"ถ้าคุณยังมองฉันด้วยสายตาเหมือนกำลังประเมินมูลค่าผลงานศิลปะปลอมๆ บนแผงแบงค็อกไนท์อีกสักสามวินาที รินรดา... ฉันจะถือว่าคุณแอบหลงเสน่ห์ฉันจนโคนขาอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปหมดแล้วนะคะ"
ปลายนิ้วเรียวที่เปื้อนคราบสีอะคริลิกสีเบอร์กันดีแตะลงบนคางขงรินรดาแผ่วเบา ราวกับจงใจท้าทายกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดทุกข้อที่ภัณฑารักษ์สาวเคยขีดเส้นไว้ในชีวิต
รินรดาสะดุ้งราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ปลายประสาท เธอย่นหัวคิ้วเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ร่างเพรียวถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางจัดเก็บภาพเขียนเก่าแก่ในห้องใต้หลังคาของหอศิลป์ร้าง กลิ่นอายเฉพาะตัวของมิลิน—กลิ่นหอมเจือจางของดอกการ์เดเนียผสมผสานกับกลิ่นทินเนอร์และกลิ่นกายอุ่นๆ—รุกรานพื้นที่ส่วนตัวของเธอจนลมหายใจเริ่มติดขัดอย่างน่าหงุดหงิด
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเธอต้องติดอยู่ในห้องเก็บของแคบๆ สองต่อสองท่ามกลางแสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบ แต่เป็นครั้งแรก... ที่รินรดาพบว่าจังหวะการเต้นของหัวใจใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวรีดเรียบของตัวเองมันดังผิดปกติ เสียง *ตึกตัก* นั้นดังเสียจนเธอกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินมันไปด้วย
"เพ้อเจ้ออะไรของคุณ มิลิน" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสีหน้าให้กลับมาเย็นชาไร้ที่ติเหมือนเช่นเคย แม้ว่าหัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "ฉันแค่กำลังตรวจเช็กสภาพความชื้นของห้องนี้ เพื่อไม่ให้ผลงานห่วยๆ ของคุณขึ้นราเสียหายไปเสียก่อนที่จะได้จัดแสดงต่างหาก"
"ปากแข็งจังนะคะ" มิลินหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตพราวระยับราวกับแมวป่าที่กำลังสนุกสนานกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม หญิงสาวก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด จนระยะห่างระหว่างพวกเธอแทบไม่เหลือพื้นที่ให้does air circulate "แต่แปลกแฮะ... ปกติเวลาที่คุณรินรดาผู้แสนเพอร์เฟกต์โกรธ ขอบตาคุณจะไม่ออกสีชมพูจางๆ แบบนี้นี่นา หรือว่า... อากาศในนี้มันร้อนเกินไป หรือหัวใจคุณกำลังทำงานหนักเกินโควต้ากันแน่คะ?"
รินรดาอยากจะยกมือขึ้นตบปากคนกวนประสาทสักที สองมือเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เธอเกลียดความรู้สึกนี้ เกลียดความตระหนักรู้ที่แล่นแปลบขึ้นมาในสมองว่า ช่วงหลังมานี้... เธอมักจะเผลอมองริมฝีปากอิ่มที่มักจะเคลือบด้วยลิปสติกสีจัดจ้านนั้นบ่อยเกินความจำเป็น เกลียดการที่เธอจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างไฝเม็ดเล็กใต้กกหูซ้ายของมิลินได้ และที่แย่ที่สุดคือ เกลียดความจริงที่ว่าความเย็นชาและเกราะป้องกันอันหนาทึบที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดชีวิต กำลังถูกรอยยิ้มพราวเสน่ห์นั่นกัดกร่อนจนแทบไม่เหลือซาก
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเพลงเบาๆ จากเครื่องปรับอากาศเก่าคร่ำคร่า รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วใบหน้าเนียนใสของศิลปินสาว ตั้งแต่แพขนตายาวงอน จมูกรั้นเชิดรรั้น ไปจนถึงริมฝีปากที่กำลังแย้มยิ้มเย้า
*เกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่?*
คำถามนี้วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหัวของภัณฑารักษ์สาว ตั้งแต่วันแรกที่มิลินก้าวเข้ามาในหอศิลป์ร้างแห่งนี้พร้อมกับผลงานศิลปะแนวคอนเซ็ปต์อาร์ตที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและเย้ายวน เธอก็ไม่เคยสงบสุขอีกเลย รินรดาเคยคิดว่ามิลินเป็นเพียง 'ปัญหา' ชิ้นโตที่เธอต้องจัดการให้เข้ารูปเข้ารอย แต่ในตอนนี้... เธอกลับเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ตัวปัญหาที่แท้จริงคือมิลิน หรือหัวใจของเธอเองที่กำลังทรยศ
"ถอยไปค่ะ" รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามใช้น้ำเสียงที่ทรงอำนาจที่สุดกลบเกลื่อนความสั่นไหวข้างใน "ถ้าคุณยังไม่เลิกเล่นเกมประสาทนี่ ฉันจะยกเลิกสัญญานิทรรศการของคุณทันที"
มิลินไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เธอยื่นหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหูของรินรดา จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่ขาว ทำเอาขนอ่อนลุกชันไปหมด
"ลองดูสิคะ... ถ้ายกเลิกสัญญา ฉันก็จะมานั่งเฝ้าคุณที่หน้าห้องทำงานทุกวันจนกว่าคุณจะยอมใจอ่อนดีไหมล่ะคะ คุณภัณฑารักษ์คนสวย"
ประโยคหยอกเย้าที่แฝงความจริงจังบางอย่างทำให้รินรดาถึงกับพูดไม่ออก เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ปลายนิ้วของมิลินที่แตะคางเธออยู่เมื่อครู่ เลื่อนไล้ลงมาแตะที่กระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเชิ้ตเธอแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำเอาร่างกายของรินรดาร้อนวูบวาบราวกับถูกไฟลามเลีย สายตาของทั้งคู่ประสานกันนิ่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ยากจะปฏิเสธ
รินรดากลั้นหายใจ เธอรู้ว่าตัวเองควรจะผลักอีกฝ่ายออกไป แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อราวกับถูกสะกดจิต มิลินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นการ์เดเนียหอมฟุ้งจนมึนงง ปลายจมูกของพวกเธอเกือบจะสัมผัสกันอยู่รอมร่อแล้ว
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะวิกฤตหัวใจ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ดังแอ๊ดพร้อมกับแสงไฟจ้าที่สาดส่องเข้ามาในความสลัว
"คุณรินรดาคะ! แย่แล้วค่ะ! ผลงานชิ้นเอกในห้องโถงใหญ่... มีคนกรีดมันจนขาดวิ่นหมดแล้วค่ะ!"
เสียงร้องตื่นตระหนกของเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนและชวนฝันให้พังทลายลงในพริบตา รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบผลักมิลินออกห่างทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความตื่นตระหนกและอารมณ์ที่ยังค้างคา
มิลินถอยหลังไปสองก้าวอย่างเสียดาย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินข่าวร้าย เธอยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย ท่ามกลางความวุ่นวายที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
"ดูท่าทาง... คืนนี้พวกเราคงไม่ได้พักผ่อนกันง่ายๆ แล้วล่ะค่ะ คุณรินรดา"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่สี่นะคะ ความลับและเงื่อนงำในหอศิลป์เพิ่งจะเริ่มต้นความระทึกเท่านั้นค่ะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง•ตอนที่ 4
กลิ่นอายที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!