เย็บปักถักแฟชั่น ให้ภัณฑารักษ์ฟาดด้วยรัก•ตอนที่ 4

ไดอะล็อกเชือดเฉือนกลางโถงนิทรรศการ

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
"ถ้าคุณคิดว่างานเย็บปักปะติดปะต่อของฉันมันทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้... ทำไมคุณถึงไม่เดินไปหยิบกรรไกรมาตัดมันทิ้งต่อหน้าฉันตอนนี้เลยล่ะคะ คุณภัณฑารักษ์" เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *กริ๊บ... กริ๊บ...* ตามด้วยประโยคท้าทายที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย ทำให้ทีมงานฝ่ายจัดแสดงนิทรรศการที่กำลังยืนเช็คความเรียบร้อยอยู่รอบบริเวณถึงกับสะดุ้งสุดตัว บางคนถึงกับทำคลิปหนีบกระดาษร่วงหล่นลงพื้น เสียงโลหะกระทบพื้นดังเคร้งท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด ไอริณยืนกอดอก ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงเก๋ที่เธอเหนี่ยวไว้บนกลุ่มผมลอนยุ่งเหยิงกำลังจ้องมองตรงไปยังร่างระหงของคนที่ยืนอยู่หลังแท่นจัดแสดง ชุดสูทผ้าลินินสีเบจเข้ารูปขับเน้นรูปร่างเพรียวระหงให้ดูน่าเกรงขาม แต่สิ่งที่สะดุดตากว่าความเนียบกริบคือใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรงของพริมา พริมาไม่ได้ขยับเขยื้อn เธอค่อยๆ วางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊กอย่างเชื่องช้าและตั้งใจ ท่าทางเยือกเย็นแบบนั้นยิ่งเพิ่มดีกรีความน่าหมั่นไส้ในสายตาของดีไซเนอร์สาวอิสระเป็นทวีคูณ ภัณฑารักษ์สาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่านจนเกือบจะทะลุขีดจำกัดของความเป็นมืออาชีพ "คุณไอริณคะ..." พริมาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกเหมือนโดนสาดด้วยน้ำแข็งขั้วโลก "ที่นี่คือหอศิลป์ระดับชาติ ไม่ใช่ห้องแต่งตัวหลังเวทีแฟชั่นวีคที่คุณจะเอาเศษผ้าขี้ริ้วมาเย็บแปะทับงานประติมากรรมอายุกว่าร้อยปีตามใจชอบ" "เศษผ้าขี้ริ้วเหรอคะ!" ไอริณอุทานเสียงสูง ก้าวเท้าเข้าไปประชิดแท่นจัดแสดงด้วยความเร็วที่ทำเอาทีมงานส่งเสียงอุทานเบาๆ อย่างตกใจ ดีไซเนอร์สาวโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวอยู่ห่างจากอีกฝ่ายเพียงไม่กี่คืบ "นี่คือผ้าไหมทอมือย้อมสีธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันสามเดือนเต็มนะคะคุณพริมา! มันคืองานศิลปะร่วมสมัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อขับเน้นความแข็งกระด้างของหินอ่อนชิ้นนี้ให้มันมีชีวิตชีวาขึ้นมาต่างหาก ตาของคุณมีไว้แค่ประดับเบ้าหน้าหรือเปล่าถึงมองไม่ออกว่ามันคือความลงตัว?" "ความลงตัวที่คุณว่า มันกำลังทำลายสุนทรียศาสตร์ดั้งเดิมของชิ้นงาน!" พริมาสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตคมกริบไม่หลบสายตา เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายด้วยความกรุ่นโกรธที่อัดอั้นมาตั้งแต่เริ่มติดตั้งนิทรรศการ "งานชิ้นนี้คือมาสเตอร์พีซของศิลปินแห่งชาติ คุณมีสิทธิ์อะไรเอาด้ายปักฟูฟ่าพวกนี้มาพันธนาการมันไว้ เหมือนเด็กเอาสีเทียนไปขีดเขียนบนภาพวาดของปิกัสโซ่ไม่มีผิด!" "ว้าว เปรียบเทียบได้เจ็บแสบดีนี่คะ" ไอริณหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากเย้ายวนแต่แฝงความร้ายกาจปรากฏขึ้น "แต่เสียใจด้วยนะคะที่คุณภัณฑารักษ์ผู้แสนจะเจ้าระเบียบจะต้องผิดหวัง เพราะสัญญาระหว่างฉันกับทางคณะกรรมการบริหารระบุชัดเจนว่า ฉันมีอำนาจเต็มที่ในการจัดวางองค์ประกอบศิลป์ในโซนนี้... รวมถึงการตบหน้าคนที่ชอบดูถูกงานของคนอื่นด้วยค่ะ" บรรยากาศในโถงนิทรรศการลดอุณหภูมิดิ่งลงจนติดลบ ทีมงานต่างพากันก้มหน้าก้มตาแกล้งทำเป็นตรวจเช็คไฟสปอตไลท์และป้ายชื่อผลงานกันอลหม่าน ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพราะต่างก็รู้ดีว่าคู่กัดคู่นี้สามารถเปลี่ยนพื้นที่แสดงงานศิลปะให้กลายเป็นสนามรบขนาดย่อมได้ทุกเมื่อตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ พริมาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูนชัด เธอก้าวเท้าออกมาจากหลังโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ จากตัวพริมาลอยปะทะจมูกของไอริณ ขณะที่กลิ่นอายความเปรี้ยวซ่าของซิตรัสจากตัวดีไซเนอร์สาวก็ลอยวนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน สร้างเคมีที่ร้อนแรงและอันตรายจนคนรอบข้างต้องแอบลุ้นตัวโก่ง "คุณคิดว่าตัวเองแน่มากสินะคะ ไอริณ..." พริมาลดเสียงลงกระซิบ ประโยคดังกล่าวมีเพียงแค่สองคนเท่านั้นที่ได้ยิน แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ "คิดว่าความมั่นใจหน้าตายพวกนั้นจะทำให้ฉันยอมสยบให้คุณเหรอคะ" "แล้วทำไมฉันจะต้องสยบให้คุณล่ะคะ ในเมื่อความจริงคือคุณต่างหากที่กำลังดิ้นพล่านเพราะเถียงฉันไม่ออก" ไอริณย้อนถาม เสียงกระซิบของเธอทุ้มพร่าและใกล้ชิดเสียจนพริมาต้องเผลอกลั้นหายใจ ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ภายใต้ความดุเดือดเชือดเฉือนที่พ่นออกมาทางคำพูด ใครจะรู้เล่าว่ามันกลับซ่อนประกายความหลงใหลบางอย่างที่ร้อนระอุเสียยิ่งกว่าเปลวไฟ ไอริณกวาดสายตาสำรวจใบหน้าเนียนละเอียดที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธ (หรืออาจจะด้วยเหตุผลอื่นที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ) ส่วนพริมาก็เผลอเลื่อนสายตาลงมามองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเธอฉอดๆ ด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนในช่องท้องอย่างประหลาด ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังก้ำกึ่งระหว่างสงครามประสาทกับความวาบหวามที่พุ่งทะยานจนเกือบจะแตะขีดสุดนั้นเอง... *ปัง!* เสียงผลักประตูไม้บานใหญ่หนักอึ้งที่เชื่อมต่อกับโถงรับรองด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงฝีเท้ากึ่งวิ่งกึ่งเดินของเลขาธิการฝ่ายบริหารพิพิธภัณฑ์ที่หอบหายใจโยนตัวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด "คุณพริมา! คุณไอริณ! แย่แล้วครับ... ท่านประธานกับตัวแทนจากกระทรวงวัฒนธรรมกำลังเดินตรวจงานมาถึงลิฟต์แล้วครับ! พวกเขาบอกว่าอยากจะมาดูโซนเย็บปักแฟชั่นนี่เป็นจุดแรกเลยครับ!" ไอริณและพริมาผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนกระแสไฟฟ้าช็อต ทั้งคู่หันไปมองหน้ากันด้วยแววตาที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ความตระหนกจะถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน พริมาสูดหายใจเข้าลึก ปรับสีหน้าและท่าทางกลับมาเป็นภัณฑารักษ์สาวผู้ทรงภูมิและเยือกเย็นได้ภายในเสี้ยววินาที ขณะที่ไอริณก็รีบจัดปกเสื้อสูทของตัวเองแล้วสวมแว่นกันแดดกลับเข้าที่อย่างคล่องแคล่ว พร้อมส่งยิ้มมุมปากให้คู่กรณีแบบท้าทาย "ดูเหมือนสงครามของเราจะต้องพักไว้แค่นี้ก่อนนะคะ คุณภัณฑารักษ์" ไอริณกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ ก่อนจะหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับทางเข้าโถงนิทรรศการที่ประตูลิฟต์กำลังเปิดออก และในจังหวะที่ร่างสูงโปรดของบุคคลสำคัญระดับประเทศก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม พริมาก็เอื้อมมือมาคว้าชายเสื้อสูทของไอริณไว้แน่น พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงที่สั่นพร่าลอดไรฟันข้างหูของดีไซเนอร์สาว "อย่าเพิ่งได้ใจไปค่ะ... เพราะถ้างานนี้พัง ฉันจะลากคุณลงนรกไปกับฉันด้วยแน่ๆ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เย็บปักถักแฟชั่น ให้ภัณฑารักษ์ฟาดด้วยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%