“ถ้าคุณยังคิดจะเอาสีน้ำมันเกรดตลาดนัดมาละเลงลงบนผนังห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์ชิ้นเอกอีกล่ะก็... กรุณาเก็บกระเป๋าแล้วไสหัวออกไปจากหอศิลป์ของฉันซะ, คุณมิลิน”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราوهاใบมีดโกนอาบยาพิษดังขึ้นทันทีที่รินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องโถง เธอไม่ได้แม้แต่จะชายตามองเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ประกายหม่นที่กำลังยืนถือพู่กันค้างเติ่งอยู่หน้าผืนผ้าใบขนาดมหึมา ภัณฑารักษ์สาวในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทส่งกลิ่นอายความเย็นชาและระเบียบจัดออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
มิลินค่อยๆ วางพู่กันในมือลงอย่างใจเย็น เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นทันทีราวกับสนุกสนานเสียเต็มประดาที่ได้เห็นคนเคร่งเครียดจนเส้นเลือดปูดโปนบนขมับขนาดนั้น ศิลปินสาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างถือวิสาสะ ดวงตากลมโตสีอำพันพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเรียบนิ่งที่พยายามกั้นกำแพงความรู้สึกไว้อย่างมิดชิด
“อุ๊ย ตายจริง... ต้อนรับแขกด้วยถ้อยคำไพเราะน่าฟังขนาดนี้ ฉันควรจะซาบซึ้งจนน้ำตาไหลดีไหมคะ, คุณภัณฑารักษ์หน้าตาย” มิลินจงใจลากเสียงยาวอย่างยั่วเย้า ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียวจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว “อีกอย่าง... สีที่ฉันใช้ ไม่ใช่เกรดตลาดนัดนะคะคุณรินรดา มันคือเกรดพรีเมียมที่นำเข้าจากปารีสเชียวล่ะ เปลืองเงินฉันตั้งเยอะ... จะให้ทิ้งขว้างได้ยังไง”
“แล้วผลงานแนวทาง ‘วิปริตทางสุนทรียะ’ ของคุณ มันกำลังทำลายความขลังของหอศิลป์ร้างแห่งนี้ต่างหากเล่า!” รินรดาตอกกลับทันควัน ดวงตาสีนิลคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตาแพรวพราวของอีกฝ่ายเพื่อกดดัน แต่ดูเหมือนมิลินจะภูมิคุ้มกันสูงเกินกว่าจะสะท้านสะเทือน “ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของศิลปินนอกรีต ถ้าคุณยังดื้อดึงจะจัดแสดงงานศิลปะแนวทางประหลาดๆ ของตัวเองโดยไม่สนกฎเกณฑ์ ฉันในฐานะภัณฑารักษ์มีอำนาจพอที่จะยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ของคุณได้ทุกเมื่อ”
“เชิญเลยค่ะ ถ้ายกเลิกสัญญาแล้วคุณจะกล้าสู้หน้ากับผู้สนับสนุนทุนรายใหญ่ที่เพิ่งโทรมาหาฉันเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนน่ะนะ” มิลินหัวเราะในลำคออย่างผู้เหนือกว่า เธอยกมือขึ้นกอดอก ปล่อยให้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นไอป่าฝนลอยวนอยู่รอบตัวรินรดา “แปลกจمنيนะคะ... ทั้งๆ ที่คุณพยายามจะไล่ฉันออกไปให้พ้นหูพ้นตา แต่ดูเหมือนว่าผลงาน ‘แนวทางประหลาดๆ’ ของฉัน จะทำยอดเข้าชมล่วงหน้าทะลุเป้าของหอศิลป์คุณไปสามร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วล่ะค่ะ”
รินรดาชะงักไปชั่วขณะ ข้อมูลในแท็บเล็ตที่เธอถืออยู่ฟ้องชัดเจนว่าจำนวนผู้เข้าชมออนไลน์และยอดจองบัตรเข้าชมนิทรรศการเดี่ยวของมิลินพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่เช้า ความจริงข้อนี้ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดเสียยิ่งกว่าการโดนอีกฝ่ายกวนประสาทเสียอีก เพราะมันหมายความว่าความสำเร็จของหอศิลป์ที่เธอพยายามรักษามาตรฐานอันสูงส่งมาตลอด กำลังพึ่งพาฝีมือของยัยศิลปินจอมแสบที่ไร้ระเบียบวินัยคนนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้
