดงก่ำ ไหล่บางภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งไหวสะท้อนเล็กน้อยยามกอบโกยอากาศเข้าปอด มิลินลดมือที่ถือแปรงทาสีลง ช้าๆ ความกวนประสาทและรอยยิ้มเยาะยวนที่มักจะใช้กวนโมโหอีกฝ่ายมลายหายไปจนหมดสิ้น หอศิลป์ร้างในยามวิกาลที่เคยมีเพียงเสียงฝีปากเชือดเฉือน บัดนี้กลับถูกห่อหุ้มด้วยความเงียบงันอันหนักอึ้ง มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟสนามที่สาดส่องเงาทอดตัวยาว “ไม่ได้มองค่ะ... แค่กำลังทึ่ง” มิลินก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ฝีเท้าเบากرวบราวกับแมวป่าที่ไม่อยากตื่นตระหนกเหยื่อ “ไม่คิดเลยว่าใต้หน้ากาก ‘ภัณฑารักษ์ผู้ไร้หัวใจ’ ของคุณ จะซ่อนบ่อน้ำตาตื้นเขินขนาดนี้ไว้ด้วย” “มิลิน!” รินรดาตวาดแว้ด แม้หางเสียงจะสั่นพร่าจนขาดความน่าเกรงขามไปครึ่งหนึ่ง เธอกลอยตัวถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับชั้นวางเฟรมผ้าใบเก่าๆ “อย่าเข้ามานะ... ถอยไป!” “ทำไมล่ะคะ? กลัวเหรอ?” มิลินหยุดยืนห่างจากอีกฝ่ายเพียงคืบ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ผสมกับกลิ่นสีน้ำมันลอยวนอยู่ในอากาศรอบตัวคนทั้งคู่ “กลัวว่าฉันจะเห็นว่าคุณไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่ปากว่าเหรอคะ? คุณรินรดา...” สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำเอารินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยกมือขึ้นตั้งท่าจะผลักอกอีกคนให้ออกห่าง แต่ทว่า... เรี่ยวแรงทั้งหมดเหมือนถูกสูบหายไปในพริบตา ความกดดันจากตระกูล ความคาดหวังที่ต้องแบกรับไว้บนบ่า และภาพนิทรรศการที่จวนเจียนจะพังทลายในวันพรุ่งนี้ มันโถมทับจนผู้หญิงที่หยิ่งทะนงที่สุดคนนี้ทานทนไม่ไหวอีกต่อไป แล้วหยาดน้ำตาเม็ดใหม่ก็ร่วงเผาะลงมา... ไร้ซึ่งเสียงสะอื้น ไร้การเสแสร้ง แต่มันบาดลึกถึงขั้วหัวใจ มิลินชะงัก แววตาคมปลาบที่เคยแพรวพราวด้วยความท้าทายแปรเปลี่ยนเป็นความไหววูบอย่างรวดเร็ว ศิลปินสาวจอมแสบผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน กลับรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อเห็นรอยร้าวบนตัวตนของอีกฝ่าย “คุณมัน... น่ารำคาญที่สุด” รินรดาก้มหน้าลงซ่อนหยาดน้ำตา พยายามกัดริมฝีปากตัวเองจนห่อเลือด “มาทำเป็นรู้ดี... มาปั่นหัวฉัน แล้วก็เดินเข้ามาในพื้นที่ของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต... คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่ มิลิน?” คำถามนั้นไม่ใช่การหาเรื่อง แต่มันคือคำถามจากคนที่กำลังจมน้ำและไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยว มิลินไม่ตอบ ทว่าเธอกลับยื่นมือออกไป ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดแตะลงที่ปลายคางมนของรินรดาก่อนจะเชยขึ้นบังคับให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาสบตา ความลังเลฉายชัดในแววตาคู่สวย แต่มันก็อยู่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนที่มิลินจะตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด เธอใช้มืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วของภัณฑารักษ์สาวเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว รินรดาหลุดอุทานด้วยความตกใจ สองมือทุบลงบนลาดไหล่กว้างตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว “ปล่อยนะ! มิลิน คุณทำบ้าอะไร—อื้อ!” คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปกับสัมผัสอุ่นร้อนที่แนบทับลงมาอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน รินรดานิ่งค้าง เปลือกตากระพริบปริบด้วยความตื่นตะลึง สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก รสชาติของความดื้อรั้นปะปนกับความอ่อนแอถูกถ่ายทอดผ่านริมฝีปากที่แนบชิด แม้มันจะเป็นเพียงสัมผัสที่เก้ๆ กังๆ ไร้ซึ่งความช่ำชองในเชิงชู้สาว แต่มันกลับร้อนรุ่มและจริงใจจนน่ากลัว มิลินไม่ได้รุกรานเกินขอบเขต เธอกลับค้างสัมผัสไว้อย่างนั้น ราวกับต้องการใช้ความอบอุ่นจากร่างกายของตนเป็นเกราะกำบังพายุมรสุมที่กำลังกัดกินจิตใจของคนในอ้อมแขน เนิ่นนาน... จนกระทั่งรินรดาเริ่มได้สติ มือที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธ ความอבอุ่น และความกลัวตีรันกันมั่วซุมในความรู้สึก จนสุดท้าย... เธอก็ยอมพ่ายแพ้ ปล่อยให้เปลือกตาปิดลงช้าๆ พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้มอีกระลอก ทว่าครั้งนี้... มันไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะความตื่นกลัวต่อหัวใจตัวเองที่เต้นไม่เป็นส่ำ เมื่อมิลินผละริมฝีปากออกช้าๆ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดรดแก้มที่แดงก่ำ ทั้งคู่หอบหายใจถี่กระชั้นในระยะประชิด ชนิดที่ปลายจมูกชนกัน “ฉันก็แค่...” มิลินกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงแหบพร่าและจริงจังอย่างที่รินรดาไม่เคยได้ยินมาก่อน “...ไม่อยากเห็นคนเก่งของฉัน ต้องมาร้องไห้ลับหลังคนอื่นแบบนี้อีกค่ะ” รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายจนลืมความเจ็บปวดก่อนหน้าไปเสียสนิท เธอเงยหน้าขึ้นเตรียมจะเอ่ยปากต่อว่าด้วยความเขินอายตามฟอร์มเดิม ทว่า... *แอ๊ด...* เสียงบานประตูเหล็กหนักอึ้งของหอศิลป์ที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้สัญญาณเตือน ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัด รินรดาร่างกายแข็งทื่อในอ้อมแขนของมิลินทันที แสงไฟสว่างจ้าจากภายนอกสาดส่องเข้ามาภายในห้องโถง พร้อมกับเสียงฝีอาดรองเท้าส้นสูงที่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง และเสียงทุ้มคุ้นหูที่เอ่ยทักทายขึ้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ “อ้าว... ยังอยู่กันดึกดื่นขนาดนี้เชียวเหรอคะ รินรดา... ลูกสาวแม่” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินจิกหมอนและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ คลั่งรักของยัยจอมแสบกับคุณภัณฑารักษ์คนสวยนะคะ!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%