กระบี่เยือกน้ำแข็งกับทัณฑ์อัคคีโลหิต•ตอนที่ 6

ค่ายกลวิญญาณโลหิต

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนแสบนาสิก ตัดขาดความเงียบงันของผืนป่าทึบยามราตรีลงอย่างสิ้นเชิง หลิวชิงอวี้มิได้ขยับกาย นางเพียงปรายหางตามองศพของมือสังหารสำนักมารที่นอนระเกะระラระพื้นเบื้องหน้า ปลายกระบี่เหมันต์ในมือยังคงหยดหยาดโลหิตสีชาดลงสู่พื้นดิน ก่อเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีแดงฉานที่แผ่ไอเย็นเยียบจนใบไม้รอบกายขึ้นรูปผลึกแก้ว ทว่า ความตายของลิ่วล้อเหล่านี้กลับมิได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ความกดดันระดับมหาศาลกำลังบีบอัดอากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก "ระวัง!" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังขึ้นพร้อมๆ กับร่างสูงใหญ่ที่พุ่งเข้ามาประชิด มู่หรงเฟิงในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายเปลวอัคคีสีทองตวัดฝ่ามือออกไปเบื้องหน้าอย่างดุดัน ปราณเพลิงผลาญสวรรค์ระเบิดออกเป็นม่านโลหิตปกป้องเบื้องหลังของคนทั้งคู่ในเสี้ยววินาทีที่ศรโลหิตนับพันดอกพุ่งแหวกอากาศเข้ามา! *เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!* ประกายไฟสีชาดปะทะเข้ากับไอเย็นยะเยือกจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกส่งผลให้พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ หลิวชิงอวี้ขมวดคิ้วมุ่น นางไม่รอช้าที่จะสะบัดข้อมือส่งพลังกระบี่เหมันต์ผสานออกไป "วิชากระบี่เหมันต์สวรรค์... วัฏจักรน้ำแข็งพันลี้!" ความเย็นเยือกแผ่ขยายออกไปในรัศมีร้อยวา เปลี่ยนหยาดฝนโลหิตที่พรั่งพรูลงมาจากท้องฟ้าให้กลายเป็นแท่งน้ำแข็งคมกริบทิ่มแทงลงสู่พื้นดิน แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น *ครืนนน!* พื้นดินรอบด้านสั่นสะเทือน เลือดสดๆ ที่ไหลรินจากศพก่อนหน้านี้มิได้ซึมลงดิน หากแต่ถูกดึงดูดด้วยอักขระโบราณสีดำที่ผุดขึ้นจากใต้พื้นพิภพ ก่อตัวเป็นม่านพลังรูปโดมมหึมาครอบคลุมพวกเขาทั้งสองไว้ภายใน รัศมีสีแดงฉานทอประกายวับววมราวกับปากอสูรที่รอคัดงา "ค่ายกลวิญญาณโลหิต..." มู่หรงเฟิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบด้านด้วยความเย้ยหยัน ทว่ากล้ามเนื้อทั่วร่างกลับเกร็งเครียดจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน "ดูท่าไป๋ลี่หลินจะทุ่มทุนสร้างไม่น้อย ถึงกับยอมใช้โลหิตของยอดฝีมือขั้นหลอมรวมวิญญาณนับร้อยมาเปิดค่ายกลกักขังพวกเรา" "มันมิได้กักขังเพื่อฆ่าเรา" หลิวชิงอวี้กล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาสีรัตติกาลสะท้อนภาพเปลวเพลิงและไอเย็นที่กำลังกัดเซาะขอบค่ายกล นางปราบตามองบุรุษข้างกายแวบหนึ่ง "มันต้องการสูบกลืนพลังปราณและจิตวิญญาณของเราให้หลอมรวมเป็นโอสถโลหิตต่างหาก" ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบไม่เหลือ หลอนไออุ่นจากร่างหนาของมู่หรงเฟิงปะทะเข้ากับความเย็นยะเยือกจากปราณของนาง ก่อเกิดเป็นม่านหมอกไอระเหยสีขาวจางๆ ล้อมรอบตัว แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ แรงดึงดูดอันแปลกประหลาดระหว่างกระบี่เยือกน้ำแข็งและทัณฑ์อัคคีกลับยิ่งเด่นชัดขึ้น ราวกับสวรรค์จงใจกลั่นแกล้งให้พวกเขาต้องพึ่งพาซึ่งกันและกันเพื่อความอยู่รอด "เช่นนั้น... เจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่เล่า? แม่นางหลิว" มู่หรงเฟิงเอ่ยกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มพร่าเจือความเย้าหยวนท่ามกลางกลิ่นอายความตาย หลิวชิงอวี้ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจใต้ทรวงอกกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ นางปรายตามองเขาด้วยแววตาเย็นชาดังเดิม ทว่าริมฝีปากบางกลับขยับเอื้อนเอ่ยคำที่เด็ดเดี่ยว "หุบปากของท่านเสีย แล้วเตรียมตัวรับมือ มารบูรพามาแล้ว" สิ้นเสียงของนาง เงาร่างสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเหนือโดมค่ายกลโลหิต ไป๋ลี่หลินในชุดอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายอสุรา ยืนไขว่ห้างอยู่กลางอากาศ ใบหน้าขาวซีดประดับด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว นางมองคนทั้งสองด้วยสายตาราวกับมองมดปลวกที่กำลังดิ้นรนในกำมือ "ฮ่าๆๆ หลิวชิงอวี้... มู่หรงเฟิง พวกเจ้าต่อให้เก่งกาจเพียงใด ก็มิอาจรอดพ้นจาก 'ค่ายกลกลืนวิญญาณโลหิต' ไปได้หรอก! ยอมจำนนเสียเถอะ แล้วข้าจะไว้ชีวิตให้พวกเจ้าได้ตายอย่างสงบ!" น้ำเสียงแหลมสูงกรีดแทงโสตประสาท ม่านพลังสีแดงเข้มหดแคบลงเรื่อยๆ แรงกดดันมหาศาลกดทับจนกระดูกทั่วร่างของทั้งคู่ส่งเสียงลั่นกรอบ หลิวชิงอวี้กระอักเลือดคำโตออกมา ร่างเพรียวเซถลาเกือบทรุดลงกับพื้น แต่มู่หรงเฟิงไว มือหนารวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ปราณอัคคีผลาญสวรรค์แผ่พุ่งออกมาปกป้องร่างนางทันที ดวงตาคมดุจเหยี่ยวของประมุขพรรคอัคคีมองตรงไปยังร่างของไป๋ลี่หลินด้วยจิตสังหารที่แทบจะฉีกกระชากฟ้าดินได้ "อยากได้ชีวิตพวกเรา... เจ้ายังอ่อนหัดนัก!" มู่หรงเฟิงคำรามลั่น ประสานมือผนึกกำลังกับหลิวชิงอวี้ในพริบตาเดียว ปราณหยินเหมันต์และหยางอัคคีที่แตกต่างกันสุดขั้วถูกบีบอัดเข้าหากัน เกิดเป็นแสงสว่างวาบเจิดจ้าเสียดแทงความมืดมิดของผืนป่า รัศมีดาบและกระบี่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมๆ กัน ราวกับมังกรคู่ที่พร้อมจะแหวกม่านฟ้าทำลายล้างทุกสิ่ง! แต่ทว่า... ในวินาทีที่พลังทั้งสองกำลังจะระเบิดค่ายกลโลหิตให้แหลกเป็นจุล เสียงปรบมือเยาะเย้ยก็ดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขา พร้อมกับคมกระบี่สีนิลกาฬเล่มหนึ่งที่จ่อเข้าที่จุดตายตรงท้ายทอยของหลิวชิงอวี้อย่างเงียบเชียบไร้ซุ่มเสียง! "ศิษย์น้อง... เจ้าประมาทเกินไปแล้ว" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูเอמהกระซิบแผ่วเบaข้างกกหูของนาง ทำให้ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรก... ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดหักมุมอันระทึกใจนี้ หลิวเยี่ยนซีหวังว่าทุกท่านจะยังคงอยู่เคียงข้างตัวละครของข้าในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เยือกน้ำแข็งกับทัณฑ์อัคคีโลหิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%