“ยอดเข้าชมไม่ได้เป็นเครื่องวัดคุณค่าทางศิลปะที่แท้จริงหรอกค่ะ มันเป็นแค่กระแสชั่วคราวจากพวกชอบความแปลกแยกเท่านั้นแหละ” รินรดาเชิดหน้าขึ้น พยายามกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้ชั่วขณะด้วยน้ำเสียงเย็นชา “และฉันไม่สนว่าใครจะโทรหาคุณบ้าง หน้าที่ของคุณคือสร้างสรรค์งานให้อยู่ในขอบเขต ไม่ใช่มาทำตัวเป็นปัญหาเรื้อรังในตึกนี้”
“ปากแข็งจังเลยนะคะ...” มิลินก้าวเข้ามาอีกก้าว รินรดาจำต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องจัดแสดงโดยมีร่างเพรียวบางของศิลปินสาวตามมาทาบทับ กักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างแขนทั้งสองข้าง “ปากบอกว่าเกลียดงานของฉัน แต่เมื่อกี้... คุณยืนมองฉันวาดรูปอยู่ตั้งนานสองนาน แถมยังแอบมองสะโพกฉันตอนก้มเก็บพู่กันด้วย... คิดอะไรอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย?”
ใบหน้าของรินรดาขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธ (และบางสิ่งที่เธอไม่อยากยอมรับกับตัวเอง) เธอยกมือขึ้นดันไหลอมิลินให้ออกห่าง แต่แรงปะทะกลับน้อยนิดจนแทบไม่ระคายเคืองอีกฝ่ายเลย มิลินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลลมหายใจอุ่นร้อนรินรดรดแก้วเนียนจนรินรดาหัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
“ถอยไปนะ มิลิน! คุณชักจะล้ำเส้นเกินไปแล้ว!”
“ถ้าไม่ถอย... คุณจะทำไมคะ? จะจูบฉัน หรือจะแจ้งตำรวจข้อหาลวนลามศิลปินดีล่ะ?” มิลินกระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ แววตาดื้อรั้นเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนตัวโตกว่าจนมุม
ในเสี้ยววินาทีที่รินรดากำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนที่เตรียมไว้ ทันใดนั้น... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงเคาะประตูเหล็กบานใหญ่หน้าหอศิลป์ก็ดังขึ้นก้องกังวาน ทำลายบรรยากาศตึงเครียดชวนใจเต้นรัวลงทันที
รินรดาสบโอกาสรีบผลักมิลินออกสุดแรงก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย เธอก้าวฉับๆ ออกมาจากห้องจัดแสดงเพื่อมุ่งหน้าไปยังโถงทางเข้าโดยมีมิลินเดินตามมาติดๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับฉายแววแปลกใจ
เมื่อรินรดาผลักประตูบานใหญ่เปิดออก ภาพของบุคคลที่ไม่คาดฝันกำลังยืนรออยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้าด้านนอก ทำให้ลมหายใจของภัณฑารักษ์สาวถึงกับสะดุดกึก ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทแบรนด์ดังหรูหราพร้อมด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบก้าวเข้ามาในโถงหอศิลป์อย่างถือวิสาสะ
“สวัสดีจ่ะ รินรดา... ลูกสาวตัวดีของแม่ ไม่นึกเลยนะว่าจะมาซ่อนตัวอยู่ในตึกเก่าๆ สกปรกแบบนี้กับ... ใครกันล่ะเนี่ย?”
ผู้เป็นแม่กวาดสายตาคมกริบมองเลยผ่านร่างของรินรดาไปหยุดอยู่ที่มิลิน ซึ่งกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก บรรยากาศภายในห้องโถงเปลี่ยนเป็นอุณหภูมิเยือกแข็งทันทีที่ความลับทั้งหมดกำลังจะถูกเปิดเผย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมวงความแซ่บในตอนนี้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง•ตอนที่ 2
กฎระเบียบที่สั่นคลอน
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!