แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกกระแทกวางลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวเสียงดังปัง จนกระดาษโน้ตโพสต์อิทสีสะท้อนแสงที่แปะอยู่ปลิวว่อนตกลงไปกองบนพื้นห้องประชุมใหญ่
“ฉันไม่อนุมัติค่ะคุณไอริณ”
เสียงหวานเรียบเย็นแต่ทรงพลังจนแทบจะแช่แข็งอากาศในห้องประชุมให้กลายเป็นน้ำแข็งพ่นออกมาจากริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ พริมา ภัณฑารักษ์สาวมือหนึ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบระดับเซียน ยืนกอดอกมองดีไซเนอร์สาวสุดเปรี้ยวที่นั่งไขว่ห้างส่งยิ้มกวนประสาทกลับมาให้เธออย่างไม่เกรงกลัว
เหตุการณ์เมื่อครู่ที่เลขาหนุ่มดันเปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะการปะทะคารมระหว่างทั้งคู่ ถูกปัดตกไปอย่างไร้เยื่อใยเมื่อท่านผู้อำนวยการสั่งให้เคลียร์โปรเจกต์นิทรรศการแฟชั่นผสมผสานศิลปะร่วมสมัยให้จบภายในวันนี้ และดูเหมือนว่าสงครามขนาดย่อมระหว่าง ‘ระเบียบ’ กับ ‘ความบ้าคลั่ง’ กำลังจะปะทุขึ้นบนผ้าใบจำลองตรงหน้า
“ทำไมล่ะคะคุณพริมา หรือว่ากรอบความคิดในหัวของคุณมันแคบเกินกว่าจะมองเห็นความงามที่ฉีกออกจากกฎเดิมๆ กันแน่?” ไอริณลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวสอดเข้ากับกางเกงเอวสูงช่วยขับเน้นรูปร่างเพรียวระหงให้ดูโดดเด่น เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย มือเรียวบางเคาะลงบนแปลนจัดวางนิทรรศการที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงจนเละเทะ “งานศิลปะมันควรจะมีชีวิตชีวา ไม่ใช่ถูกจับแต่งตัวแล้วยัดใส่ตู้กระจกไร้อากาศหายใจแบบที่คุณชอบทำหรอกนะคะ”
“ศิลปะที่มีชีวิตชีวาที่คุณว่า มันกำลังจะทำลายคุณค่าของโบราณวัตถุอายุหลายร้อยปีนะคะคุณไอริณ!” พริมาสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีเข้มคมกริบวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ เธอเดินตรงเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย้ายวนลึกล้ำโชยเข้าแตะจมูกไอริณ จนดีไซเนอร์สาวเผลอชะงักลมหายใจไปชั่วขณะ “คุณจะเอาชุดเดรสผ้าโพลีเอสเตอร์สีนีออนไปแขวนคู่กับภาพวาดสีน้ำมันยุคเรเนสซองส์เนี่ยนะคะ? สติค่ะคุณ... สติ!”
“อ้าว โทษทีค่ะ พอดีฉันเป็นคนชอบความท้าทาย ไม่ใช่พวกไดโนเสาร์เต่าล้านปีที่ยึดติดกับอะไรเดิมๆ” ไอริณเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกันอยู่แล้วในวินาทีนั้น ความโกรธขึงทำให้เลือดในกายสูบฉีดจนพริมาต้องเม้มปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดจนแทบจะมีประกายไฟแลบออกมาจากสายตาที่จ้องมองกัน ไม่มีใครยอมใคร ไอริณดื้อรั้นและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด ขณะที่พริมาก็ยึดมั่นในหลักการและจรรยาบรรณของภัณฑารักษ์อย่างเหนียวแน่น ทว่าภายใต้ความขัดแย้งทางความคิดที่รุนแรงนี้ หัวใจของทั้งสองกลับเต้นผิดจังหวะด้วยเหตุผลอื่น... เหตุผลที่พวกเธอต่างพยายามซ่อนมันไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความรำคาญ
“ถ้าคุณยังดึงดันจะเอาแบบนี้ ฉันก็จะทำเรื่องยับยั้นโปรเจกต์นี้กับท่านผอ.ซะ” พริมาขู่ด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลประกายของอีกฝ่าย คล้ายต้องการจะค้นหาว่าภายใต้ความมั่นใจเกินร้อยนั้น มีช่องโหว่ตรงไหนให้เธอกดดันได้บ้าง
“เชิญตามสบายเลยค่ะ” ไอริณยิ้มเยาะ ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนเกือบจะแนบชิด “แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าโปรเจกต์นี้ล่มเพราะความหัวโบราณของคุณ ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนแฉให้โลกรู้เองว่าภัณฑารักษ์คนเก่งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้... กลัวความเปลี่ยนแปลงมากกว่าผีซะอีก”
“นี่คุณ!” พริมาหลุดเสียงอุทานด้วยความเหลืออด มือเรียวยกขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายด้วยความสั่นเทาเล็กน้อย ความเยือกเย็นที่เคยสั่งสมมานานนับปีพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเจอฤทธิ์เดชของแม่ดีไซเนอร์ปากกล้าคนนี้
ทว่า ก่อนที่สงครามน้ำลายรอบใหม่จะได้เริ่มต้นขึ้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูไม้สักจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต
“คุณพริมาครับ... คุณไอริณครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!”
เลขาหนุ่มวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดยืนหอบหายใจโยนกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะกลางห้อง สีหน้าของเขาซีดเผือดราวกับเจอผีกลางวันแสกๆ
“ภาพวาดชิ้นเอก ‘เทพธิดาแห่งรัตติกาล’ ที่เราเพิ่งขนย้ายเข้ามาเมื่อคืน... หายไปจากห้องนิรภัยแล้วครับ!”
ไอริณและพริมาหันขวับไปมองหน้ากันทันที ความขัดแย้งและการปะทะคารมเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่ฉายชัดอยู่ในแววตาของหญิงสาวทั้งสองคน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เย็บปักถักแฟชั่น ให้ภัณฑารักษ์ฟาดด้วยรัก•ตอนที่ 2
สงครามบนผ้าใบ
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เย็บปักถักแฟชั่น ให้ภัณฑารักษ์ฟาดด้วยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!